
บ้านเกิดปลานิล
ตามที่บอกไว้ว่าจะพาท่านผู้อ่านไปล่าปลากะพงยักษ์และเยี่ยมบ้านเกิดปลานิล เชิญตามผมมาเลยครับ
ตามที่บอกไว้ว่าจะพาท่านผู้อ่านไปล่าปลากะพงยักษ์และเยี่ยมบ้านเกิดปลานิล เชิญตามผมมาเลยครับ
ระยะทางจากไนโรบีมายังคิซูมูนั้นแค่ 350 กิโลเมตร แต่เรากลับใช้เวลาเดินทางไปเกือบ 7 ชั่วโมง (รวมเวลาหลงแล้วครึ่งชั่วโมง) จริงๆ แล้วเพราะเส้นทางที่มีการทำถนนมาตลอดสายและรถบรรทุกเจ้าถิ่นที่วิ่งกันไม่แพ้บ้านเราเลยครับ
คณะเราเข้ามายังตัวเมืองด้วยความหิวซ่ก พยายามมองหาร้านอาหารริมน้ำตามคำบอกเล่าของน้องอาทิตย์ ซึ่งติดราชการ แต่ได้ส่งน้องๆ ชาวเคนยาร่วมคณะมาด้วย ปรากฏว่าเราก็เลยได้ลูกทัวร์มาให้ดูแลอีกสามคนครับ (555)
เนื่องจากเคนยาเป็นประเทศใหญ่ และในแต่ละภาคของประเทศก็ใช้คนละภาษา ลูกทัวร์เราเลยช่วยเจรจาอะไรไม่ได้เท่าไหร่ ในที่สุดก็มาเจอร้านอาหารจนได้ อยู่ริมน้ำลมพัดเย็นสบายเลยครับ ร้านชื่อ Tilapia (ปลานิล) อะไรสักอย่าง ไอ้ริมน้ำที่ว่านี่ตอนแรกคิดว่าเป็นทะเลสาบแบบในหมู่บ้านสัมมากร ผิดถนัดเลยครับ...ทะเลสาบวิคตอเรียมีขนาดใหญ่ 67,850 ตารางกิโลเมตรครับ อยู่ติดกับเคนยา ยูกันดา และแทนซาเนีย ที่เป็นต้นกำเนิดของแม่น้ำไนล์อันมีชื่อเสียง (จำตรงนี้ไว้นะครับ เดี๋ยวมันจะเกี่ยวกับปลากะพงยักษ์)
กลับมาที่ร้านอาหารต่อ ร้านนี้มีชื่อเสียงเรื่องปลานิล เพราะไม่มีอย่างอื่นขายครับ เขาขายแต่ปลานิลทอด มีผักสุกูมาต้มเป็นผักเคียง ให้เลือกกินกับข้าวพิโชรี หรือแป้งอูกาลีที่ทำจากแป้งข้าวโพดต้มจนเละแล้วทิ้งให้เป็นก้อน ปลานิลที่นี่ตัวใหญ่มากประมาณเกือบ 2 กิโลกรัม ทอดในน้ำมันปาล์มจนกรอบนอกนุ่มใน เนื้อหวานมากๆ เลยครับ เพราะอากาศที่นี่เย็นปลาเลยมีไขมันด้วย แถมทะเลสาบก็ใหญ่โตมโหราฬ เลยไม่มีกลิ่นสาบโคลนมาให้กวนใจ
ก่อนออกมาจากไนโรบีผมได้ไปเจอพริกขี้หนูแห้งแอฟริกันเข้าที่ตลาดติดแอร์ พริกพันธุ์นี้เผ็ดร้อนและหอมมาก ผมเลยเอามาคั่วทำแจ่วแล้วใส่ขวดมาด้วย ปลานิลทอดสามตัวเขื่องๆ หายวับไปทันที ไม่เสียแรงทำแจ่วและเดินทางมาถึงบ้านเกิดของปลานิลเลยครับ คนไทยเราโชคดีจริงๆ ที่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวได้พระราชทานพันธุ์ปลานิลจนเติบโตกลายเป็นปลาที่มีอยู่ทั่วประเทศไทยให้เราได้จับกินเป็นอาหารโปรตีนอยู่ทุกวันนี้
กินข้าวกันเสร็จก็เย็นพอดี เข้าโรงแรมแยกย้ายกันพักผ่อน เพราะพรุ่งนี้เช้าเรานัดเรือไว้เพื่อจะไปดูตลาดปลาและหมู่บ้านชาวประมงรอบๆ ทะเลสาบ และที่สำคัญ คือ ตามล่าปลากะพงยักษ์ (อันนี้ผมตั้งเองครับ) จริงๆ แล้วเจ้าปลานี้มีชื่อว่าปลากะพงแม่น้ำไนล์ (Nile Perch) ถูกนำมาปล่อยลงทะเลสาบวิคตอเรียตั้งแต่ปี ค.ศ. 1969 หวังจะให้ขยายพันธุ์ แต่กลายเป็นว่าเจ้าวายร้ายนี่ได้กินปลาเฉพาะถิ่นและปลาหมอสีสวยงามเกือบจะสูญพันธุ์ไปกันหมดแล้ว
ผมจะแก้แค้นให้ปลาที่สูญพันธุ์เองครับ เจอกันแน่ๆ ฉบับหน้า พร้อมแจ่วสูตรพิฆาตปลานิล สวัสดีครับ







