
รัฐเตรียมแผนสำรองหากพ.ร.บ.2ล้านล.ไม่ผ่านสภา
สนข.เผยมีแผนรองรับ หาก พ.ร.บ.2 ล้านล้านไม่ผ่านสภา โดยจะพิจารณากู้เป็นรายโครงการแทน
สนข.เผยมีแผนรองรับ หาก พ.ร.บ.2 ล้านล้านไม่ผ่านสภา โดยจะพิจารณากู้เป็นรายโครงการแทน
สมาคมผู้สื่อข่าวเศรษฐกิจจัดงานสัมมนา “เจาะลึกประเด็นร้อนเศรษฐกิจไทย-อาเซียน+3” นายจุฬา สุขมานพ ผู้อำนวยการสำนักงานนโยบายและแผนการขนส่งและจราจร (สนข.) กล่าวว่า ขณะนี้ ร่าง พ.ร.บ.ให้อำนาจกระทรวงการคลังกู้เงินเพื่อลงทุนโครงสร้างพื้นฐานด้านคมนาคมขนส่งของประเทศ วงเงิน 2 ล้านล้านบาท อยู่ระหว่างบรรจุเข้าสู่วาระการประชุมสภาผู้แทนราษฎร เปิดสมัยประชุมในวันที่ 7 สิงหาคมนี้
โครงการรถไฟความเร็วสูงที่อยู่ใน พ.ร.บ.กู้เงินโครงสร้างพื้นฐาน 2 ล้านล้านบาท ขณะนี้อยู่ในขั้นตอนการศึกษาความหมาะสมของโครงการในสามด้าน โดยมีความคุ้มค่าทางเศรษฐกิจ โครงสร้างวิศวกรรม เเละผลกระทบด้านสิ่งเเวดล้อม โดยธันวาคมปีนี้จะสรุปได้ เเละจะมีความชัดเจนเรื่องที่ตั้งสถานี โดยขณะนี้สาย กทม. พิษณุโลก เชียงใหม่ มีความคืบหน้ามากที่สุด เตรียมเสนอรายงานผลกระทบด้านสิ่งเเวดภายในสองเดือนนี้ แม้ข้อเสนอของสภาหอการค้าฯ ต้องการให้ลงทุนรถไฟรางคู่ก่อนรถไฟความเร็วสูง เพราะมีความคุ้มค่ามากกว่า แต่ สนข.มองว่าการพัฒนาทั้งสองโครงการตอบโจทย์การลงทุนเเตกต่างกัน โดยรถไฟรางคู่พัฒนาด้านโลจิสติกส์ การขนส่งสินค้า ส่วนรถไฟความเร็วสูงตอบโจทย์การพัฒนาเมืองในอีก 10 ปีข้างหน้า
อย่างไรก็ตาม หากกฎหมายไม่ผ่านการพิจารณาจากสภาฯ รัฐบาลมีแผนสำรองเพื่อให้การลงทุนเดินหน้าต่อไปได้ โดยจะพิจารณากู้เงินลงทุนเป็นรายโครงการแทน เพราะมีการศึกษารายละเอียดไว้พร้อมแล้ว แต่ยอมรับจะมีปัญหาเรื่องความล่าช้าในการดำเนินโครงการและแผนการเชื่อมโยงการขนส่งไม่เป็นตามแผนที่รัฐบาลตั้งเป้าหมายไว้ สำหรับโครงการที่มีความพร้อมมากที่สุด คือ การปรับปรุงถนน 4 เลน ขณะที่โครงการรถไฟความเร็วสูงจะต้องผ่านการประเมินผลกระทบด้านสิ่งแวดล้อม (อีไอเอ) หากเส้นทางใดผ่านอีไอเอแล้ว รัฐบาลสามารถกู้เงินมาดำเนินการได้
คาดว่าเส้นทางกรุงเทพฯ -เชียงใหม่ ช่วงกรุงเทพฯ-พิษณุโลก ระยะทาง 300 กิโลเมตร สามารถจัดทำอีไอเอ แล้วเสร็จในปลายปีนี้ หรืออย่างช้าต้นปีหน้า ขณะที่เส้นทางกรุงเทพฯ-หนองคาย เริ่มระยะแรกจากกรุงเทพฯถึงช่วงชุมทางบ้านภาชี-นครราชสีมา คาดว่าแล้วเสร็จเดือนมีนาคม ส่วนเส้นทางกรุงเทพฯ-หัวหิน กำหนดจัดทำอีไอเอเสร็จในเดือนมิถุนายน ยอมรับว่าเป็นเส้นทางที่มีปัญหามากที่สุด เนื่องจากระยะทางสั้น หากต้องการให้คุ้มทุนจะต้องลงทุนพัฒนาไปถึง จ.ชุมพร แต่หากไม่สามารถทำได้ รัฐบาลมีแผนพัฒนาเป็นระบบรถไฟทางคู่ เพื่อนำรถไฟฟ้ามาวิ่งให้บริการได้เป็นทางเลือก ขณะที่กรุงเทพฯ-ชลบุรี-ระยอง ขณะนี้เริ่มศึกษาอีไอเอไปแล้ว







