
เที่ยวเพื่อสุขภาพ
นอกเหนือจากกระแสการดูแลสุขภาพที่มีมาอย่างต่อเนื่อง จนถึงปัจจุบันได้ขยายวงไปยังกลุ่มธุรกิจบริการต่างๆ ที่เกี่ยวข้อง เพื่อรองรับความต้องการในตลาดทั่วโลก รวมถึงไทย
นอกเหนือจากกระแสการดูแลสุขภาพที่มีมาอย่างต่อเนื่อง จนถึงปัจจุบันได้ขยายวงไปยังกลุ่มธุรกิจบริการต่างๆ ที่เกี่ยวข้อง เพื่อรองรับความต้องการในตลาดทั่วโลก รวมถึงไทย
ขณะที่เทรนด์นี้ยังได้เข้าไปเกี่ยวข้องกิจกรรมหรือรูปแบบการท่องเที่ยวในไทยอีกด้วย หรือที่เรียกว่าการท่องเที่ยวเชิงสุขภาพ ที่กำลังเป็นที่นิยมมากในตลาดต่างประเทศ โดยเฉพาะในไทยที่ถือว่าเป็น “เวิลด์ ลีดเดอร์” ในเรื่องคุณภาพบริการที่โดดเด่นการท่องเที่ยวเชิงสุขภาพ
ทั้งนี้ การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) เตรียมการจัดโครงการประชุมระดับนานาชาติในประเทศไทย ครั้งที่ 2 ในเดือน ส.ค.ปีนี้ ในชื่องาน Thailand Medical and Wellness Familiarization Trip 2013 เพื่อสร้างความเชื่อมั่นในศักยภาพของประเทศไทย ในฐานะ Super Quality Medical & Wellness Destination พร้อมสร้างโอกาสให้กับผู้ประกอบการไทยได้นำเสนอธุรกิจกับตัวแทนขายทั่วโลก และเข้าเยี่ยมชมสถานประกอบการ เพื่อเพิ่มศักยภาพให้กับผู้ประกอบการของไทยมีความพร้อมสูงสุดในการรุกตลาดต่างประเทศ
สำหรับในปีนี้ ททท. จะเน้นเชิญกลุ่มตัวแทนขาย (Buyer)จากตลาดหลัก คือ ออสเตรเลีย ตะวันออกกลาง รัสเซีย และสหรัฐอเมริกา โดยตลาดเป้าหมายใหม่ที่จะเชิญในปีนี้ คือ ตลาดลักชัวรี กลุ่มหรูหราจากจีน เพราะจากข้อมูลพบว่าในปี 2555 ที่ผ่านมา ตลาดไฮโซจีนกว่า 6 แสนคน เดินทางไปรับบริการทางด้านเซลล์บำบัด (Anti Aging & Cell Therapy) ที่สวิตเซอร์แลนด์และสิงคโปร์ โดยใช้เงินราว 6 แสนหยวน หรือประมาณ 2 ล้านกว่าบาทต่อทริป ตลาดจีนจึงเป็นเป้าหมายของบริการ Medical Tourism ที่ทั่วโลกต้องการเพราะมีกำลังซื้อสูงมาก
นอกจากนี้ ททท. ยังจะนำเสนอบริการสุขภาพที่ประเทศไทยมีศักยภาพความพร้อมสูง และเป็นบริการที่ตอบโจทย์ความสนใจของตลาดอย่างชัดเจน ตัวอย่างเช่นบริการศัลยกรรมตกแต่งซึ่งแพทย์ไทยได้รับการยอมรับในระดับโลก บริการรักษาผู้มีบุตรยาก Fertility ซึ่งประเทศไทยเป็นหนึ่งในจุดหมายปลายทางชั้นนำของโลกที่มีชาวต่างชาติเดินทางมาใช้บริการมากที่สุด และบริการเวชศาสตร์ชะลอวัยและเซลล์บำบัด (Anti Aging & Cell Therapy) เป็นบริการส่งเสริมสุขภาพเชิงป้องกันที่กำลังเป็นที่นิยมอย่างมากในตลาดจีนและอาเซียน
ขณะที่การประชุมนานาชาติในประเทศไทยเกี่ยวกับท่องเที่ยวเชิงสุขภาพ ครั้งที่ผ่านมาทาง ททท. ได้สำรวจความเห็นและความต้องการของเอเยนซีที่มาร่วมงาน จำนวน 22 บริษัทจากประเทศสหรัฐอเมริกา ออสเตรเลีย สแกนดิเนเวีย และกลุ่มรัฐอาหรับ (GCC) ที่พบว่าปัจจัยเอเยนซีให้ความสำคัญที่สุดในการพิจารณาเลือกผู้ให้บริการด้านสุขภาพ หรือ Health Care Provider อันดับ 1 คือ ประสบการณ์และความเชี่ยวชาญของแพทย์ อันดับที่ 2 คือ นวัตกรรมเทคโนโลยีที่เป็นจุดเด่นที่แตกต่าง อันดับที่ 3 คือ สถานประกอบการได้มาตรฐาน อันดับ 4 คือ เจ้าหน้าที่บริการภาษาต่างประเทศ และพบว่าตลาดสหรัฐอเมริกาและตลาดเวียดนาม สนใจบริการรักษาผู้มีบุตรยากมาก ส่วนตลาดออสเตรเลียสนใจศัลยกรรมความงามมากที่สุด
นับเป็นอีกหนึ่งแนวโน้มของตลาดธุรกิจบริการ ที่มีแนวโน้มขยายตัวมากขึ้นทุกปี ที่ผู้ประกอบการธุรกิจต่างๆ ควรจับเทรนด์ดังกล่าว เพื่อพัฒนาสินค้า บริการออกมาให้ตรงใจกับกลุ่มเป้าหมาย จากนโยบายของภาครัฐที่ให้การสนับสนุนการท่องเที่ยวเชิงสุขภาพให้เกิดขึ้นในไทยแล้ว







