
แอลจีอัดแคมเปญเร็วกระตุ้นโลว์ซีซั่น
แอลจีขยับแคมเปญลดกระหน่ำเร็วขึ้น เร่งยอดขายไตรมาส 3 มั่นใจทั้งปีแตะ 2 หมื่นล้านบาท
แอลจีขยับแคมเปญลดกระหน่ำเร็วขึ้น เร่งยอดขายไตรมาส 3 มั่นใจทั้งปีแตะ 2 หมื่นล้านบาท
น.ส.ศุภรางศุ์ อนุชปรีดา หัวหน้ากลุ่มสื่อสารการตลาดและองค์กร บริษัท แอลจี อีเลคทรอนิคส์ (ประเทศไทย) ผู้ผลิตและจำหน่ายเครื่องใช้ไฟฟ้าแอลจี เปิดเผยว่า จากภาวะเศรษฐกิจโลกชะลอตัว เศรษฐกิจในประเทศที่เริ่มซบเซา ได้ส่งผลกระทบต่อกำลังซื้อที่เริ่มชะลอตัวลงไม่เว้นแม้แต่กลุ่มสินค้าเครื่องใช้ไฟฟ้า ทั้งกลุ่มภาพและเสียง เครื่องปรับอากาศ และโทรศัพท์มือถือ
ทั้งนี้ ส่งผลให้บริษัทต้องหันมากระตุ้นตลาดด้วยการอัดแคมเปญครั้งใหญ่เร็วขึ้น จากเดิมที่จัดในช่วงปลายปี เพื่อให้ผู้บริโภคตัดสินใจซื้อเร็วขึ้นตั้งแต่ช่วงกลางปีนี้ และกระตุ้นยอดขายตลอดทั้งปีให้เป็นไปตามเป้าหมายที่ตั้งไว้ 2 หมื่นล้านบาท หรือมีการเติบโต 10% จากปีก่อน โดยในช่วงครึ่งปีแรกที่ผ่านมา บริษัทมียอดขายแล้ว 9,000 ล้านบาท โดยรายได้หลักมาจากสินค้ากลุ่มภาพและเสียง 40% กลุ่มเครื่องใช้ไฟฟ้า 35% กลุ่มเครื่องปรับอากาศและโทรศัพท์มือถือ 25%
“บริษัทเตรียมจัดโปรโมชั่น ส่วนลดเครื่องใช้ไฟฟ้าในช่วงไตรมาส 3 ซึ่งเร็วขึ้นกว่าทุกปีที่เคยจัดมา จากเดิมจะจัดแคมเปญแอลจี เมก้า เซลส์ ช่วงเดือน ธ.ค. ประกอบกับปีนี้อยู่ในช่วงการเฉลิมฉลองครบรอบ 25 ปี แอลจีประเทศไทย ทำให้บริษัทใช้โอกาสนี้ขยับแคมเปญโปรโมชั่นส่วนลดสูงสุด 50% ฉลอง 25 ปี ของแอลจีในประเทศไทย” น.ส.ศุภรางศุ์ กล่าว
สำหรับแคมเปญดังกล่าวจะจัดขึ้นระหว่างวันที่ 1 ส.ค.30 ก.ย.นี้ ผ่านตัวแทนจำหน่าย 68 ร้านค้าทั่วประเทศ โดยคาดหวังยอดขายตลอด 2 เดือน จากแคมเปญนี้ 300 ล้านบาท
อย่างไรก็ดี ในปีนี้บริษัทได้เพิ่มงบการตลาดจาก 1,100 ล้านบาท ในปีที่แล้วเป็น 1,200 ล้านบาท เพื่อปรับภาพลักษณ์แบรนด์ใหม่ให้ใกล้ชิดกับผู้บริโภคมากขึ้น เพื่อมุ่งหวังให้ขึ้นเป็นแบรนด์อันดับ 1 ในใจของผู้บริโภคคนไทยภายใน 5 ปีจากนี้ จากปัจจุบันที่แบรนด์แอลจีอยู่ในอันดับ 1 ใน 3 แบรนด์ในใจผู้บริโภคคนไทย
ขณะเดียวกัน บริษัทจะดำเนินการตลาดภายใต้ 3 กลยุทธ์หลัก คือ 1.ตอกย้ำความชื่นชอบต่อแบรนด์ และความจงรักภักดีต่อแบรนด์ของลูกค้า ผ่านสินค้านวัตกรรมเพื่อยกระดับคุณภาพชีวิต เพื่อสร้างรอยยิ้มให้ผู้บริโภค 2.เพิ่มแนวโน้มการตัดสินใจซื้อผ่านแคมเปญโปรโมชั่น
สำหรับกลยุทธ์ที่ 3 จะเน้นเสริมภาพลักษณ์ความเป็นแบรนด์พรีเมียม ภายใต้แคมเปญ “Life’s Good Together” ผ่านการสื่อสารหลายช่องทาง ทั้งการประชาสัมพันธ์ สื่อโทรทัศน์ สื่อนอกบ้าน และสื่อดิจิตอล เป็นต้น







