posttoday
ชงแผนเชื่อมค้าเสรี

ชงแผนเชื่อมค้าเสรี

25 กรกฎาคม 2556

ผุด9นโยบายหนุนผู้ประกอบการใช้ประโยชน์การค้าเออีซีเอฟทีเอ

ผุด9นโยบายหนุนผู้ประกอบการใช้ประโยชน์การค้าเออีซีเอฟทีเอ

กระทรวงอุตสาหกรรมชู 9 นโยบายหนุนผู้ประกอบการใช้เออีซีเป็นไม้ต่อเชื่อมอาเซียนบวก 3 บวก 6

หนุน 9 นโยบายส่งเสริมอุตสาหกรรมใช้เออีซีเป็นไม้ต่อเชื่อมอาเซียนบวก พร้อมผลักดันให้ผู้ประกอบการไทยใช้สิทธิประโยชน์จากเอฟทีเอมากขึ้น

นายประเสริฐ บุญชัยสุข รมว.อุตสาหกรรม กล่าวปาฐกถาพิเศษเรื่องทิศทางอุตสาหกรรมไทยในประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน ว่า เพื่อให้สอดคล้องกับนโยบายรัฐบาลที่ตั้งเป้าให้ไทยใช้ประโยชน์จากการรวมตัวของประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน (เออีซี) มากที่สุด กระทรวงอุตสาหกรรมจึงได้กำหนด 9 นโยบายส่งเสริมอุตสาหกรรม เพื่อเชื่อมโยงภายในกลุ่มสมาชิกอาเซียน รวมทั้งยังเป็นไม้ต่อไปยังกลุ่มประเทศอาเซียนบวก 3 และ 6 ได้อีกด้วย

สำหรับนโยบายข้อแรก คือ การยกระดับเครือข่ายฐานการผลิต การบริการและการตลาด โดยใช้โอกาสจากการเปิดเออีซีเป็นพันธมิตรสร้างศักยภาพการแข่งขันในภูมิภาค 2.ปรับปรุงระบบสาธารณูปโภคให้สะดวกในการขนถ่ายสินค้าระหว่างประเทศสมาชิก เช่น การส่งเสริมให้เกิดเขตเศรษฐกิจพิเศษมากขึ้น 3.เพิ่มประสิทธิภาพการผลิตของผู้ประกอบการขนาดกลางและเล็ก (เอสเอ็มอี) 4.ส่งเสริมการวิจัยและพัฒนาเพื่อเพิ่มคุณค่า คุณภาพการผลิตในภาคอุตสาหกรรม ให้หลุดพ้นจากการรับจ้างผลิต (โออีเอ็ม)

5.ยกระดับผู้ประกอบการให้สามารถไปแข่งขันในเวทีระดับโลกได้ 6.สร้างโอกาสและการเข้าถึงแหล่งเงินทุนให้ผู้ประกอบการมากขึ้น ซึ่งอาเซียนจะเป็นโอกาสที่ดีต่อการลงทุนทั้งนำเข้าและส่งออกของไทย 7.อุตสาหกรรมในอนาคตจะต้องเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมและอยู่ร่วมกับสังคมได้

8.ปรับปรุงกฎหมายที่เป็นอุปสรรคทางการค้าการลงทุนให้ทันสมัยมากขึ้น และ9.ส่งเสริมนักลงทุนไทยให้ไปลงทุนต่างประเทศมากขึ้น เพื่อใช้ประโยชน์จากเขตการค้าเสรี (เอฟทีเอ) ประเทศเป้าหมาย ได้แก่ อินโดนีเซีย พม่า เวียดนาม กัมพูชา ลาว มาเลเซีย จีน และอินเดีย

“ผู้ประกอบการไทยจำเป็นต้องปรับตัวเอง โดยใช้การเชื่อมโยงกับภูมิภาคและประโยชน์จากการเปิดเออีซีให้มากขึ้น จากปัจจุบันที่มีการใช้เพียงแค่ 50% เท่านั้น ดังนั้นจึงหวังว่าการเปิดเออีซีจะเป็นโอกาสการค้าการลงทุนที่สำคัญของผู้ประกอบการไทย” นายประเสริฐ กล่าว

ด้านนายสมชาย หาญหิรัญ ผู้อำนวยการสำนักงานเศรษฐกิจอุตสาหกรรม (สศอ.) กล่าวในเรื่องยุทธศาสตร์การลงทุนด้านอสังหาริมทรัพย์หลังเปิดเออีซี ว่า การเปิดเออีซีน่าจะเป็นโอกาสดีของอสังหาริมทรัพย์ไทย โดยเฉพาะอสังหาริมทรัพย์สำหรับภาคอุตสาหกรรม เนื่องจากไทยมีศักยภาพเป็นจุดศูนย์กลางในภูมิภาคนี้ และมีแนวโน้มที่จะเห็นเขตเศรษฐกิจพิเศษที่เป็นฟรีโซน และนิคมอุตสาหกรรมเฉพาะอุตสาหกรรมตามบริเวณชายแดนมากขึ้น

“ส่วนตัวมองกลับว่าการตั้งโรงงานผลิตในไทยแล้วส่งออกไปต่างประเทศยังไปได้อยู่ เพราะการผลิตในไทย (Made in Thailand) ยังมีความคลังในแบรนด์ไทยอยู่ ซึ่งการมีนิคมอุตสาหกรรมชายแดนน่าจะไปได้ รวมทั้งความต้องการที่ดินในการสร้างศูนย์กระจายสินค้า คลังสินค้าตามชายแดนจะมีปริมาณมากขึ้น”นายสมชาย กล่าว

เบื้องต้นพื้นที่มองไว้ว่ามีศักยภาพมากคือ พื้นที่บริเวณอ.สังขละบุรี จ.กาญจนบุรี ที่มีความน่าสนใจทั้งในเรื่องของแหล่งวัตถุดิบและแรงงาน และหากนิคมอุตสาหกรรมทวายเกิดขึ้นก็มีความเป็นไปได้ที่จะเข้าไปตั้งแหล่งกระจายเหล็กในพื้นที่ดังกล่าว ซึ่งขณะนี้อยู่ระหว่างการศึกษาความเป็นไปได้

นอกจากนี้ ยังมีพื้นที่ในส่วนของจ.มุกดาหารและนครพนม ที่มีพื้นที่ติดกับประเทศเพื่อนบ้าน ที่เริ่มเห็นการลงทุนสร้างคลังสินค้าและศูนย์ขนถ่ายกระจายสินค้ามากขึ้น เนื่องจากจังหวัดดังกล่าวสามารถขนส่งสินค้าเข้าไปยังประเทศลาวและเวียดนามได้

ข่าวล่าสุด

IE Fall Risk แอป HealthTech ช่วยลดความเสี่ยงการหกล้มในผู้สูงอายุ

IE Fall Risk แอป HealthTech ช่วยลดความเสี่ยงการหกล้มในผู้สูงอายุ