
ชิงอาหารฮาลาลแสนล้าน
พณ.หนุนธุรกิจขยายแฟรนไชส์ทั่วโลกดันส่งออกปี’57ทะลุหมื่นล้านเหรียญ
พณ.หนุนธุรกิจขยายแฟรนไชส์ทั่วโลกดันส่งออกปี’57ทะลุหมื่นล้านเหรียญ
พาณิชย์ ดันส่งออกสินค้าฮาลาล 1 หมื่นล้านเหรียญ หนุนผู้ประกอบการขยายตลาดผ่านแฟรนไชส์“ณัฐวุฒิ” ตั้งเป้าส่งออกอาหารฮาลาลให้ได้ 1 หมื่นล้านเหรียญสหรัฐในปี 57 หลังมีแผนใช้แฟรนไชน์ฮาลาลลุยตลาดโลก พร้อมขอพื้นที่สนามบินรถไฟ จัดโซนขายอาหารรองรับนักท่องเที่ยวมุสลิม
นายณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ รมช.พาณิชย์ เปิดเผยหลังหารือกับ พ.ต.อ.ทวี สอดส่อง เลขาธิการศูนย์อำนวยการบริหารจังหวัดชายแดนภาคใต้ (ศอ.บต.) ว่า กระทรวงพาณิชย์มีแนวคิดที่จะบูรณาการและพัฒนาอุตสาหกรรมอาหารฮาลาลของไทยทั้งระบบ เน้นพัฒนาผู้ประกอบการ ช่องทางตลาด สนับสนุนด้านวัตถุดิบ และสร้างความเชื่อมั่นมาตรฐานฮาลาลไทยให้เป็นที่ยอมรับของผู้บริโภคทั่วโลก
ทั้งนี้ ตั้งเป้าผลักดันมูลค่าส่งออกสินค้าอาหารฮาลาลไทยในตลาดโลกให้เพิ่มสัดส่วนจาก 4.3% เป็น 10% หรือมีมูลค่า 1 หมื่นล้านเหรียญสหรัฐ จากมูลค่ารวมของอาหารฮาลาลโลกประมาณ 1 แสนล้านเหรียญสหรัฐ ให้ได้ภายในปี 2557
สำหรับแผนดำเนินการจะสนับสนุนให้ผู้ประกอบการอาหารไทยจัดทำธุรกิจแฟรนไชส์ฮาลาล เพื่อจำหน่ายสินค้าอาหารฮาลาลทั้งในและต่างประเทศ รองรับความต้องการสินค้าของผู้บริโภคกลุ่มมุสลิม โดยเฉพาะตลาดในประเทศที่พบว่านักท่องเที่ยวกลุ่มอาหรับเข้ามาท่องเที่ยวและใช้บริการด้านสุขภาพในไทยจำนวนมาก ที่สำคัญกลุ่มนี้มีกำลังซื้อสูง
นอกจากนี้ จะหารือกับนายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ รมว.คมนาคม รวมถึงผู้บริหารการรถไฟแห่งประเทศไทย (ร.ฟ.ท.) และบริษัท ท่าอากาศยานไทย (ทอท.) จัดสรรพื้นที่สนามบินและพื้นที่ของ ร.ฟ.ท. จัดโซนร้านค้าอาหารฮาลาล เพื่ออำนวยความสะดวกแก่พี่น้องชาวมุสลิมที่เดินทางท่องเที่ยวในประเทศ เพราะที่ผ่านมาผู้บริโภคกลุ่มนี้หาอาหารฮาลาลลำบากในแหล่งท่องเที่ยวบางพื้นที่
“ในอนาคตก็จะผลักดันให้มีการตั้งโซนอาหารฮาลาลให้มากขึ้นทั้งสนามบิน สถานีรถไฟ โดยเฉพาะโครงการลงทุนโครงสร้างพื้นฐาน 2 ล้านล้านบาทของรัฐบาล ทั้งในส่วนของโครงการรถไฟฟ้าความเร็วสูงหรือเส้นทางคมนาคมอื่นๆ ก็จะส่งเสริมตั้งโซนดังกล่าวด้วย”นายณัฐวุฒิ กล่าว
นายณัฐวุฒิ กล่าวว่า ปัจจุบันมีผู้ประกอบการที่เป็นผู้ผลิตอาหารฮาลาลมีไม่ต่ำกว่า 3,000 แห่ง ซึ่งตรงนี้ก็จะเข้าไปดูว่าจะส่งเสริมในการขยายกิจการอย่างไรบ้าง ทั้งการตั้งแฟรนไชส์ฮาลาลหรือการส่งเสริมให้ขยายกิจการในต่างประเทศ เบื้องต้นภาครัฐจะส่งเสริมช่องทางการตลาดทั้งในและต่างประเทศ โดยเน้นประเทศอาเซียนก่อนจากนั้นจะขยายไปในกลุ่มประเทศที่เป็นสมาชิกองค์การความร่วมมืออิสลาม (โอไอซี) ซึ่งเป็นกลุ่มตลาดอาหารฮาลาลที่ใหญ่ที่สุด
ขณะที่ในช่วงปลายปี 2556 จะผลักดันให้มีการจัดงานอาหารฮาลาลระดับโลกในไทย โดยจะนำผลิตภัณฑ์อาหารฮาลาลทั่วประเทศมาแสดงในงาน พร้อมทั้งเชิญผู้ประกอบธุรกิจอาหารฮาลาลทั่วโลกรวมถึงผู้บริโภคเข้ามาชมงานและเจรจาจับคู่ทางธุรกิจ ซึ่งจะเป็นช่องทางหนึ่งในการขยายตลาดและการสร้างความเชื่อมั่นมาตรฐานฮาลาลของไทยต่อตลาดโลกด้วย
“ผมได้เรียนกับนายกฯ เพื่อขออาสาเป็นประธานคณะอนุกรรมการส่งเสริมการตลาดและประชาสัมพันธ์ธุรกิจฮาลาล เข้าไปดำเนินการสร้างความเชื่อมั่นมาตรฐานฮาลาลของไทย เนื่องจากคณะดังกล่าวมีตัวแทนจากหน่วยงานต่างๆ ที่ดูแลเรื่องอาหารฮาลาล จึงง่ายต่อการบูรณาการ” นายณัฐวุฒิ กล่าวนอกจากนี้ จะให้การสนับสนุนร้านอาหารไทยในต่างชาติที่มีความเข้มแข็งโดยการส่งเสริมการขยายกิจการ ซึ่งภาครัฐก็จะหารือกับธนาคารอิสลามแห่งประเทศไทยในการปล่อยสินเชื่อ รวมถึงการสนับสนุบเรื่องของวัตถุดิบในการผลิตสินค้าด้วย โดยจะเริ่มจากการไปเยี่ยมเยือนร้านอาหารไทยมุสลิมในประเทศมาเลเซีย หรือร้านต้มยำกุ้ง ที่มีประมาณ 7,000 ร้านและมีการจ้างงานคนไทยกว่า 1 หมื่นคน







