
ศึกมือถือราคาถูก เอาใจคนใช้ 3จี มือใหม่
เอไอเอส เป็นผู้ให้บริการมือถืออันดับ 1 แต่เป็นรายที่ 3 ที่เปิดมือถือราคาถูกพันกว่าบาท เพื่อดึงดูดให้ผู้บริโภคเปลี่ยนเครื่องใหม่มาใช้มือถือที่รองรับระบบ 3จี
โดย...พรหมเมศร์ ศิริสุขวัฒนานนท์
เอไอเอส เป็นผู้ให้บริการมือถืออันดับ 1 แต่เป็นรายที่ 3 ที่เปิดมือถือราคาถูกพันกว่าบาท เพื่อดึงดูดให้ผู้บริโภคเปลี่ยนเครื่องใหม่มาใช้มือถือที่รองรับระบบ 3จี ได้ และให้พร้อมรับการเปลี่ยนไปใช้บริการบนระบบใบอนุญาตและคลื่นความถี่ 2100 ใหม่ จากก่อนนี้ ทรูบียอนด์ และดีแทค ได้เปิดตัวมือถือราคาถูกไปแล้ว การเข้ามาทำตลาดของเอไอเอส จะทำให้เกิดการแข่งขันสร้างฐานลูกค้าระดับล่างในบริการ 3จี อย่างชัดเจน
ฐิติพงศ์ เขียวไพศาล ผู้ช่วยกรรมการผู้อำนวยการอาวุโส ส่วนงานการตลาดและการขาย ของเอไอเอส กล่าวว่า การขยายโครงข่าย 3จี ใหม่ของเอไอเอสครอบคลุม 67 จังหวัดแล้ว และภายใน ส.ค.นี้จะครบทั้ง 77 จังหวัด โดยมีเสาสัญญาณกว่า 8,000 สถานี และจะเร่งขยายให้ครบมากกว่า 1 หมื่นสถานีในสิ้นปีนี้ โดยปัจจุบันมีลูกค้าที่ใช้บริการ 3จี 2100 แล้ว 5.3 ล้านราย มีผู้ใช้มือถือที่รองรับ 3จี ได้ 10.3 ล้านราย จึงต้องเร่งเพิ่มจำนวนมือถือที่รองรับ 3จี
ทั้งนี้ เอไอเอสเลือกใช้การทำตลาดแบบ คอมโบเซต โดยเลือกพันธมิตรผู้ผลิตเครื่องมือถือ ที่สามารถทำตลาดไปพร้อมกับเอไอเอสได้อย่างมีประสิทธิภาพ เพื่อให้ผู้บริโภคเลือกมือถือใหม่ที่ต้องมี 3จี ราคาเครื่องต้องดี และมีโปรโมชันคุ้มค่า ซึ่ง เอไอเอส ได้เลือกพันธมิตร 3 แบรนด์ คือ แซดทีอี ทำตลาดฟีเจอร์โฟน 3จี เอเซอร์ ทำตลาดสมาร์ทโฟนราคาถูก และไอโมบาย ทำตลาดสมาร์ทโฟน
สำหรับแต่ละรุ่นประกอบด้วย แซดทีอี เอฟ286 ราคา 1,290 บาท รับโบนัสโทร 1,200 นาที แบ่งเป็น 200 นาที นาน 6 เดือน เอเซอร์ รุ่น ลิควิด แซด3 ราคา 2,590 บาท รายเดือนรับส่วนลดค่าบริการ 300 บาท นาน 10 เดือน วันทูคอลรับโบนัสโทร 200 บาท นาน 12 เดือน และไอโมบาย รุ่น ไอสไตล์ 7.3เอ ราคา 3,990 บาท รายเดือนรับส่วนลดค่าบริการ 400 บาท นาน 10 เดือน วันทูคอลรับโบนัสโทร 400 บาท นาน 10 เดือน
จากเป้าหมายของเอไอเอสที่ตั้งไว้จะมีลูกค้า 3จี จำนวน 10.5 ล้านรายในสิ้นปี ซึ่งลูกค้าใหม่เริ่มวางจำหน่ายซิมทั่วประเทศแล้วตั้งแต่เดือน ก.ค.เป็นต้นไป ขณะที่ลูกค้าเดิมทยอยย้ายอย่างต่อเนื่อง คาดว่าเครื่องมือถือราคาถูกจะมียอดขายหลักหลายหมื่นเครื่องต่อเดือน โดยมีวางจำหน่ายที่ร้านเอไอเอส, เทเลวิซ, ร้านมือถือทั่วไป รวมถึงร้านค้าออนไลน์และโมเดิร์นเทรด โดยจะเริ่มวางตลาดต้นเดือน ส.ค.นี้
หากเปรียบเทียบรูปแบบการทำตลาดระหว่างการทำคอมโบเซ็ต กับการสร้างแบรนด์ตัวเองขึ้นมา เอไอเอสเห็นว่าการร่วมมือกับพันธมิตรยืดหยุ่นมากกว่า สามารถเปลี่ยนโมเดลสินค้าได้ตามความเหมาะสมของการใช้งาน และยังสามารถเปลี่ยนพันธมิตรรายใหม่ๆ เข้ามาร่วมได้ จึงเชื่อว่าแม้เอไอเอสจะเข้ามาทำตลาดหลังคู่แข่ง แต่การตลาดที่คล่องตัวกว่าน่าจะขายได้ดีกว่าในระยะยาว
ขณะที่การทำตลาดด้วยแบรนด์ของตัวเองนั้น อันดับแรกต้องหาโรงงานที่มีคุณภาพ ข้อดีคือได้ราคาที่ดี แต่ยังมีเรื่องความเกี่ยวพันกับคุณภาพสินค้า ความน่าเชื่อถือ และบริการหลังการขาย ทั้งหมดผูกพันกันหมด
ปกรณ์ พรรณเชษฐ์ ผู้อำนวยการอาวุโส ฝ่ายการตลาดของดีแทค กล่าวว่า ดีแทคเปิดมือถือ โดยเลือกผู้ผลิตเครื่องเป็นบริษัท หัวเว่ย ซึ่งมีเทคโนโลยี และเป็นผู้ผลิตให้กับหลากหลายแบรนด์ จึงมั่นใจได้ในคุณภาพ โดยเน้นให้สามารถใช้งานผ่าน 3 โครงข่ายไตรเน็ต คือ 850 1800 และ 2100 เมกะเฮิรตซ์
สำหรับสมาร์ทโฟนทั้ง 3 รุ่นคือ ชีต้าห์ สมาร์ทโฟน 4.5 นิ้ว หน้าจอกว้างถ่ายรูปดี ระบบแอนดรอยด์ 4.1 ราคา 4,590 บาท โจอี้ สมาร์ทโฟน เน้นโหลด แชต แชร์ ราคา 2,590 บาท และสุดท้าย เมาส์ซี่ เป็นฟีเจอร์โฟนที่รองรับ 3จี ราคา 1,290 บาท ตั้งเป้ายอดขาย 1 แสนเครื่องใน 2 เดือน พร้อมโปรโมชัน ใช้งานแพ็กเกจ 999 บาท 10 เดือน รับเครื่องชีต้าห์ฟรี แพ็กเกจ 799 บาท 10 เดือน รับเครื่องโจอี้ฟรี ขณะที่บริการพรีเพดรับค่าโทรค่าเน็ตเท่าราคาเครื่อง
ด้านทรูมูฟเอช ได้เปิดตัวมือถือแบรนด์ ทรูบียอนด์ ไปก่อนหน้านี้ โดยเน้นการใช้งาน 3จี และ 4จี เป็นหลัก โดยสินค้าที่เปิดตัว ได้แก่ แท็บเล็ต ทรูบียอนด์ แท็บ 7 นิ้ว รองรับ 3จี 850 และ 2100 รุ่นที่ 2 ทรูบียอนด์ สมาร์ทโฟน 5 นิ้ว รองรับ 3จี 850 และ 2100 และ ทรูบียอนด์ 4จี รองรับ 4จี แอลทีอี ได้ก่อนหน้านี้ ทรูมูฟเอช ได้เปิตดัว







