
เปิดหลักฐาน นักลงทุนไทยสุดเจ๋งแห่ซื้อ LTF-RMF เมื่อหุ้นร่วง
ได้ยินกันมานานแล้วว่า ช่วงที่ตลาดหุ้นร่วงลงแรงๆ ในไตรมาส 2 ปี 2556 นักลงทุนไทยแห่เข้าไปช้อนซื้อกองทุนที่ได้สิทธิประโยชน์ทางภาษี โดยเฉพาะกองทุนรวมหุ้นระยะยาว (LTF) และกองทุนรวมเพื่อการเลี้ยงชีพ (RMF) ที่มีนโยบายลงทุนในหุ้น จนทำให้ระบบงานของบริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุน (บลจ.) บางแห่งถึงกับ “ล่ม” เพราะนักลงทุนส่งคำสั่งซื้อเข้ามาก่อนพร้อมๆ กันในช่วงท้ายตลาด
ได้ยินกันมานานแล้วว่า ช่วงที่ตลาดหุ้นร่วงลงแรงๆ ในไตรมาส 2 ปี 2556 นักลงทุนไทยแห่เข้าไปช้อนซื้อกองทุนที่ได้สิทธิประโยชน์ทางภาษี โดยเฉพาะกองทุนรวมหุ้นระยะยาว (LTF) และกองทุนรวมเพื่อการเลี้ยงชีพ (RMF) ที่มีนโยบายลงทุนในหุ้น จนทำให้ระบบงานของบริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุน (บลจ.) บางแห่งถึงกับ “ล่ม” เพราะนักลงทุนส่งคำสั่งซื้อเข้ามาก่อนพร้อมๆ กันในช่วงท้ายตลาด
ทั้งๆ ที่โดยปกติแล้วในช่วงครึ่งแรกของปี หรืออาจจะบอกได้ว่า 11 เดือนแรกของปี กองทุนที่ได้สิทธิประโยชน์ทางภาษีมักจะมีเงินไหลออกมากกว่าเงินไหลเข้า โดยเฉพาะกองทุน LTF เพราะนักลงทุนที่ถือกองทุนมาครบกำหนด 5 ปีปฏิทิน เลือกที่จะขายกองทุนออก และจะกลับมาซื้ออีกครั้งในเดือนสุดท้ายของปี
บริษัท มอร์นิ่งสตาร์ รีเสิร์ช (ประเทศไทย) ประมาณการเงินไหลเข้าออกของกองทุนประหยัดภาษีในไตรมาส 1 ปี 2556 พบว่ามีเงินไหลออกจากกองทุน LTF รวมกันประมาณ 1.38 หมื่นล้านบาท และมีเงินไหลเข้ากองทุน RMF ประมาณ 600 ล้านบาท
ในขณะที่ไตรมาส 2 กลับมีเงินไหลเข้ามาลงทุนในกองทุน LTF ประมาณ 5,500 ล้านบาท ในขณะที่กองทุน RMF ที่มีนโยบายลงทุนหุ้น ประมาณ 2,300 ล้านบาท
แต่ตัวเลขเพียงเท่านี้อาจจะยังไม่ทำให้เห็นภาพว่านักลงทุนไทยเก่งขนาดไหน จึงต้องขอให้บริษัท มอร์นิ่งสตาร์ รีเสิร์ช (ประเทศไทย) ไล่เรียงข้อมูลการประมาณการเงินไหลเข้าออกของกองทุนประหยัดภาษีกันเป็นรายวัน โดยเน้นไปที่กองทุน LTF และกองทุน RMF ที่มีนโยบายลงทุนหุ้น
ภาพที่ออกมายิ่งตอกย้ำให้เห็นชัดว่า นักลงทุนไทยสามารถจับ “จังหวะตลาด” ได้ดี จะเห็นได้จากกราฟฟิกว่า ในวันที่ดัชนีหุ้นไทยร่วงลงแรงๆ จะมีเงินไหลเข้ากองทุนประหยัดภาษีแบบทะลักทลาย ผิดกับช่วงต้นไตรมาส 2 ที่มีเงินไหลออกต่อเนื่อง
วันที่มีเงินไหลเข้ามากที่สุด คือ วันที่ 12 มิ.ย. 2556 มีเงินไหลเข้าสุทธิจำนวน 1,167.52 ล้านบาท โดยแบ่งเป็นกองทุน LTF 899.02 ล้านบาท และกองทุน RMF ที่มีนโยบายลงทุนหุ้น 268.50 ล้านบาท ซึ่งในวันนั้นดัชนีหุ้นไทยไหลลงไปปิดตลาดที่ 1,433.47 จุด
และอีก 2 วันหลังจากนั้นยังมีเงินไหลเข้ารวมกันไม่ต่ำกว่า 900 ล้านบาทต่อวัน
หลังจากนั้นเงินไหลเข้ามาต่อเนื่อง เพียงแต่แผ่วลงไปบ้าง และกลับมาพุ่งขึ้นอีกครั้งเมื่อดัชนีทรุดลงไปอีกครั้ง โดยวันที่ 21 มิ.ย. มีเงินเข้ามาเกือบ 500 ล้านบาท และในวันที่ 24 มิ.ย. 2556 ซึ่งดัชนีลงไปแตะจุดต่ำสุดในช่วงไตรมาส 2 ที่ 1,364.09 จุด มีเงินไหลเข้าสุทธิ 364 ล้านบาท
นอกจากนี้ ข้อมูลจากบริษัท มอร์นิ่งสตาร์ รีเสิร์ช (ประเทศไทย) ยังแสดงให้เห็นว่า กองทุน LTF ที่มีนโยบายลงทุนหุ้น 100% ได้รับความนิยมมากกว่า LTF ที่มีเพดานการลงทุนหุ้นไม่เกิน 70% โดยในไตรมาส 2 มีเงินไหลเข้ากองทุน LTF ที่มีนโยบายลงทุนหุ้น 100% จำนวน 4,496 ล้านบาท และ LTF แบบ 70/30 ประมาณ 1,474 ล้านบาท เท่านั้น
ในขณะที่เงินไหลออกจากกองทุน LTF ที่มีนโยบายลงทุนในตราสารอนุพันธ์อย่างต่อเนื่อง (ส่วนหนึ่งเป็นเพราะกองทุน LTF ประเภทนี้ถูกห้ามขายหน่วยลงทุนไปแล้ว)
เห็นข้อมูลแบบนี้แล้วต้องยกนิ้วให้นักลงทุนไทยจริงๆ แต่ผู้บริหาร บลจ. ยังเชื่อว่ายังมีนักลงทุนจำนวนไม่น้อยที่รอไปซื้อในวันสุดท้ายของปี







