
ผลักดันท่องเที่ยววัฒนธรรม
ชู5ยุทธศาสตร์ขานรับปรับเป้าหมายรายได้ เอกชนจี้ดูแลความปลอดภัยต่างชาติ
ชู5ยุทธศาสตร์ขานรับปรับเป้าหมายรายได้ เอกชนจี้ดูแลความปลอดภัยต่างชาติ
กระทรวงวัฒนธรรมเร่งเมืองท่องเที่ยว ขานรับปรับเป้ารายได้ เอกชนจี้ความปลอดภัยวาระชาติ
นายสนธยา คุณปลื้ม รมว.วัฒนธรรม เปิดเผยว่า รัฐบาลได้ปรับเป้ารายได้การท่องเที่ยวในปี 2558 เป็น 2.2 ล้านล้านบาท จากเดิม 2 ล้านล้านบาท และให้ความสำคัญกับการท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรมเพื่อดึงดูดนักท่องเที่ยวต่างชาติให้ได้ 27 ล้านคนในปี 2557 กระทรวงจึงมีแนวคิดที่จะทำเมืองวัฒนธรรมเพื่อการท่องเที่ยว โดยใช้ 5 ยุทธศาสตร์ ที่ประกอบด้วย 1.การพัฒนาทรัพยากรทางวัฒนธรรม 2.ต่อยอดสู่อุตสาหกรรมวัฒนธรรมและธุรกิจท่องเที่ยว โดยต้องสร้าง 3.การมีส่วนร่วมจากชุมชนท้องถิ่น พร้อมกับ 4.ดูแลสิ่งแวดล้อม และ 5.สามารถเชื่อมโยงแหล่งท่องเที่ยวและโครงสร้างพื้นฐาน
นอกจากนี้ กระทรวงยังมีแนวคิดที่จะใช้ภาพยนตร์เป็นสื่อเผยแพร่วัฒนธรรมและสิ่งดีๆ ของไทยออกไปสู่สายตาต่างชาติ คล้ายกับเกาหลีใต้ที่ใช้แนวทางนี้จนประสบความสำเร็จ เพราะภาพยนตร์เป็นสื่อที่สามารถทำให้เกิดการยอมรับได้เท่าๆ กับสะท้อนภาพที่ไม่ดี เช่น ปัญหารถติด สิ่งแวดล้อม ยาเสพติด ดังที่ปรากฏในภาพยนตร์ต่างประเทศหลายเรื่อง
ขณะเดียวกันยังเตรียมปรับปรุงพิพิธภัณฑ์ที่ขาดชีวิตชีวาและล้าสมัยเพื่อให้มีคนเข้ามาเที่ยวมากขึ้น รวมทั้งเป็นแหล่งเรียนรู้ทางวัฒนธรรมเหมือนในต่างประเทศ ทั้งนี้พิพิธภัณฑ์ในสังกัดกรมศิลปากรมีทั้งหมด 44 แห่งทั่วประเทศ มีโบราณวัตถุกว่า 2.9 แสนรายการ ที่สามารถนำมาจัดแสดงให้น่าสนใจได้
ด้านนายศิษฎิวัชร ชีวรัตนพร นายกสมาคมไทยธุรกิจการท่องเที่ยว กล่าวว่า ในช่วงครึ่งหลังของปีนี้มีหลายปัจจัยที่ต้องจับตามอง โดยเฉพาะการที่จีนจะประกาศใช้กฎหมายท่องเที่ยวฉบับใหม่ในเดือน ต.ค.นี้ เพื่อปกป้องผลประโยชน์ของนักท่องเที่ยวชาวจีน รวมถึงประเด็นเรื่องความปลอดภัยของนักท่องเที่ยวต่างชาติที่กำลังเป็นปัญหา
“อยากให้ภาครัฐเอาจริงเรื่องความปลอดภัยเป็นวาระแห่งชาติ รวมทั้งเร่งผลิตบุคลากรรองรับภาคการท่องเที่ยวที่ขยายตัว โดยเฉพาะเมื่อจะรวมตัวเป็นประชาคมอาเซียน ทั้งมัคคุเทศก์ที่เชี่ยวชาญภาษาอาเซียน ภาษาอินโดนีเซียและเวียดนาม ซึ่งเป็นตลาดที่เติบโตก้าวกระโดด รวมถึงพนักงานขับรถที่มีคุณภาพ ตระหนักถึงความปลอดภัยของนักท่องเที่ยวเพื่อไม่ให้เกิดอุบัติเหตุบ่อยครั้ง โดยอาจต้องจับมือกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเอาจริงกับเรื่องนี้ รวมถึงความปลอดภัยด้านอื่นๆ ด้วย” นายศิษฎิวัชร กล่าว







