
“สแมค พาร์เลอร์” ร้านเสื้อผ้าเคลื่อนที่ของวัยรุ่นยุคใหม่
ในยุคปัจจุบันผู้คนต้องการความสะดวกสบายในชีวิตมากขึ้น และหากสินค้าหรือบริการใดที่สามารถตอบโจทย์ข้อนี้ได้
โดย...ณัฏฐญา เมฆสมณะศักดิ์
ในยุคปัจจุบันผู้คนต้องการความสะดวกสบายในชีวิตมากขึ้น และหากสินค้าหรือบริการใดที่สามารถตอบโจทย์ข้อนี้ได้ ก็เรียกได้ว่าประสบความสำเร็จไปหนึ่งขั้น ยกตัวอย่างเช่น “ร้านอาหารเคลื่อนที่บนรถบรรทุก” ไปจนถึง “แอพพลิเคชันเรียกรถแท็กซี่” ที่ทำให้ลูกค้าสามารถเข้าถึงสินค้าและบริการได้ง่ายและสะดวกสบาย ซึ่งขณะนี้กำลังเป็นที่รู้จักและมีผลกำไรเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง
“สแมค พาร์เลอร์” (Smak Parlour) ก็นับได้ว่าเป็นอีกหนึ่งธุรกิจที่ต้องการให้ลูกค้าเข้าถึงได้ง่าย จึงได้ต่อยอดธุรกิจด้วยการดัดแปลงรถบรรทุกให้กลายเป็นห้องเสื้อเคลื่อนที่ในทันทีนั่นเอง
“แอ็บบี้ เคสเลอร์” และ “เคที ลูเบสกี” สองสาวเจ้าของร้านสแมค พาร์เลอร์ ร้านขายเสื้อผ้าวัยรุ่นในเขตเมืองเก่าของฟิลาเดลเฟีย ที่ก่อตั้งในปี 2548 มีความคิดที่จะเปิดร้านสาขาที่ 2 ภายหลังยอดขายและกำไรของร้านเติบโตอย่างต่อเนื่อง ทั้งนี้เพราะวัยรุ่นชาวอเมริกันต่างชื่นชอบสินค้าของทางร้าน ซึ่งล้วนแต่มีราคาไม่แพง โดยราคาสินค้าทุกชิ้นจะมีราคาไม่เกิน 100 เหรียญสหรัฐ (ราว 3,000 บาท)
อย่างไรก็ตาม แผนการเปิดสาขาที่ 2 ก็ต้องหยุดชะงักลง ภายหลังทั้งคู่เริ่มรู้สึกว่า “ไม่พร้อม” หลังจากนั้นสองสาวก็ได้ยินเรื่องราวของร้านเสื้อผ้าบนรถบรรทุก จึงตัดสินใจว่าน่าจะนำมาใช้กับร้านของตัวเองได้
ลูเบสกี จึงเสาะหารถบรรทุกที่ใช้แล้ว ซึ่งราคาปกติจะอยู่ที่ราว 2-3 หมื่นเหรียญสหรัฐ (ราว 6-9 แสนบาท) ทว่าหญิงสาวคนนี้กลับหาได้ต่ำกว่างบประมาณที่เตรียมไว้ถึง 8,000 เหรียญสหรัฐ (ราว 2.4 แสนบาท) ก่อนจะนำมาปรับปรุงและตกแต่งใหม่ให้ทันสมัย และเหมาะกับการเป็นร้านเสื้อผ้าแฟชั่น
นอกจากนี้ ทั้งสองคนยังพยายามหาวิธีลดต้นทุนอีกหนึ่งวิธีด้วยการใช้แฟนหนุ่มของเคสเลอร์ ซึ่งเป็นกราฟฟิกดีไซเนอร์เป็นคนตกแต่งด้านนอกรถ ทำให้ทั้งคู่สามารถประหยัดเงินต้นทุนได้มากถึง 2 หมื่นเหรียญสหรัฐ (ราว 6 แสนบาท) เลยทีเดียว
หลังจากที่เปิดร้านเสื้อผ้าเคลื่อนที่บนรถบรรทุกในบริเวณมหาวิทยาลัยเพนซิลเวเนียเพียงไม่กี่วัน ก็มีลูกค้าเข้ามาเลือกซื้อสินค้าจำนวนมาก ทว่าเกิดเหตุชุลมุนขึ้นเมื่อไฟและเครื่องปรับอากาศดับลง ซึ่งทั้งสองคนระบุว่า เป็นเพราะก่อนหน้านี้สนใจแต่จะนำสินค้าจัดวางในรถ จนลืมนึกถึงระบบไฟในรถ
ทั้งสองคนต้องรีบเร่งแก้ไขปัญหาที่เกิดขึ้น เพื่อให้สามารถดำเนินธุรกิจห้องเสื้อเคลื่อนที่ต่อไปได้ โดยหลังจากนั้นไม่กี่วันรถบรรทุกสุดหรูที่มีทั้งห้องลองเสื้อ ช่องรับแสงบนหลังคา และเสื้อผ้าหลากหลายดีไซน์ก็กลับมาสู่ท้องถนนอีกครั้ง
ด้าน นาตาลี นิกซอน ผู้อำนวยการหลักสูตรบริหารธุรกิจมหาบัณฑิตแห่งมหาวิทยาลัยฟิลาเดลเฟีย ชี้ว่าต้นทุนการทำธุรกิจรูปแบบนี้ต่ำกว่าร้านค้าทั่วไปมาก
“คุณไม่ต้องจ่ายค่าสาธารณูปโภค พวกค่าน้ำ ค่าไฟ ไม่ต้องจ้างพนักงานขายมากนัก และคุณสามารถตกแต่งร้านได้หลายรูปแบบ” นิกซอน กล่าว
นอกจากนี้ ค่าเช่าที่จอดรถบรรทุกนั้นยังมีราคาถูกกว่าค่าเช่าร้านในแต่ละเดือน ซึ่งทำให้สามารถประหยัดต้นทุนได้เป็นจำนวนมาก
หลังจากที่สแมค พาร์เลอร์ ดำเนินกิจการในรูปแบบเคลื่อนที่ได้ 1 ปีครึ่ง ทางมหาวิทยาลัยเพนซิลเวเนียก็เปิดโอกาสให้ทางร้านสามารถนำรถมาจอดขายภายในมหาวิทยาลัยได้
“พวกเขาไม่รอให้ลูกค้าไปหา โดยทำงานเชิงรุกมาก เหมือนกับว่าพวกเขามีความรู้สึกว่านี่จะเป็นสถานที่ที่ลูกค้าอยู่ และจะต้องเข้าไปหาให้ได้” นิกซอน ระบุ
ทั้งนี้ ปัจจุบันร้านเสื้อผ้าบนรถบรรทุกแบรนด์ “สแมค พาร์เลอร์” จะจอดอยู่ที่มหาวิทยาลัยเพนซิลเวเนียในช่วงวันจันทร์ศุกร์ พร้อมกันนี้สองผู้ประกอบการสาวยังนำรถไปจอดตามงานเทศกาลต่างๆ อีกด้วย
สำหรับการแจ้งข่าวสารให้ลูกค้าทราบว่าร้านจะไปตั้งที่บริเวณใด ทั้งคู่จะโฆษณาผ่านเฟซบุ๊กและทวิตเตอร์เป็นหลัก นอกจากนี้ทางร้านยังมีลูกค้าประจำ ซึ่งจะอาศัยการบอกต่อๆ กันแบบปากต่อปาก
นับเป็นอีกหนึ่งธุรกิจที่รู้จักปรับตัวให้ทันตามกระแส รวมทั้งยังขายสินค้าในราคาถูก เชื่อว่าทั้งหมดนี้ล้วนแต่เป็นปัจจัยสำคัญที่จะช่วยหนุนให้สแมค พาร์เลอร์ เติบโตต่อไปอย่างแน่นอน







