posttoday
ฟื้นเซรามิกลำปางดันเมืองยอดนิยมโลก

ฟื้นเซรามิกลำปางดันเมืองยอดนิยมโลก

29 กรกฎาคม 2556

โดย...วราภรณ์ เทียนเงิน

โดย...วราภรณ์ เทียนเงิน

“ลำปาง” ศูนย์กลางผลิตผลิตภัณฑ์เซรามิกที่ใหญ่สุดของประเทศไทย ประสบปัญหายอดสั่งซื้อสินค้า (ออร์เดอร์) จากต่างประเทศหดตัวลงมากตามวิกฤตเศรษฐกิจโลก ทำให้โรงงานเซรามิกต่างเร่งปรับตัวและปรับกลยุทธ์เพื่อให้สามารถแข่งขันได้ต่อไป ขณะที่ภาครัฐกำลังวางแนวรุกปลุกอุตสาหกรรมเซรามิกลำปางครั้งใหญ่ ให้กลับมามีชื่อเสียงและได้รับความนิยมในตลาดโลกอีกครั้ง

“กอบชัย สังสิทธิสวัสดิ์” รองอธิบดีกรมส่งเสริมอุตสาหกรรม (กสอ.) เปิดเผยว่า กำลังร่วมมือกับ จ.ลำปาง เพื่อโปรโมตศูนย์แสดงและจำหน่ายสินค้าเซรามิกหัตถอุตสาหกรรม จ.ลำปาง ที่มีร้านค้าในศูนย์รวม 40 ร้านค้า พื้นที่รวม 19 ไร่ มีขนาดใหญ่สุดในเอเชีย กลายเป็นสถานที่ท่องเที่ยวและช็อปปิ้งยอดนิยม ต้องเป็นจุดที่บริษัททัวร์นำนักท่องเที่ยวมาใช้บริการ เพราะขณะนี้ศูนย์ดังกล่าวมีนักท่องเที่ยวเข้ามาใช้ซื้อสินค้าน้อย ทั้งที่เป็นศูนย์ที่มีศักยภาพและมีโอกาสที่จะดึงดูดนักท่องเที่ยวต่างชาติ

พร้อมกันนี้จะทำงานร่วมกับกระทรวงพาณิชย์ เพื่อหาทางโปรโมตเซรามิกของลำปางและจัดโรดโชว์ไปในหัวเมือง แหล่งท่องเที่ยวสำคัญ เพื่อให้นักท่องเที่ยวต่างชาติรู้จัก จ.ลำปาง มากที่สุด ขณะเดียวกันจะมุ่งเปิดตลาดใหม่ในต่างประเทศที่มีศักยภาพ ทั้งจีน อินเดีย ตะวันออกกลาง และเพิ่มยอดขายในตลาดหลักคือ ญี่ปุ่น ทดแทนตลาดยุโรปและสหรัฐที่มีปัญหากำลังซื้อหดตัว

รวมทั้งจะมุ่งยกระดับผู้ประกอบการในลำปางและเซรามิกทั่วประเทศ ให้หันมาปรับแผนผลิตสินค้า ปรับประสิทธิภาพการผลิตใหม่เพื่อลดต้นทุน พร้อมกับส่งเสริมให้เซรามิกกลายเป็นสินค้าติดอันดับที่นักท่องเที่ยวต่างชาติต้องซื้อกลับไปเป็นของฝากอีกครั้ง เชื่อมั่นว่าโอกาสที่เซรามิกลำปางจะกลับมาได้รับความนิยมจากนักท่องเที่ยวจะมีสูงมาก

ขณะที่ “เรวัตร ไชยยารักษ์” กรรมการผู้จัดการ บริษัท นาปางคูณเซรามิค จ.ลำปาง ผู้ผลิตเซรามิกงานดีไซน์รายเล็กเพื่อส่งออกไปต่างประเทศ กล่าวว่า การจะกระตุ้นให้ผลิตภัณฑ์เซรามิกของ จ.ลำปาง กลับมาโด่งดังอีกครั้ง ภาครัฐจะต้องสนับสนุนและส่งเสริมอย่างจริงจัง รวมทั้งต้องกระตุ้นตลาดในประเทศ ทำให้คนไทยหันมาใช้ผลิตภัณฑ์เซรามิกที่มีการออกแบบและเป็นงานดีไซน์มีคุณภาพ

ย้อนกลับไปในช่วงที่ธุรกิจเซรามิก จ.ลำปาง ได้รับความนิยมสูงสุดนั้น เกิดขึ้นระหว่างปี 2530-2535 ผู้ประกอบการผลิตสินค้าไม่เพียงพอกับความต้องการของลูกค้าในต่างประเทศ แต่เมื่อเกิดภาวะวิกฤตเศรษฐกิจปี 2540 ทำให้ผู้ประกอบการหายไปจากตลาดจำนวนมาก และ จ.ลำปาง ที่เคยมีชื่อเสียงก็ค่อยๆ ซบเซาลง โดยปัจจุบันโรงงานเซรามิกในจังหวัดมีจำนวน 200 โรงงาน จากโรงงานทั้งประเทศ 700 โรงงาน

จนกระทั่งปีนี้ ผู้ประกอบการกลับมาประสบภาวะวิกฤตอีกครั้ง จากตลาดส่งออกหลักในยุโรปและสหรัฐเศรษฐกิจชะลอตัว ทำให้ผู้ประกอบการทยอยปิดกิจการไปแล้วประมาณ 20-30% ส่วนมากเป็นผู้ประกอบการรายใหญ่ที่ผลิตเพื่อเน้นส่งออก เมื่อมีคำสั่งซื้อลูกค้าลดลงและธุรกิจมีขนาดใหญ่ก็ไม่สามารถแบกรับต้นทุนสูงขึ้นได้จึงต้องปิดตัวลง ส่วนรายเล็กที่มีแรงงานไม่มากนัก จะสามารถปรับธุรกิจได้ทันและรวดเร็วมากกว่า

ขณะที่นาปางคูณเซรามิค ก็ได้รับผลกระทบเช่นกัน ตั้งแต่ต้นปีที่ผ่านมายอดคำสั่งซื้อจากต่างประเทศลดลง 4050% ตามเศรษฐกิจโลกที่ชะลอตัว ดังนั้นบริษัทก็ต้องปรับตัวมุ่งลดต้นทุนและเข้าร่วมโครงการของกรม ทำให้ต้นทุนลดลงได้ 2 ล้านบาทต่อปี รวมทั้งมุ่งขยายตลาดในประเทศที่มีศักยภาพทั้งกลุ่มโรงแรม ร้านอาหารที่ต้องการสินค้าดีไซน์ และมุ่งผลิตงานดีไซน์ใหม่อย่างต่อเนื่อง ซึ่งไม่มีแผนลดแรงงานและปรับขึ้นราคา แม้ว่าต้นทุนหลักจากราคาก๊าซจะสูงขึ้นมากก็ตาม

“บริษัทได้รับผลกระทบต่อเนื่องจากวิกฤตเศรษฐกิจปี 2540 จากที่เคยมีแรงงานกว่า 100 คน ก็ลดลงเหลือ 50 คนในปัจจุบัน สัดส่วนตลาดที่เป็นส่งออกก็ลดลงเหลือ 20% ตลาดในประเทศ 80% จากเดิมที่ส่งออกเป็นหลัก ตลาดเดิมคือสหรัฐ ปัจจุบันไม่ได้ส่งออกแล้ว หันมาส่งออกในญี่ปุ่น จีน และยุโรปแทน ซึ่งตลาดหลักในญี่ปุ่นจะชื่นชอบสินค้าดีไซน์ มีเอกลักษณ์”เรวัตร กล่าว

ทั้งนี้ หากภาครัฐมุ่งกระตุ้นตลาดเซรามิกของ จ.ลำปาง อย่างจริงจัง และคนในประเทศหันมาใช้สินค้ามากขึ้น ผู้ประกอบการมุ่งผลิตงานที่มีดีไซน์เฉพาะตัว โอกาสที่เซรามิกลำปางจะกลับมาเติบโตได้ดีมีความเป็นไปได้สูง และโอกาสที่จะยกระดับลำปางเป็นเมืองเซรามิกของโลกให้ได้ความหวังที่ อุตสาหกรรมเซรามิก ลำปาง จะกลับมายิ่งใหญ่ และคึกคักได้อีกครั้งหรือไม่นั้น คนทั้งประเทศเองก็ต้องช่วยเหลือและกระตุ้นให้ใช้สินค้าไทยมากที่สุด ภาครัฐ ต้องส่งเสริมอุตสาหกรรมเซรามิกอย่างจริงจัง

ข่าวล่าสุด

‘สุชาดา’ ปฏิเสธเอี่ยวเว็บพนัน ยัน FBI-SEC ไม่พบชื่อสามี

‘สุชาดา’ ปฏิเสธเอี่ยวเว็บพนัน ยัน FBI-SEC ไม่พบชื่อสามี