posttoday
"สาหร่าย" พลังงานแห่งอนาคต

"สาหร่าย" พลังงานแห่งอนาคต

30 กรกฎาคม 2556

จากปัญหาพลังงานของโลกที่มีปริมาณลดลงเรื่อยๆ ทำให้ราคามีแนวโน้มสูงขึ้น ขณะที่ประเทศไทยยังต้องพึ่งพาพลังงานน้ำเข้าอยู่ในปริมาณเพิ่มขึ้นต่อเนื่อง การหาแหล่งพลังงานทดแทน จึงเป็นภารกิจหนึ่งของบริษัท ปตท.

จากปัญหาพลังงานของโลกที่มีปริมาณลดลงเรื่อยๆ ทำให้ราคามีแนวโน้มสูงขึ้น ขณะที่ประเทศไทยยังต้องพึ่งพาพลังงานน้ำเข้าอยู่ในปริมาณเพิ่มขึ้นต่อเนื่อง การหาแหล่งพลังงานทดแทน จึงเป็นภารกิจหนึ่งของบริษัท ปตท.

ล่าสุด ปตท.ได้ร่วมกับองค์การวิทยาศาสตร์และวิจัยอุตสาหกรรมแห่งออสเตรเลีย (The Commonwealth Scientific and Industrial Research Organisation) หรือ CSIRO ศึกษาวิจัยและพัฒนาสายพันธุ์สาหร่ายน้ำเค็ม ในออสเตรเลียเพื่อการผลิตน้ำมัน ในต้นทุนที่เหมาะสม และแข่งขันในเชิงพาณิชย์ได้

โดยผลการศึกษาในห้องปฏิบัติการของ CSIRO พบว่า มีสาหร่าย 5 สายพันธุ์ ที่มีผลการเจริญและความสามารถในการผลิตผลิตภัณฑ์ และจากการทดลองดัดแปลงทางพันธุกรรม เบื้องต้นพบว่า สาหร่าย 3 สายพันธุ์ Botryococcus, Haematococcus (H) และ Haematococcus (C) สามารถผลิตน้ำมันได้มากที่สุด (ตามรูปประกอบ) เมื่อเทียบกับชนิดอื่นๆ ที่นำมาทดลองทั้งหมดหลายสายพันธุ์ จึงอาจเป็นโอกาสที่ ปตท.จะนำความรู้ที่ได้เหล่านี้มาต่อยอดการผลิตน้ำมันจากสาหร่ายน้ำจืดในไทยได้เร็วขึ้นก็เป็นได้

ไพรินทร์ ชูโชติถาวร ประธานเจ้าหน้าที่บริหารและกรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท ปตท. ตั้งเป้าจะพัฒนาสกัดน้ำมันจากสาหร่ายเป็นธุรกิจเชิงพาณิชย์ให้ได้ภายในปี 2560 ซึ่งต้องศึกษาวิจัยพอสมควร เพราะน้ำมันที่สกัดได้จากสาหร่ายต้นทุนยังสูงกว่าที่สกัดได้จากน้ำมันปาล์ม ปตท.จึงน่าจะได้ประโยชน์จากงานวิจัยของออสเตรเลีย

ก่อนหน้านี้ ปตท.ได้ทำการศึกษาวิจัยเบื้องต้น พบว่าสาหร่ายน้ำจืดขนาดเล็กในไทย มีศักยภาพสามารถผลิตน้ำมัน (Crude Algae Oil) ได้ 20-30% ของน้ำหนักแห้ง โดยมีการนำร่องผลิตน้ำมันจากสาหร่ายขนาดเล็กในบ่อขนาด 1 แสนลิตร ที่สถาบันวิจัยวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งประเทศไทย (วว.) และที่โรงแยกก๊าซธรรมชาติ จ.ระยอง

อย่างไรก็ตาม ยังต้องมีการศึกษาต่อเนื่อง ซึ่งรวมถึงการปรับปรุงสายพันธุ์ และการลดต้นทุน เพราะแม้น้ำมันที่สกัดจากสาหร่ายจะผลิตน้ำมันได้มากกว่าปาล์มถึง 100 เท่า แต่ต้นทุนการสกัดยังสูงกว่ามาก ขณะที่กากของสาหร่ายที่เหลือจากการสกัดน้ำมัน สามารถนำไปแปรรูปเป็นอาหารสัตว์ที่มีโปรตีนสูง หรือปุ๋ยได้

ทั้งนี้ ปตท.จะใช้ประโยชน์จากงานวิจัยของออสเตรเลียที่รัฐบาลมีนโยบายส่งเสริมการผลิตน้ำมันจากสาหร่ายในเชิงพาณิชย์อยู่แล้ว เพื่อมาต่อยอดการศึกษาวิจัยการใช้สาหร่ายน้ำมันสายพันธุ์น้ำจืดของไทย โดยการวิจัย ทั้งในทวีปอเมริกา ยุโรป ออสเตรเลีย แม้กระทั่งเอเชีย พบว่า สาหร่ายน้ำเค็มมีศักยภาพสูงในการนำมาผลิตน้ำมัน แต่การผลิตน้ำมัน เช่น ไบโอดีเซล จากสาหร่าย แม้ต้นทุนจะลดลงมาอยู่ที่ประมาณ 45 บาทต่อลิตร แต่ก็สูงกว่าการสกัดน้ำมันจากปาล์มที่มีต้นทุน 10 กว่าบาท

นอกจากนี้ ปตท. ยังศึกษาวิจัยและคัดเลือกสายพันธ์การเลี้ยงสาหร่ายเซลเดียว เพื่อผลิตเป็นพลังงานทางเลือกตั้งแต่ปี 2550 คาดว่าอีก 5 ปีจะผลิตน้ำมันจากสาหร่ายในเชิงพาณิชย์ได้ ในรูปเชื้อเพลิงดีเซล

พลังงานจากสาหร่ายจึงเป็นทางเลือกที่น่าสนใจ มีความคุ้มค่าต่อการพัฒนาพลังงานสีเขียวแทนพลังงานน้ำมัน ซึ่งจะช่วยลดภาวะโลกร้อนได้

พลังงานจากสาหร่ายจึงเป็นอนาคตของพลังงานที่น่าสนใจและปลอดภัยกับโลกไม่น้อย

ข่าวล่าสุด

IE Fall Risk แอป HealthTech ช่วยลดความเสี่ยงการหกล้มในผู้สูงอายุ

IE Fall Risk แอป HealthTech ช่วยลดความเสี่ยงการหกล้มในผู้สูงอายุ