
ดีเดย์ประกันเบี้ยไม่ถึงบาท
เริ่มขายก.ย.นี้เจาะกลุ่มรากหญ้า คุ้มครองสูงสุดตายได้1แสนบาท
เริ่มขายก.ย.นี้เจาะกลุ่มรากหญ้า คุ้มครองสูงสุดตายได้1แสนบาท
คปภ.ได้ฤกษ์ขายไมโครอินชัวรันส์เบี้ย 200 บาท คุ้มครองเสียชีวิตอุบัติเหตุ 1 แสนบาท
นายประเวช องอาจสิทธิกุล เลขาธิการคณะกรรมการกำกับและส่งเสริมการประกอบธุรกิจประกันภัย (คปภ.) เปิดเผยว่า ภายในเดือน ก.ย.นี้ บริษัทประกันจะเริ่มขายแบบประกันภัยสำหรับรายย่อยหรือไมโครอินชัวรันส์ โดยใช้ชื่อว่า “กรมธรรม์ประกันภัย 200 สำหรับรายย่อย (ไมโครอินชัวรันส์)” หรือ “ประกันภัย 200”
ทั้งนี้ แบบประกันดังกล่าวจะมีเงื่อนไขกรมธรรม์ที่เข้าใจง่ายไม่ซับซ้อน คิดเบี้ยที่ 200 บาทต่อปี รับประกันภัยให้กับประชาชนตั้งแต่อายุ 2060 ปี และสามารถซื้อความคุ้มครองได้ไม่เกินคนละ 2 กรมธรรม์ ซึ่งมีรายละเอียดความคุ้มครอง
ตามแผนพัฒนาการประกันภัย ฉบับที่ 2 ปี 25532557 สำนักงาน คปภ.ได้กำหนดนโยบายในการส่งเสริมโครงการ การประกันภัยสำหรับรายย่อย (ไมโครอินชัวรันส์) โดยได้มีการประชุมหารือร่วมกับสมาคมประกันชีวิตไทย และสมาคมประกันวินาศภัยไทย เพื่อร่วมกันกำหนดรูปแบบผลิตภัณฑ์ประกันภัยสำหรับรายย่อยให้เป็นผลิตภัณฑ์กลาง และได้ข้อสรุปแล้วว่าลักษณะกรมธรรม์ประกันภัยดังกล่าว ต้องมีเบี้ยประกันภัยไม่สูง คือ ให้ความคุ้มครองกรณีเสียชีวิต สูญเสียอวัยวะ สายตา หรือทุพพลภาพถาวรสิ้นเชิงเนื่องจากอุบัติเหตุ จะได้รับความคุ้มครอง 1 แสนบาท
สำหรับกรณีเสียชีวิต สูญเสียอวัยวะ สายตา หรือทุพพลภาพถาวรสิ้นเชิง จากถูกฆาตกรรม ลอบทำร้ายร่างกาย และ/หรือจากขณะขับขี่หรือโดยสารรถจักรยานยนต์ จะได้รับความคุ้มครอง 5 หมื่นบาท และมีค่าใช้จ่ายในการจัดการงานศพกรณีเสียชีวิตจากการเจ็บป่วย 1 หมื่นบาท ยกเว้นกรณีเสียชีวิตจากการเจ็บป่วยภายใน 120 วันแรก
สำหรับช่องทางขายนั้น จะผ่านบริษัทประกันภัยและสาขาบริษัทประกันภัยทั่วประเทศ ธนาคาร ตัวแทนนายหน้าประกันชีวิต/วินาศภัย และตัวแทนประกันชีวิต/วินาศภัย สำหรับการประกันภัยรายย่อย รวมถึงเคาน์เตอร์เซอร์วิสในร้านเซเว่นอีเลฟเว่น ร้านค้าปลีกขนาดใหญ่ อาทิ เทสโก้ โลตัส เพื่อให้ประชาชนทั่วประเทศสามารถซื้อกรมธรรม์ประกันภัยดังกล่าวได้ง่ายและสะดวกมากยิ่งขึ้น
นายอารีพงศ์ ภู่ชอุ่ม ปลัดกระทรวงการคลัง กล่าวว่า ประกันภัย 200 เป็นหนึ่งในเครื่องมือการบริหารความเสี่ยงของประเทศรูปแบบใหม่ ให้ประชาชนระดับรากหญ้าได้รับการดูแล ตามเป้าหมายที่ต้องการให้มีระบบประกันใช้ในประเทศเพิ่มขึ้น
"รัฐบาลดูแลขั้นพื้นฐานส่วนหนึ่ง และมีประกันเข้ามาร่วมด้วย จะทำให้ประชาชนได้รับการดูแลที่ดีมากขึ้น เช่น ช่วงเกิดอุทกภัยปลายปี 2554 รัฐบาลได้เข้ามาดูแล ร่วมกับภาคเอกชน ทำให้เบี้ยประกันภัยพิบัติกลับเข้าสู่ภาวะปกติ ซึ่งรัฐบาลไม่สามารถทำตามลำพังได้ เพราะทุนประกันภัยต่อปีของประเทศสูงถึง 10 ล้านล้านบาท"นายอารีพงศ์ กล่าว
นายอารีพงศ์ กล่าวว่า ธุรกิจประกันภัย ที่มีทั้งประกันชีวิต และ ประกันวินาศภัย มีการเติบโตเป็นตัวเลข 2 หลักต่อเนื่องมาหลายปี ทำให้สัดส่วนของเบี้ยประกันภัยต่อจีดีพีเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง จากปัจจุบันอยู่ระดับกว่า 5% และสิ้นปี 2557 จะต้องได้ 7% และหลังจากนั้นเป้าหมายต้องให้ได้ 8% ของจีดีพีที่อยู่ประมาณ 12 ล้านล้านบาท ซึ่ง 8% จะต้องมีเบี้ยประกันรวมประมาณ 7.2 แสนล้านบาท หากถึงเร็วเท่าไหร่ยิ่งดี
อย่างไรก็ตาม แม้จะมีประกันอุบัติเหตุราคาถูกปีละ 200 บาท และ ประกันภัยพืชผลเข้ามา 57 ล้านไร่ แต่เบี้ยน้อย ฉะนั้นตัวที่จะขับเคลื่อนให้สัดส่วนเบี้ยต่อจีดีพีถึง 8% คือ บริษัทประกันชีวิต
ทั้งนี้ ปัจจุบันธุรกิจประกันภัยมีความเข้มแข็ง โดย 99.99% มีความมั่นคง มีเพียงเล็กน้อยเท่านั้นที่มีปัญหาต่ำกว่ามาตรฐาน ซึ่งบริษัทที่มีปัญหาได้ถูกจัดการไปแล้วในช่วง 2 ปีที่ผ่านมา
นายประเวช องอาจสิทธิกุล เลขาธิการ สำนักงานคณะกรรมการกำกับและส่งเสริมการประกอบธุรกิจประกันภัย(คปภ.) กล่าวว่า แบบประกันภัยสำหรับรายย่อย จะใช้ชื่อว่า “กรมธรรม์ประกันภัย 200 สำหรับรายย่อย (ไมโครอินชัวรันส์)” หรือ“ประกันภัย 200”
สรุปเป็นที่แน่นอนแล้วว่า เบี้ยจะอยู่ที่ระดับ 200 บาทต่อปี คุ้มครองการเสียชีวิตจากอุบัติเหตุ 1 แสนบาท หากเสียชีวิตจากจักรยานยนต์จะได้รับการชดเชย 5 หมื่นบาท และ หากเสียชีวิตจากการเจ็บป่วยจะจ่ายเฉพาะค่าปลงศพ 1 หมื่นบาท แต่ต้องเสียชีวิตจากการเจ็บป่วยหลังซื้อประกันไปแล้ว 120 วัน รับประกันกลุ่มคนวัยทำงานอายุ 2060 ปี ให้ซื้อได้ 2 กรมธรรม์ต่อคน โดยจะขายผ่านทุกช่องทางจำหน่าย มีบริษัทประกันภัย และ บริษัทประกันชีวิตตอบรับเข้าร่วมโครงการแล้ว 11 บริษัท ซึ่งจะใช้เวลาในการเก็บสถิติ 1 ปี หากเคลมน้อย จะเพิ่มความคุ้มครอง แต่ถ้าเคลมมาก จะให้บริษัทประกันเพิ่มราคาเบี้ยประกัน







