
เสริมศักยภาพ
เมื่อเข้าสู่ประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน หรือเออีซี ในปี 2558 แม้ไทยจะอยู่ในจุดศูนย์กลางของอาเซียน ทำให้ได้เปรียบต่อการคมนาคม ทั้งทางรถไฟ ทางอากาศ ทางถนน และทางเรือ แต่อย่างไรก็ตาม ศักยภาพของ SMEs ไทยในอาเซียน ยังเป็นรองประเทศสิงคโปร์และมาเลเซีย
เมื่อเข้าสู่ประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน หรือเออีซี ในปี 2558 แม้ไทยจะอยู่ในจุดศูนย์กลางของอาเซียน ทำให้ได้เปรียบต่อการคมนาคม ทั้งทางรถไฟ ทางอากาศ ทางถนน และทางเรือ แต่อย่างไรก็ตาม ศักยภาพของ SMEs ไทยในอาเซียน ยังเป็นรองประเทศสิงคโปร์และมาเลเซีย
นอกจากนี้ จากการศึกษาของกรมส่งเสริมอุตสาหกรรม (กสอ.) พบว่า การแข่งขันที่สูงขึ้นอาจส่งผลกระทบต่อการดำเนินธุรกิจในสาขาต่างๆ โดยเฉพาะสาขาอิเล็กทรอนิกส์ ยานยนต์ ยางพารา และอัญมณี ซึ่งเป็นสินค้าส่งออกหลักของกลุ่ม SMEs ไทยที่ปัจจุบันมีประมาณ 2.6 ล้านราย หรือคิดเป็นสัดส่วน 99 % ของวิสาหกิจทั้งหมด มีมูลค่าการส่งออก 1.75 ล้านล้านบาท และมีแรงงานถึง 10.5 ล้านคน
ดังนั้น สิ่งที่ไทยควรต้องปรับปรุงมีหลายด้าน อาทิ ความสามารถในการใช้ภาษาอังกฤษ ความสามารถในการเข้าถึงแหล่งทุนต่ำ และการนำเทคโนโลยีสมัยใหม่มาใช้ในการวิจัยและพัฒนา ขณะที่อัตราค่าจ้างแรงงานของไทยในปัจจุบันค่อนข้างสูง เมื่อเทียบกับลาว กัมพูชา พม่า อินโดนีเซีย และเวียดนาม ทำให้ต้นทุนในภาคการผลิตมีการปรับตัวสูงขึ้น
กสอ.ในฐานะหน่วยงานที่มีภารกิจหลักด้านการส่งเสริมพัฒนาและเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันของ SMEs จึงกำหนดยุทธศาสตร์ 3 ด้านหลัก ในการเสริมสร้างศักยภาพและยกระดับขีดความสามารถในการแข่งขันให้กับผู้ประกอบการ ได้แก่ สร้างความรู้ สร้างความพร้อมและสร้างเครือข่ายผ่าน 5 กิจกรรม ได้แก่ 1.ติวเข้มสร้างผู้ประกอบการ พร้อมการประเมินและวิเคราะห์ตนเอง และแผนธุรกิจก้าวสู่เออีซี
(self assessment) วิเคราะห์ SWOT ของตนเอง รวมทั้งวิเคราะห์กลุ่มเป้าหมาย งบประมาณ และผลกำไร เป็นต้น ทั้งก่อนและหลังการสัมมนา เพื่อให้ทราบสถานการณ์ปัจจุบันของกิจการ ของตนเอง และวางแนวทางในการก้าวสู่ AEC ด้วยแผนที่ธุรกิจหรือ Business Roadmap โดยมีเป้าหมายดำเนินการในปีงบประมาณ 2556 จำนวน 12,000 ราย2.พัฒนาผู้ประกอบการเชิงลึก ด้วยวิธีการฝึกอบรมให้กับผู้ที่มีความรู้ในการประกอบกิจกรรม ในระดับหนึ่งแล้ว เช่น ความรู้เรื่องภาษีนำเข้าของแต่ละประเทศ กฎระเบียบ ประเพณี ค่านิยมและศาสนา เป็นต้น ตั้งเป้าดำเนินการ จำนวน 5,000 ราย 3.พัฒนาแรงงานอุตสาหกรรม เน้นไปที่บุคลากรในโรงงานอุตสาหกรรมเพื่อเพิ่มเติมความรู้ และเตรียมพร้อมต่อการปรับตัวสู่ AEC เช่น การพัฒนาผลิตภัณฑ์ การเพิ่มประสิทธิภาพในการผลิต การส่งต่อและรับช่วงงาน เป็นต้น ซึ่งเป็นการให้ความรู้ในเชิงลึกในรายสาขา โดยมีเป้าหมายพัฒนาจำนวน 5,000 ราย4.พัฒนาวิสาหกิจ ให้ผู้ประกอบการรวมกลุ่มกัน เพื่อให้ที่ปรึกษาเข้าไปให้คำแนะนำเพิ่มเติมความรู้เกี่ยวกับการวางกำหนดนโยบาย ระบบการบริหารจัดการ การทำแผนกลยุทธ์ การกำหนดเป้าหมาย การประมาณการพัฒนาศักยภาพต่าง ๆ รวมทั้งการประเมินการใช้ทรัพยากรไม่ว่าจะเป็น แรงงาน วัตถุดิบ และเงินลงทุน เป็นต้น ซึ่งมีเป้าหมายผู้เข้าร่วม กับโครงการ จำนวน 650 กิจการ 5.อำนวยความสะดวกให้ผู้ประกอบการสร้างเครือข่ายกับประเทศใกล้เคียง อาทิ เวียดนาม พม่า กัมพูชา และลาว เป็นต้น เพื่อการสร้างความร่วมมือในระบบห่วงโซ่การผลิต ซึ่งคาดว่าจะสามารถสร้างเครือข่ายได้ไม่ต่ำกว่า 10 เครือข่าย
สำหรับผู้ประกอบการและประชาชนทั่วไปสอบถามข้อมูลอุตสาหกรรมในประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน และรับคู่มือเตรียมความพร้อมเพื่อเข้าสู่ประชาคมเศรษฐกิจอาเซียนสำหรับผู้ประกอบการได้ที่ โทร. 02-202-4414-18 หรือเข้าไปที่ http://www.dip.go.th







