posttoday
ท้าทาย

ท้าทาย

29 กรกฎาคม 2556

ในสนามเลือกตั้ง ผู้สมัครต่างงัดกลยุทธ์ขายทั้งความฝัน ความจริง ความนิยมตัวบุคคล และนโยบายประชานิยม เพื่อดึงคะแนนโหวตจากผู้มีสิทธิออกเสียงให้มากที่สุด

ในสนามเลือกตั้ง ผู้สมัครต่างงัดกลยุทธ์ขายทั้งความฝัน ความจริง ความนิยมตัวบุคคล และนโยบายประชานิยม เพื่อดึงคะแนนโหวตจากผู้มีสิทธิออกเสียงให้มากที่สุด

สำหรับอาเซียน “กัมพูชา” เป็นประเทศที่เพิ่งผ่านการเลือกตั้งมาหมาดๆ ซึ่งแน่นอนว่า ท่านผู้นำก็ยังเป็นคนเก่าคนเดิม แต่สิ่งที่ต้องจับตาต่อไปคือ นโยบายต่อจากนี้ไปจะเหมือนเดิมหรือต่างออกไป และจะช่วยให้กัมพูชารักษาอัตราการเติบโตของเศรษฐกิจในระดับ 7% กว่าๆ ไปได้ต่อไปหรือไม่ และที่สำคัญจะเป็นนโยบายที่เป็นมิตรกับนักลงทุนหรือเปล่า และเป็นประโยชน์กับชาวกัมพูชาแท้ๆ มากน้อยแค่ไหน

โดยเฉพาะในยุคที่ต้นทุนค่าแรงในจีนที่พุ่งขึ้น กลายเป็นโอกาสใหม่ๆ สำหรับประเทศกลุ่มอาเซียนที่จะฉวยจังหวะสร้างความมั่งคั่ง เพิ่มการจ้างงานและรายได้ภาษีจากการลงทุนที่หลั่งไหลเข้ามาในภูมิภาคนี้ ซึ่งนักวิเคราะห์เศรษฐกิจที่อยู่ในกัมพูชาแจงว่า พรรคซีพีพีของฮุนเซน คงจะเดินหน้าใช้หลัก “มาก่อน ได้ก่อน” หรือ first come, first serve สำหรับนักลงทุนต่างชาติต่อไป ด้วยการชูจุดขายหลักๆ อย่างเรื่องยกเว้นภาษีระยะหนึ่ง แรงงานราคาถูก สิทธิพิเศษทางภาษีศุลกากร หรือจีเอสพี ส่งสินค้าไปสหรัฐและสหภาพยุโรป และการรวมตัวเป็นประชาคมอาเซียนในปี 2558 ที่หวังกันว่าจะทำให้การเชื่อมโยงในภูมิภาคนี้แน่นแฟ้นยิ่งขึ้น

ท่ามกลางจุดเด่นเหล่านั้น รัฐบาลของกัมพูชาภายใต้ท่านผู้นำคนเดิม ก็ยังจะต้องเจอเรื่องที่ต้องเร่งหาทางแก้ไข เพื่อสร้างให้เศรษฐกิจเติบโตต่อไปอย่างต่อเนื่อง

โดยความท้าทายสำคัญของกัมพูชา คือ แรงงาน ที่ทักษะและความสามารถยังไม่ตอบสนองความต้องการของตลาดนัก จะแถมในช่วงไม่กี่เดือนที่ผ่านมา มักจะเห็นได้ว่ามีข่าวประท้วงเรียกร้องค่าแรงเพิ่มของแรงงานกัมพูชาอยู่หลายครั้ง ดังนั้นในอนาคตค่าแรงของกัมพูชาก็คงไม่ได้ถูกนัก แม้ว่าจะยังไม่สูงเหมือนบางประเทศในย่านนี้ ซึ่งนักวิเคราะห์มองกันว่า หากกัมพูชาต้องการเติบโตไปอีกขั้น ก็จำเป็นต้องเพิ่มการลงทุนด้านการผลิตระดับไฮเอนด์มากขึ้น และถ้าเป็นแบบนั้น แรงงานต้องมีทักษะมากกว่าเดิมด้วยค่ะ

เมื่ออยากได้แรงงานที่มีทักษะมากขึ้น การศึกษาก็เป็นสิ่งจำเป็น ซึ่งเรื่องนี้ผู้อำนวยการด้านวิจัยของสถาบันข้อมูลเพื่อการพัฒนากัมพูชา บอกว่า ปัจจุบันอัตราการเรียนต่อระดับมหาวิทยาลัย หรือสถาบันการศึกษาเฉพาะทางในกัมพูชายังมีแค่ 14% เท่านั้น

เห็นตัวเลขนี้แล้ว บอกได้ว่ากัมพูชายังต้องเร่งพัฒนาการศึกษาอย่างหนักและต้องพยายามสร้างความร่วมมือกับต่างประเทศ เพื่อดึงการลงทุนหรือความร่วมมือด้านการศึกษาขั้นสูง โดยเฉพาะด้านอาชีวศึกษามาเพื่อฝึกปรือทักษะฝีมือของชาวกัมพูชาให้มากขึ้นอีก

นอกจากดึงคนนอกมาช่วยแล้ว ก็ต้องเร่งหนุนคนในด้วย ทั้งเรื่องเพิ่มเงินเดือนครู ปรับหลักสูตรให้ทันสมัย และเพิ่มงบการศึกษาเหมาะกับสถานการณ์ปัจจุบัน และ

เห็นความท้าทายของกัมพูชาแล้วคงรู้สึกคุ้นใช่ไหมคะ และนี่น่าจะเป็นความท้าทายร่วมของภูมิภาค เพราะดูเหมือนว่าตอนนี้ ประเทศไหนๆ ในอาเซียนต่างก็เจอปัญหาทำนองนี้ทั้งนั้น ก็ขึ้นอยู่กับว่า Political Will หรือเจตนารมณ์ทางการเมืองของใครจะแรงกล้าและตั้งใจจริงมากกว่ากัน เพื่อจะพาประเทศก้าวผ่านความท้าทายไปให้ได้

ข่าวล่าสุด

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท