
SMEs ต้องรู้
ภารกิจที่สำคัญในวันนี้ ก็คือ การบูรณาการเพื่อระดมสรรพกำลังเพื่อการพัฒนาผู้ประกอบการวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อมของไทย (SMEs)
ภารกิจที่สำคัญในวันนี้ ก็คือ การบูรณาการเพื่อระดมสรรพกำลังเพื่อการพัฒนาผู้ประกอบการวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อมของไทย (SMEs) ให้สามารถแข่งขันได้ในตลาดโลก โดยเฉพาะตลาด AEC ที่จะเกิดขึ้นในเร็ววันนี้
การสร้างความพร้อมให้ผู้ประกอบการ SMEs ให้มองเห็นโอกาสและช่องทางใหม่ๆ เพื่อลดความเสี่ยงต่อกระแสการเปลี่ยนแปลงในอนาคตที่เป็นไปอย่างรวดเร็ว จึงมีความสำคัญยิ่งทั้งในเรื่องของข่าวสารและเทคโนโลยี มาตรฐาน กฎระเบียบ การเจรจาการค้าเสรีทั้งระดับทวิภาคีและพหุภาคี รวมทั้งกระแสรักษ์สิ่งแวดล้อม ซึ่งทำให้โครงสร้างธุรกิจอุตสาหกรรมในแต่ละประเทศเปลี่ยนแปลงไปจากเดิม
เรื่องนี้ “สถาบันพัฒนาวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม” (ISMED) ภายใต้กระทรวงอุตสาหกรรม ได้ทำการศึกษาวิจัยถึงแนวทางในการพัฒนาผู้ประกอบการ SMEs ให้มีความพร้อมรับมือกับการเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็วในอนาคต (เพราะ ISMED เป็นอีกหน่วยงานหลักในการให้คำปรึกษาแนะนำเชิงลึกในด้านต่างๆ เพื่อเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขัน) %CUR%
ผลการวิจัยล่าสุด “SME Foresight Monitoring (SFM)” เป็นเรื่องเกี่ยวกับปัจจัยและแนวโน้มที่มีผลต่อทิศทางการเปลี่ยนแปลงของเศรษฐกิจโลกทั้งในเชิงบวกและลบ รวบรวมผลกระทบแนวโน้มสำคัญ (Mega Trend) ในโลกธุรกิจปัจจุบัน ซึ่งสรุปได้ว่า มีทั้งสิ้น %CUR%6 ด้าน
แนวโน้มที่ 1 (Maga Trend 1) : Urbanization
แนวโน้มการขยายตัวของเมืองใหญ่ไปสู่หัวเมืองต่างๆ ที่คาดว่าในปี 2563 จะมีประชากรอาศัยในเมืองใหญ่ถึง 29 ล้านคน ส่งผลให้มีการเคลื่อนย้ายของคน การค้า การผลิต และอาชีพ คือ ตามมาด้วยอาชีพและธุรกิจใหม่ที่จะสร้างรายได้ต่อหัวประชากรเพิ่มขึ้น และอาจกระทบต่อ SMEs ของท้องถิ่นดั้งเดิมที่มีอยู่
แนวโน้มที่ 2 (Maga Trend 2) : Digital Lifestyle
แนวโน้มการใช้ชีวิตที่อยู่บนอุปกรณ์เคลื่อนที่ต่างๆ (Mobile Device) และการพัฒนาอุตสาหกรรมดิจิตอลคอนเทนต์ ทั้งธุรกิจบันเทิง ช็อปปิ้ง บริการการเงิน การศึกษา ที่อยู่ในระบบ Ecosystem พบว่าจะเติบโตมากขึ้นใน 10 ปีข้างหน้า เป็นอีกกลไกหลักในการผลักดัน GDP ของประเทศ
แนวโน้มที่ 3 (Maga Trend 3) : Hi Speed & Coverage Logistics
แนวโน้มระบบขนส่งที่รวดเร็วมีประสิทธิภาพและต้นทุนต่ำลง และเชื่อมโยงกับ Mobile Ecosystem จะทำให้เราสามารถขยายเครือข่ายการขนส่งไปสู่กลุ่มประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน (AEC) และโครงการพัฒนาความร่วมมือทางเศรษฐกิจในอนุภูมิภาคลุ่มแม่น้ำโขง 6 ประเทศ (GMS)
โครงการความริเริ่มแห่งอ่าวเบงกอลสำหรับความร่วมมือหลากหลายสาขาทางวิชาการและเศรษฐกิจ (BIMSTEC) และสหภาพยุโรป (EU) โดยเฉพาะในกลุ่มสินค้าภาคการเกษตรแปรรูปจะมีต้นทุนที่ต่ำลง โดยไทยมีต้นทุนที่ 1417% มาเลเซีย น้อยกว่า 12% และสิงคโปร์ น้อยกว่า 8%
แนวโน้มที่ 4 (Maga Trend 4) : Aging Society
แนวโน้มทางด้านประชากรผู้สูงอายุที่มีอายุมากกว่า 60 ปี โดยในปี 2568 จะมีประชากรกลุ่มนี้ถึง 20% ของประชากรทั้งหมด ซึ่งมีทั้งความเสี่ยงและโอกาสทางธุรกิจใหม่ๆ ที่จะตามมา
แนวโน้มที่ 5 (Maga Trend 5) : Greening Economy
แนวโน้มกระแสโลกสีเขียวที่เรียกร้องให้ผลิตภัณฑ์และบริการรับผิดชอบต่อสิ่งแวดล้อม ผู้ประกอบการจะมุ่งสู่การเป็นอุตสาหกรรมสีเขียวทั้งห่วงโซ่อุปทาน
แนวโน้มที่ 6 (Maga Trend 6) : She Conomy (Woman Power)
แนวโน้มกลุ่มสตรีที่มีบทบาททางด้านสังคม การเมือง และต่อเศรษฐกิจ โดยเฉพาะในโลกของการทำงานเพิ่มขึ้น
การวิจัยของ ISMED ที่สรุปถึง 6 แนวโน้มสำคัญที่จะเกิดขึ้นในอนาคตอันใกล้นี้ (บางเรื่องก็เกิดขึ้นแล้ว) จะเป็นเรื่องที่เป็นทั้งชี้นำและเตือนภัยสำหรับผู้ประกอบการ SMEs ที่ต้องการที่จะอยู่รอดและเติบโตอย่างมั่นคงต่อไปในอนาคต
ยิ่งเราจะต้องเข้าร่วมเป็นหนึ่งในประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน หรือ AEC ด้วยแล้ว เรายิ่งจะต้องดำเนินการในเชิงรุกมากขึ้น เพราะการรู้แนวโน้มก่อนจะทำให้เราเตรียมรับมือหรือปรับเปลี่ยนได้ถูกต้องมากขึ้น
แต่ถ้ารู้แล้วยังเฉย ก็ไม่รู้จะว่าอย่างไรดี ครับผม







