posttoday
หุ่นยนต์ มันคิดอย่างไร แล้วมันเอามาบริหารหุ้นได้จริงดิ

หุ่นยนต์ มันคิดอย่างไร แล้วมันเอามาบริหารหุ้นได้จริงดิ

30 กรกฎาคม 2556

เรื่องของหุ่นๆ มันมีอยู่ว่า ปีที่แล้วหลักทรัพย์บัวหลวงปั้นหน่วยงานใหม่ขึ้นมา เรียกตัวเองว่า “ที่ปรึกษาการลงทุน” ซึ่งงานสำคัญคือ การปั้นหุ่นยนต์ให้ทำการซื้อขายหุ้นให้ได้กำไร ...เรื่องการใช้หุ่นยนต์มาบริหารการซื้อขายหุ้นมีใช้มานานแล้วในต่างประเทศ ซึ่งปริมาณการซื้อขายโดยใช้หุ่นยนต์ในตลาดพัฒนาแล้วมีสูงถึงกว่า 50% เรียกได้ว่า การซื้อๆ ขายๆ รายวันที่เราเห็น Volume นั่นครึ่งหนึ่งมาจากหุ่นยนต์

เรื่องของหุ่นๆ มันมีอยู่ว่า ปีที่แล้วหลักทรัพย์บัวหลวงปั้นหน่วยงานใหม่ขึ้นมา เรียกตัวเองว่า “ที่ปรึกษาการลงทุน” ซึ่งงานสำคัญคือ การปั้นหุ่นยนต์ให้ทำการซื้อขายหุ้นให้ได้กำไร ...เรื่องการใช้หุ่นยนต์มาบริหารการซื้อขายหุ้นมีใช้มานานแล้วในต่างประเทศ ซึ่งปริมาณการซื้อขายโดยใช้หุ่นยนต์ในตลาดพัฒนาแล้วมีสูงถึงกว่า 50% เรียกได้ว่า การซื้อๆ ขายๆ รายวันที่เราเห็น Volume นั่นครึ่งหนึ่งมาจากหุ่นยนต์

มาทำความเข้าใจกันก่อนว่า ที่เรียกว่าหุ่นยนต์ มันคือ การเขียนโปรแกรมให้คอมพิวเตอร์สั่งซื้อและขายตามสัญญาณที่ตั้ง ดังนั้นข้อดีของหุ่นยนต์ก็คือ การทำตามสัญญาณที่ตั้งตาม Technical อย่างเคร่งครัด

“หลายคนอาจสงสัยว่า ทำไมต้องใช้หุ่นยนต์” ...ขออธิบายภาพให้เข้าใจก่อนว่าวิธีการซื้อขายหุ้นและบริหาร Port ของหุ่นยนต์ถูกกำหนดด้วยหลักการของ Technical เพื่อซื้อขายหุ้นตามรอบ หรือที่เรียกว่า Trader Style นั่นเอง

อะไรคือ Trader Style? ...ครับ!! มันคือ การเก็งกำไร ซื้อขายหุ้นค่อนข้างเร็วเพื่อทำกำไรจากราคา ...คุณทราบไหมว่าแนวทางของนักลงทุนส่วนใหญ่อยากเป็น Trader นี่แหละ เพราะต้องการซื้อขายเร็วๆ และรวยเร็วๆ ...แต่ผลลัพธ์ของการเข้ามาซื้อขายเร็วๆ ของนักลงทุนส่วนใหญ่มักจบด้วยคราบน้ำตา ...เจ๊ง ว่างั้นเถอะสาเหตุหลักๆ ที่เจ๊งก็มาจากคนเหล่านี้มักเล่นตรงข้ามกับความสำเร็จ ...ถ้าจะพูดง่ายๆ ก็คือ คนส่วนใหญ่มัก Trade ซื้อขายตามอารมณ์ตัวเอง ...กล่าวคือ ซื้อตามแรงเชียร์ของข่าวดี ของสื่อ ของเพื่อนเชียร์ ...เวลาซื้อก็มักเล่นหุ้นน้อยตัว ในลักษณะของ “จัดเต็ม” เรียกได้ว่าพอได้หุ้นเด็ดมาก็ซื้อในแบบจัดเต็ม ...จากนั้นพอกำไรนิดหน่อยก็รีบขายทำกำไร ทำให้เวลากำไรมักจะกำไรนิดเดียว (หลายคนแซวคนเหล่านี้ว่า กลัวรวย พอหุ้นขึ้นก็รีบขาย)

ในทางตรงกันข้าม พอหุ้นเด็ดที่ได้มาไม่ได้ขึ้นตามที่เขาคิด เขาก็มักจะกอดหุ้นเหล่านี้โดยมีความเชื่อว่า “ไม่ขายไม่ขาดทุน” ...แต่ประเด็นหลักๆ คือ หุ้นที่คนเหล่านี้ถือแบบขาดทุนและคิดว่าไม่ขายไม่ขาดทุน มันเป็นหุ้นปั่น หรือไม่ก็เป็นหุ้นที่ขึ้นมาจนราคาแพงเกินพื้นฐานมากๆ ...หุ้นแบบนี้เวลาตลาดปรับฐานมันลงได้เกิน 50% ในเวลาไม่กี่วัน ...บ้าไหมล่ะ?

ดังนั้น พอจะสรุปแนวทางของนักลงทุนส่วนใหญ่ คือ เวลากำไร จะกำไรนิดเดียว แต่พอขาดทุนจะขาดทุนลึก ...ถ้าพูดภาษาชาวบ้านก็คือ คนเหล่านี้เล่นหุ้นกำไรน้อยๆ เพื่อรอเจ๊งหนักๆ (เวลาหุ้นขึ้น ชอบ Cut Profit แต่เวลาหุ้น (ปั่น) ที่ตัวเองถือ ราคาลง มักถือกอดหุ้น Let Loss Run)

ปัญหาใหญ่อีกตัวคือ ถ้าคุณอยู่ในตลาดมาพอสมควร จะทราบเลยว่าหุ้นแบ่งของเป็น 2 ประเภทหลักๆ คือ หนึ่ง หุ้นที่แพงเกินไป พวกนี้มักแพงเพราะคนส่วนใหญ่อยากซื้อเก็งกำไรตามข่าวดีและแรงเชียร์ซึ่งในกลุ่มที่แพงเกินไปในทุกครั้งที่เกิดขาขึ้นของตลาดมักมีหุ้นปั่นผสมโรงอยู่ด้วย

สอง หุ้นที่ถูกพื้นฐานดี แต่ราคาขึ้นช้า ...พวกนี้คนส่วนใหญ่จะไม่กล้าซื้อ เพราะเห็นว่าไม่มีใครเชียร์ ...ดังนั้นแทบจะฟันธงได้เลยว่าคนส่วนใหญ่เล่นหุ้นปั่นกับหุ้นแพงเกินไป ดังนั้นเวลาเกิดขาลง ใครก็ตามที่ไม่รู้จักคำว่า Cut Loss ก็มักจะติดหุ้น และติดจนราคาลงลึก (สุดใจ!!) ...จุดที่คนส่วนใหญ่มักจะขายทิ้ง ก็เมื่อราคาลงจนทนไม่ไหว ...ซึ่งในความจริงเวลาที่ราคาลงจนทนไม่ไหว จริงๆ ก็มักเป็นราคาที่หุ้นตัวนั้นทำจุด Bottom หรือจุดต่ำสุดในแต่ละรอบ

เอาล่ะที่เล่ามา เพื่อที่จะชี้ให้เห็นว่า “คนส่วนใหญ่” เล่นหุ้นผิดทุกรอบ เพราะเล่นหุ้นตามใจตัวเอง อยากซื้อแล้วซื้อ ก็มักซวยทุกครั้ง ...อยากขายแล้วขาย ก็มักซวยทุกครั้งเช่นกัน

โอเค แล้วหุ่นยนต์มันเล่นอย่างไร?ง่ายมาก!! หุ้นยนต์ก็ตั้งโปรแกรมให้เล่นสวนทางกับคนส่วนใหญ่

จริงๆ แล้วหลายคนคิดว่าหุ่นยนต์น่าจะเป็น Trader ขั้นเทพ แต่ไม่ใช่เลย Winning Chance ของการซื้อขายของหุ่นยนต์มักถูกแค่ 50% เท่านั้นเอง คือถ้าเทียบกับคน ก็เป็น Trader ฝีมือกลางๆ เท่านั้น ...แต่จุดที่ทำให้หุ่นยนต์สามารถทำกำไรอย่างต่อเนื่องก็เพราะ แม้ Winning Chance แค่ 50% “ถูกครั้ง ผิดครั้ง” แต่ทุกครั้งที่ถูก จะกำไรสูงว่า เวลาเสียเสมอ เช่น เวลาถูกได้ 30 บาท เวลาเสีย เสียแค่ 10 บาท ดังนั้นแม้ถูกครั้งผิดครั้ง ในระยะยาวก็กำไรสูงอยู่ดี

ผมกำลังจะชี้ให้เห็นถึง “กับดักของคนเก่ง Trader เก่งๆ ที่ขาดวินัย” คนเหล่านี้ซื้อหุ้น 10 ครั้ง อาจถูก 9 ครั้ง และผิด 1 ครั้ง ...แต่ความซวยของคนเหล่านี้ เมื่อไม่มีวินัย ไม่มี Stop Loss ก็ทำให้ครั้งที่เสียแม้เพียงครั้งเดียวก็อาจทำให้กำไรที่สร้างมาเสียหมด และขาดทุนด้วย ...ใช่!! อย่าตกม้าตายเพราะคิดว่าเราเก่งจนพลาดไม่ได้ ...Stop Loss & Let Profit Run คนธรรมดาที่มีวินัยก็กำไรและชนะตลาดในระยะยาวได้ “คิดดีๆ”

ข่าวล่าสุด

IE Fall Risk แอป HealthTech ช่วยลดความเสี่ยงการหกล้มในผู้สูงอายุ

IE Fall Risk แอป HealthTech ช่วยลดความเสี่ยงการหกล้มในผู้สูงอายุ