posttoday
ส่งออกไทยสลบ ครึ่งปีโตไม่ถึง 1%

ส่งออกไทยสลบ ครึ่งปีโตไม่ถึง 1%

27 กรกฎาคม 2556

การส่งออกของไทยในปีนี้คงจะเจอวิบากกรรมหนักไม่น้อย เมื่อกระทรวงพาณิชย์เผยตัวเลขการส่งออก 6 เดือนแรก ขยายตัวไม่ถึง 1%

การส่งออกของไทยในปีนี้คงจะเจอวิบากกรรมหนักไม่น้อย เมื่อกระทรวงพาณิชย์เผยตัวเลขการส่งออก 6 เดือนแรก ขยายตัวไม่ถึง 1% สาเหตุจากภาวะเศรษฐกิจโลกชะลอตัว โดยเฉพาะอย่างยิ่งเศรษฐกิจจีนที่เป็นคู่ค้าสำคัญของไทย ขณะที่ในสถานการณ์เศรษฐกิจปกติ การส่งออกจะเติบโตถึงปีละกว่า 10% ดังนั้น การส่งออกที่แทบไม่ขยายตัวเลยในช่วงครึ่งปีแรก จึงเป็นสัญญาณอันตรายว่า การส่งออกทั้งปีของไทยในปีนี้จะตกวูบอย่างน่าใจหาย ซึ่งโดยมีมูลค่าอยู่ที่ 1.13 แสนล้านเหรียญสหรัฐ นอกจากภาคการส่งออกที่ทรุดตัวลงแล้ว ภาคอุตสาหกรรมการผลิตยังมีแนวโน้มหดตัวลงเป็นลูกโซ่จากภาวะการส่งออกที่ถดถอยด้วย

วัชรี วิมุกตายน ปลัดกระทรวงพาณิชย์ เปิดเผยว่า ตัวเลขการส่งออกเดือน มิ.ย. 2556 มีมูลค่า 1.9 หมื่นล้านเหรียญสหรัฐ ลดลง 3.38% เทียบกับเดือน มิ.ย. 2555 ส่วนการนำเข้ามีมูลค่า 2.1 หมื่นล้านเหรียญสหรัฐ เพิ่มขึ้น 3.01% ส่งผลให้ไทยขาดดุลการค้าเดือน มิ.ย. 2556 มูลค่า 1,915 ล้านเหรียญสหรัฐ

ขณะที่การส่งออกช่วง 6 เดือน (ม.ค.มิ.ย.) 2556 มีมูลค่า 1.13 แสนล้านเหรียญสหรัฐ เพิ่มขึ้น 0.95% เทียบกับช่วงเดียวกันปีที่ผ่านมา ส่วนการนำเข้า 6 เดือน มีมูลค่า 1.29 แสนล้านเหรียญสหรัฐ เพิ่มขึ้น 4.32% โดยไทยขาดดุลการค้าช่วง 6 เดือน มูลค่า 1.57 หมื่นล้านเหรียญสหรัฐ

ทั้งนี้ การส่งออกที่ปรับตัวลดลงเป็นผลมาจากการที่เศรษฐกิจในประเทศคู่ค้าต่างๆ ยังไม่ฟื้นตัวมากนัก และยังเจอภาวะเศรษฐกิจจีนซึ่งเป็นตลาดส่งออกสำคัญของไทยซ้ำเติมเข้าไปอีก

นอกจากภาวะการชะลอตัวของเศรษฐกิจจีน ซึ่งจากเดิมคาดว่าการส่งออกเดือนนี้น่าจะปรับตัวดีขึ้น แต่ก็ไม่ได้เป็นอย่างที่คาดหวัง และการส่งออกยัง

“การผลักดันให้ตัวเลขการส่งออกทั้งปี 2556 ขยายตัวตามเป้าหมาย 7.5% คงเป็นไปได้ยาก เพราะหากจะเป็นไปตามเป้าหมายดังกล่าวต้องพยายามให้การส่งออกในช่วงครึ่งปีหลังได้ไม่ต่ำกว่า 2 หมื่นล้านเหรียญสหรัฐขึ้นไปทุกเดือน ซึ่งเป็นไปได้ยาก ดังนั้นคงต้องมีการทบทวนเป้าหมายตัวเลขการส่งออกปีนี้อีกครั้ง โดยการส่งออกอาจขยายตัวใกล้เคียงกับปีที่ผ่านมาที่ 3%”

อย่างไรก็ตาม กรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ ยืนยันว่าน่าจะโตได้ถึง 66.5% และนายกรัฐมนตรีได้สั่งการให้มุ่งขยายการค้าภาคบริการ และการท่องเที่ยวให้มากขึ้น เพื่อพยุงเศรษฐกิจไทยในปีนี้ให้ขยายตัวได้ตามเป้าหมาย

คงต้องดูตัวเลขอีกครั้งว่าจะปรับลดลงเหลือเท่าไร

ด้าน ศรีรัตน์ รัษฐปานะ อธิบดีกรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ กล่าวว่า จะมีการทบทวนเป้าหมายการส่งออกอย่างเป็นทางการอีกครั้งในช่วง 2 เดือนหลังจากนี้ แต่จากการสอบถามสถานการณ์ส่งออกรายตลาดจากผู้อำนวยการส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ (ทูตพาณิชย์) เบื้องต้นตัวเลขการส่งออกปี 2556 อาจขยายตัวต่ำกว่า 7% เล็กน้อย โดยคาดว่าการส่งออกยังขยายตัวได้ในระดับ 6.5% ซึ่งเป็นการคาดการณ์ที่สูงกว่าหน่วยงานเศรษฐกิจอื่นๆ ที่ประเมินว่าการส่งออกไทยจะโตในระดับ 5% โดยกรมจะผลักดันการส่งออกทุกอย่างโดยใช้มาตรการให้เข้าถึงตัวผู้ซื้อให้มากที่สุด ควบคู่กับการนำสินค้าภาคบริการไปบุกตลาด

ทั้งนี้ สินค้าสำคัญที่ส่งออกลดลงในเดือน มิ.ย. ส่วนใหญ่เป็นสินค้าในหมวดเกษตร/อุตสาหกรรมเกษตร อาทิ ข้าว ลดสำหรับเศรษฐกิจจีนที่มีปัญหา กรมจะพยายามให้กลุ่มสินค้าส่งออกกระจายตลาดส่งออกไปยังตลาดอื่น เหมือนที่กรมเคยดำเนินการในช่วงที่เศรษฐกิจตลาดหลักมีปัญหา ก็พยายามเร่งหาตลาดใหม่มาทดแทน เพราะหากส่งออกสินค้ากระจุกตัวอยู่เพียงตลาดใดตลาดหนึ่ง เมื่อตลาดนั้นมีปัญหาเศรษฐกิจ การส่งออกไทยก็จะได้รับผลกระทบไปด้วย ส่วนปัญหาการขาดดุลการค้าที่สูงมากนั้น มีความกังวลในเรื่องของการนำเข้าสินค้าอุปโภคบริโภค ซึ่งเป็นสินค้าฟุ่มเฟือย ที่อาจส่งผลกระทบต่ออุตสาหกรรมการผลิตในไทย ดังนั้นอุตสาหกรรมก็ควรเร่งปรับตัว

รายละเอียดการลง 0.5% ยางพารา 20.5% กุ้งแช่แข็งและแปรรูป 45.6% ไก่สดแช่แข็งและแปรรูป 13% ส่วนหมวดอุตสาหกรรม สินค้าเครื่องอิเล็กทรอนิกส์ ลดลง 11.6% และเครื่องใช้ไฟฟ้า ลดลง 6.1% เป็นต้น

ส่วนการส่งออกรายตลาดนั้น ตลาดหลัก ลดลง 8.4% จากการลดลงของญี่ปุ่น 11.9% สหรัฐ 9.4% สหภาพยุโรป 2.4% ตลาดศักยภาพสูง ลดลง 0.1% จากการลดลงของจีน 16.7%

สศอ.ลดจีดีพีอุตสาหกรรมปีนี้เหลือ 34% จาก 56% ขณะดัชนีผลผลิตหดเหลือ 0.51% จาก 3.54.5% ชี้อิเล็กทรอนิกส์ อาหาร สิ่งทอ ตัวฉุดหลัก ชี้ส่งออกทั้งปี 6% เป็นไปได้ยาก

ด้าน สมชาย หาญหิรัญ ผู้อำนวยการสำนักงานเศรษฐกิจอุตสาหกรรม (สศอ.) เปิดเผยว่า สศอ.ปรับลดประมาณการจีดีพีภาคอุตสาหกรรมปีนี้เหลือ 34% จากที่คาดไว้ในเดือน ก.พ. ที่ 56% และปรับลดดัชนีผลผลิตอุตสาหกรรม (เอ็มพีไอ) เหลือ 0.51% จากเดิม 3.54.5% ทั้งนี้ เนื่องจากปัจจัยทางเศรษฐกิจที่เปลี่ยนไปอย่างมากเมื่อเทียบกับต้นปีที่ผ่านมา โดยเฉพาะเศรษฐกิจต่างประเทศที่เป็นปัจจัยสำคัญต่อการส่งออกและภาคการผลิตอุตสาหกรรม ซึ่งล่าสุดกองทุนการเงินระหว่างประเทศ(ไอเอ็มเอฟ) ก็ลดประมาณการเศรษฐกิจโลกลงเหลือ 3.1% จาก 3.3% ประเทศคู่ค้าสำคัญเช่น สหรัฐ ยุโรป จีน ก็ลดลงเหลือ 1.2% 1.7% และ 6.9% ลดลง 0.1% 0.2% และ 0.3% ตามลำดับ ขณะที่ภาคอุตสาหกรรมโลกก็มีแนวโน้มลดลง ดย 6 เดือนแรกของปีนี้การส่งออกสินค้าอุตสาหกรรมขยายตัว 3.95% เทียบกับการส่งออกรวมที่ 6 เดือนแรกขยายตัวอยู่ที่ 0.94% โดยยังมองว่าการส่งออกที่กระทรวงพาณิชย์ตั้งไว้ที่ 67% อาจจะทำได้ลำบากเพราะถ้าจะไปถึงระดับดังกล่าว 6 เดือนที่เหลือจะต้องขยายตัวเฉลี่ยเดือนละ 12% จึงคาดว่าส่งออกทั้งปีน่าจะอยู่ 34%

“ที่ลดประมาณการลงไปค่อนข้างมากเนื่องจากปัจจัยต่างๆ เปลี่ยนไปทั้งเศรษฐกิจต่างประเทศที่ทำให้แนวโน้มการส่งออกลดลง ส่วนค่าเงิน ดอกเบี้ย และ ราคาน้ำมันก็เปลี่ยนไปมาก”

สมชาย กล่าวว่า อุตสาหกรรมที่การผลิตลดลงมากจนส่งผลต่อการปรับลดประมาณการ ได้แก่ กลุ่มสินค้าอิเล็กทรอนิกส์ อาหาร สิ่งทอ การกลั่นน้ำมัน ในขณะที่กลุ่มเครื่องใช้ไฟฟ้าและยานยนต์แม้จะยังขยายตัวสูง แต่ก็เริ่มเห็นสัญญาณที่ชะลอลง แต่คาดว่า

ทั้งนี้ เดือน มิ.ย.ที่ผ่านมา เอ็มพีไอ ดัชนีหดตัวลง 3.5% เทียบกับช่วงเดียวกันปีที่แล้ว ซึ่งถือเป็นการหดตัวต่อเนื่องกันเป็นเดือนที่ 3 ต่อจากเดือน เม.ย. และ พ.ค. โดยกลุ่มที่ทำให้เอ็มพีไอหดตัวลงมากที่สุด คือ กลุ่มอิเล็กทรอนิกส์ หดตัว 15.53% โดยเฉพาะฮาร์ดดิสก์ไดรฟ์ลดลง 17.59% ด้านอัตราการใช้กำลังการผลิตอยู่ที่ 64.09% เทียบกับเดือน พ.ค. ที่ 65.81%

“การหดตัวเดือนมิ.ย. ดังกล่าว ทำให้ MPI ไตรมาสที่ 2/56 หดตัวลง 5.2% ทำให้ภาพรวมครึ่งปีแรก หดตัว 1.1%”

นายสมชาย กล่าวว่า หากพิจารณารายกลุ่มอุตสาหกรรมในไตรมาส 2 และครึ่งปีแรกพบว่า กลุ่มที่มีน้ำหนักกับการผลิตอุตสาหกรรมโดยรวมและมีการหดตัวมากคือกลุ่มอาหาร โดยหดตัว 20.2% และ 8.5% ตามลำดับ และคาดว่าจะหดตัวอีก 0.8% ในครึ่งปีหลัง และทั้งปีหดตัว 5.6% โดยแรงกดดันสำคัญยังมาจากปัญหาการเกิดโรคตายด่วนในกุ้ง

กลุ่มอิเล็กทรอนิกส์และเครื่องใช้ไฟฟ้าหดตัว 14.04% ในไตรมาสที่ 2 และ 9.38% ในครึ่งปีแรก และคาดว่าจะหดตัวต่อเนื่องที่ 3% ในครึ่งปีหลังทำให้ทั้งปีหดตัวที่ 5% โดยหลักๆ เป็นการหดตัวมากในกลุ่มอิเล็กทรอนิกส์ ในขณะที่เครื่องใช้ไฟฟ้าเริ่มหดตัวในเดือนพ.ค. และมิ.ย.

นายสมชาย กล่าวว่า สำหรับการผลิตในกลุ่มยานยนต์มีการขยายตัวที่ 12.73% และ 34.63% ตามลำดับ แต่คาดว่าในครึ่งหลังจะหดตัว 13.01% ทำให้ทั้งปีขยายตัวได้ 4.62% หรือเท่ากับมีการผลิตรถยนต์ที่ 2.55 ล้านคัน

ด้านอุตสาหกรรมเหล็กและเหล็กกล้าขยายตัว 5% ในไตรมาสที่2/56 และ 2.9%ในครึ่งปีแรก และคาดว่าจะหดตัว 0.8% ในครึ่งหลังของปีเนื่องจากแนวโน้มเศรษฐกิจที่ชะลอส่งผลให้การก่อสร้างชะลอลงด้วย แต่การผลิตทั้งปีคาดว่าจะยังเป็นบวกได้ที่ 1.2% หรือ 7.10 ล้านตัน

ถึงขนาดที่ว่ากระทรวงพาณิชย์

จึงค่อนข้างแน่ชัดแล้วว่า

เพิ่มขึ้น 0.95% เทียบกับ ประกาศออกมาของไทยเดือน มิ.ย. และช่วง เดือนสัญญาณร้ายภาคการส่งออกไทย

ส่งออกมิ.ย.ลบ 3.38% เหตุเศรษฐกิจจีนทรุด ทำครึ่งปีแรกส่งออกโตแค่ 0.95% “พาณิชย์” รับปี 56 ส่งออกไม่ถึงเป้า 7.5% แต่มั่นใจส่งออกโตเกิน 36.5% เตรียมทบทวนเป้าหมายใหม่อีก 2 เดือน

ข่าวล่าสุด

IE Fall Risk แอป HealthTech ช่วยลดความเสี่ยงการหกล้มในผู้สูงอายุ

IE Fall Risk แอป HealthTech ช่วยลดความเสี่ยงการหกล้มในผู้สูงอายุ