
แนะธุรกิจไทยเจาะกลุ่มเชื้อชาติฮิสแปนิค
“ฮิสแปนิค” ลุยจับคู่ธุรกิจไทย กลุ่มอาหาร ชิ้นส่วนรถ วัสดุก่อสร้าง พาณิชย์ชี้มีอิทธิพลเศรษฐกิจสูง
“ฮิสแปนิค” ลุยจับคู่ธุรกิจไทย กลุ่มอาหาร ชิ้นส่วนรถ วัสดุก่อสร้าง พาณิชย์ชี้มีอิทธิพลเศรษฐกิจสูง
เผยพฤติกรรมผู้บริโภคเจาะลึกถิ่นฐานที่อาศัย
ร.อ.สุวิพันธุ์ ดิษยมณฑล รองอธิบดีกรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ เปิดเผยว่า ถึงการเจาะตลาดกลุ่มผู้บริโภคใหม่ในตลาดหลักภายใต้นโยบายของรองนายกรัฐมนตรีและรมว.พาณิชย์ นายนิวัฒน์ธำรง บุญทรงไพศาลว่า ตลอดสัปดาห์นี้คณะผู้แทนการค้ากลุ่มหลากเชื้อชาติฮิสแปนิคจากสหรัฐอเมริกา ซึ่งเป็นผู้บริหารระดับสูงและมีอำนาจในการตัดสินใจสั่งซื้อสินค้าในกลุ่มอาหาร ชิ้นส่วนยานยนต์ วัสดุก่อสร้าง ของตกแต่งบ้าน พลาสติก อาหารสัตว์ เดินทางมาขยายลู่ทางการค้าการลงทุนและจับคู่ธุรกิจกับภาคเอกชนไทย 70 ราย
“บางส่วนได้แจ้งความต้องการสั่งผลิตชิ้นส่วนและอะไหล่ลิฟต์ ได้แก่ พลาสติกฉีดขึ้นรูป เหล็กหลอมขึ้นรูป อะลูมิเนียมฉีดขึ้นรูป ล้อเลื่อน เคลือบยูรีเทน และชิ้นส่วนอะไหล่ที่ทำจากยาง ซึ่งไทยจะได้ประโยชน์จากการถ่ายทอดเทคโนโลยี เพราะเป็นสินค้าคุณภาพสูง เพื่อความปลอดภัยต่อชีวิตผู้ใช้ลิฟต์และบันไดเลื่อน เป็นต้น โดย 50% ของผู้เดินทางมาสนใจสินค้ากลุ่มอุตสาหกรรมอาหาร” ร.อ.สุวิพันธุ์ กล่าว
ทั้งนี้ นักธุรกิจไทยควรเตรียมความพร้อมในการเจาะตลาดส่งออกกลุ่มเฉพาะแบบชาวฮิสแปนิค ปรับปรุงมาตรฐานคุณภาพสินค้าให้ตรงตามมาตรฐานที่กำหนด รวมทั้งพัฒนาสินค้าให้ตรงกับรสนิยมผู้บริโภค แม้นักธุรกิจฮิสแปนิคบางคนจะสามารถใช้ภาษาอังกฤษได้เป็นอย่างดี แต่ชาวฮิสแปนิคยังนิยมใช้ภาษาสเปนในการติดต่อสื่อสาร ดังนั้นหากผู้ส่งออกไทยสามารถใช้ภาษาสเปนในการติดต่อเจรจา จะได้ความไว้วางใจในการทำธุรกิจศึกษารูปแบบการทำธุรกิจของนักธุรกิจและวางแผนกลยุทธ์ทางการตลาดเชิงรุกเพื่อเจาะกลุ่ม รวมถึงเลือกรูปแบบของการโฆษณาประชาสัมพันธ์ และช่องทางการส่งเสริมการขายที่สามารถเข้าถึงกลุ่มผู้บริโภคเป้าหมายแต่ละกลุ่ม ตลอดจนสร้างความสามารถในการแข่งขันในเรื่องราคาของสินค้าไทยให้แข่งขันกับคู่แข่ง
นอกจากนี้ การทำฉลากสินค้าและผลิตภัณฑ์เป็นภาษาสเปน ควบคู่กับภาษาอังกฤษจะทำให้ลูกค้ากลุ่มฮิสแปนิคเกิดความประทับใจในสินค้า รวมถึงเข้าร่วมงานแสดงสินค้าต่างๆ ในสหรัฐ เพื่อศึกษารสนิยมของตลาดฮิสแปนิคโดยตรง เช่น งาน Hispanic Business and Consumer Expo ซึ่งจัดขึ้นเป็นประจำทุกปีในเดือน เม.ย. ที่เมืองออร์แลนโด รัฐฟลอริดา
สำนักงานส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ ณ เมืองไมอามี รายงานว่า พฤติกรรมของชาวฮิสแปนิคและลักษณะทั่วไปนั้นจะเป็นผู้ที่ชอบพูดคุยเรื่องกีฬา ใส่ชุดทีมกีฬาที่ชื่นชอบ ใช้จ่ายกับเสื้อผ้า รองเท้า มากกว่าคนอเมริกันมาก ชาวฮิสแปนิคชอบพูดโทรศัพท์นาน จึงเป็นลูกค้าศักยภาพของธุรกิจโทรคมนาคมและอินเทอร์เน็ตรวมถึงให้ความสำคัญกับครอบครัว และชอบสังสรรค์
สำหรับระดับรายได้ต่อคนต่อปีของฮิสแปนิคสำรวจเมื่อปี 2554 (อายุตั้ง 16 ปี ขึ้นไป)ประชากรที่มีรายได้ต่อปีสูงกว่า 50,000 หมื่นเหรียญสหรัฐฯคิดเป็นสัดส่วนราว 15% ของประชากรชาวฮิสแปนิค ซึ่งเป็นกลุ่มที่มีแนวโน้มเพิ่มขึ้น ส่วนระดับรายได้ 49,999 – 20,000 หมื่นเหรียญสหรัฐฯคิดเป็นสัดส่วน 39% และระดับรายได้น้อยกว่า 20,000 หมื่นเหรียญสหรัฐฯคิดเป็นสัดส่วน 72% นอกจากนี้ยังประเมินว่า อำนาจการจับจ่ายใช้จะเพิ่มสูงขึ้นอีก 53% ในปี 2560 ชาวฮิสแปนิคจะใช้จ่ายเพิ่มขึ้นอยู่ที่ระดับ 1,500,000 ล้านเหรียญสหรัฐฯ
ทั้งนี้จำนวนประชากรเชื้อสายฮิสแปนิคประมาณ 50.5 ล้านคน หรือ คิดเป็น 16.3 ของประชากรสหรัฐฯรวมทั้งสิ้น เป็นกลุ่มประชากรที่มีอัตราการขยายเร็วมากที่สุด ระหว่างปี 2543 – 2553 อัตราการขยายตัวของประชากรสหรัฐฯเชื้อสายฮิสแปนิคเท่ากับ 43% เปรียบเทียบกับอัตราการขยายตัวของประชากรสหรัฐฯโดยรวม กลุ่มฮิสแปนิคมีทั้งหมด 21 ประเทศทั่วโลก แบ่งย่อยออกได้เป็นหลากหลายเผ่าพันธุ์โดยเชื้อสายฮิสแปนิคกลุ่มใหญ่ที่มีจำนวนประชากรเกิน 1 ล้านคน แบ่งตามเชื้อชาติประเทศที่มาได้ดังนี้ ชาวเม็กซิกัน 31.8 ล้านคน ชาวปัวโตริกัน 4.6 ล้านคน ชาวคิวบัน 1.8 ล้านคน ชาวซัลวาดอเรียน กัวเตมาลัน 1 ล้านคน เป็นต้น อาศัยอยู่หนาบนฝั่งตะวันตกและภาคใต้ของสหรัฐฯ หรือในสามมลรัฐ คือแคลิฟอร์เนีย เท็กซัส ฟลอริดา นิวยอร์ก และอิลินอยส์ ตามลำดับ
จากโครงสร้างจำนวนประชากรชาวฮิสแปนิคที่มีสัดส่วนกว่า 16% ของประชากรสหรัฐฯ ซึ่งเป็นกลุ่มที่มีศักยภาพมากในตลาดสหรัฐฯ และจะเป็นผู้กำหนดทิศทางทางด้านเศรษฐกิจของสหรัฐฯในอนาคต ดังนั้นผู้ประกอบการไทย จึงควรให้ความสำคัญกับผู้บริโภคกลุ่มนี้อย่างจริงจัง ทั้งนี้ การทำธุรกิจกับชาวฮิสแปนิคนั้น ค่อนข้างที่จะแตกต่างจากการทำธุรกิจกับชาวอเมริกัน เนื่องจากวิถีชีวิต รากฐานทางภาษาและวัฒนธรรม มีความแตกต่างกัน การจะเข้าถึงผู้บริโภคกลุ่มนี้ไม่มีสูตรสำเร็จที่แน่นอน และแม้แต่ชาวฮิสแปนิคที่พูดภาษาสเปนเหมือนกัน ก็ยังมีความแตกต่างกัน และมีลักษณะเฉพาะของแต่ละกลุ่ม







