
เฟดช่วยสร้างคาดการณ์ที่ชัดเจนให้ตลาด
หลังจากที่ผลการเลือกตั้งสมาชิกสภาสูงของญี่ปุ่นออกมาอย่างเป็นทางการเมื่อวันอาทิตย์ ปรากฏว่าพรรค LPD ภายใต้การนำของนายกรัฐมนตรีชินโสะ อาเบะ สามารถชนะการเลือกตั้งที่ผ่านมาไปได้ นับเป็นรัฐบาลแรกในรอบ 6 ปี ที่มีเสียงข้างมากทั้งในสภาสูงและสภาล่าง ความคาดหวังต่อเศรษฐกิจญี่ปุ่นและนโยบายแก้ไขและกระตุ้นเศรษฐกิจภายใต้ชื่อ “อาเบะโนมิกส์” ก็กลับมาอีกครั้ง แต่ทว่านายกฯ อาเบะ ก็จะเผชิญกับการตัดสินใจที่ท้าทายในอีกหลายด้านรออยู่ข้างหน้า
หลังจากที่ผลการเลือกตั้งสมาชิกสภาสูงของญี่ปุ่นออกมาอย่างเป็นทางการเมื่อวันอาทิตย์ ปรากฏว่าพรรค LPD ภายใต้การนำของนายกรัฐมนตรีชินโสะ อาเบะ สามารถชนะการเลือกตั้งที่ผ่านมาไปได้ นับเป็นรัฐบาลแรกในรอบ 6 ปี ที่มีเสียงข้างมากทั้งในสภาสูงและสภาล่าง ความคาดหวังต่อเศรษฐกิจญี่ปุ่นและนโยบายแก้ไขและกระตุ้นเศรษฐกิจภายใต้ชื่อ “อาเบะโนมิกส์” ก็กลับมาอีกครั้ง แต่ทว่านายกฯ อาเบะ ก็จะเผชิญกับการตัดสินใจที่ท้าทายในอีกหลายด้านรออยู่ข้างหน้า
อย่างแรกที่น่าจะเกิดขึ้นคือ การเพิ่มภาษีการบริโภค (Consumption Tax) จาก 5% เป็น 8% ภายในเดือน เม.ย. 2557 และเป็น 10% ในเดือน ต.ค. 2558 แม้ว่าในช่วงที่ผ่านมาอาจมีเสียงต่อต้านจากพรรคร่วมรัฐบาลบ้าง และโดยปกติแล้วการเพิ่มภาษีเช่นนี้จะกระทบต่อการบริโภคในประเทศ แต่เชื่อว่าในที่สุดแล้วญี่ปุ่นมีความจำเป็นต้องเพิ่มภาษีนี้ เพราะเป็นภาษีที่จัดเก็บได้ง่ายและสามารถสร้างรายได้ให้กับรัฐได้ค่อนข้างมาก ซึ่งเป็นสิ่งที่จำเป็นสำหรับญี่ปุ่นเพื่อที่จะสร้าง “พื้นที่ทางการคลัง” ในการช่วยกระตุ้นเศรษฐกิจ หลังจากที่พื้นที่ดังกล่าวถูกบีบให้เหลือน้อยเหลือเกินจากหนี้สาธารณะที่สูงถึง 238% ของ GDP ณ สิ้นปีก่อน และอาจเพิ่มขึ้นเป็น 245% ในปีนี้จากการประมาณการของ IMF
นอกจากนี้ นายกฯ อาเบะยังต้องเผชิญการตัดสินใจที่สำคัญอื่นๆ ในอีกหลายด้าน ไม่ว่าจะเป็นการลดอัตราภาษีนิติบุคคลที่สูงถึง 35.6% (สูงเป็นลำดับที่ 2 ในกลุ่มประเทศ G7) อันเป็นเหตุผลหนึ่งที่ทำให้บริษัทต่างๆ หนีไปประเทศอื่นที่มีภาษีต่ำกว่า เช่น จีนที่มีอัตราภาษีเพียง 25% หรือสิงคโปร์ที่ 17% การผ่อนคลายกฎระเบียบในตลาดแรงงานให้นายจ้างสามารถ “ย้าย” (Relocate) พนักงานได้ง่ายขึ้น จากบริษัทเดิมที่ Mature แล้วและไม่ต้องการแรงงานมากนัก ไปยังบริษัทใหม่ที่มีศักยภาพในการเติบโตสูงกว่า หลังจากเดิมบริษัทต่างๆ ต้องแบกรับพนักงานเหล่านั้นไว้โดยไม่สามารถบอกเลิกจ้างได้จากนโยบาย Lifetime Employment ที่ญี่ปุ่นดำเนินสืบเนื่องยาวนาน การเข้าร่วมเจรจาทางการค้า TransPacific Partnership (TPP) ที่มีสหรัฐเป็นหัวเรือใหญ่ก็เป็นอีกประเด็นที่ท้าทาย ซึ่งจะมีผู้ได้ประโยชน์เสียประโยชน์ในวงกว้าง และผู้ที่เสียประโยชน์ที่สำคัญในญี่ปุ่นน่าจะเป็นกลุ่มเกษตรกรที่ได้รับการคุ้มครองมายาวนาน จากที่ต้องมีเปิดภาคการเกษตรให้มีการแข่งขันจากนอกประเทศมากขึ้นหลัง จึงนับเป็นประเด็นที่ค่อนข้างอ่อนไหว รวมไปถึงการตัดสินใจอื่นๆ เช่น การใช้พลังงานนิวเคลียร์ ซึ่งพรรค LPD ของนายกฯ อาเบะเป็นพรรคเดียวที่สนับสนุนการใช้พลังงานนิวเคลียร์ด้วยเหตุผลด้านต้นทุนเป็นหลัก และการตอบโจทย์ระบบประกันสังคมที่น่ามีเงินไม่เพียงพอต่อประชากรที่สูงวัยเพิ่มขึ้น เหล่านี้เป็นต้น
ในด้านการต่างประเทศก็มีประเด็นที่ท้าทายไม่แพ้กัน นายกฯ อาเบะ เคยระบุก่อนหน้านี้ว่า ต้องการเพิ่มแสนยานุภาพทางทหารของญี่ปุ่นให้เข้มแข็งยิ่งขึ้น หลังจากที่ถูกสั่งห้ามไม่ให้มีการสั่งสมกองกำลังทหารตั้งแต่พ่ายแพ้สงครามโลกครั้งที่ 2 ซึ่งประเด็นด้านการทหารนี้น่าจะทำให้จีนที่กำลังก้าวเข้ามามีอำนาจมากขึ้นในภูมิภาคนี้ไม่ค่อยสบายใจนัก เพราะทั้งสองฝ่ายต่างก็ยังมีความขัดแย้งในกรณีของเกาะเซ็นกากุ/เตียวหยูกันอยู่ (และอาจกระทบกระเทือนต่อเกาหลีเหนือและเกาหลีใต้ด้วย) แต่ญี่ปุ่นได้บทเรียนสำคัญไปจากกรณีขัดแย้งกับจีนไปแล้ว การผิดใจกับลูกค้าคนสำคัญคงไม่ใช่นโยบายที่ดีนักทั้งในด้านการตลาด เศรษฐกิจ และการเมืองระหว่างประเทศ ไม่เชื่อถามโตโยต้าดู
ในขณะที่ความคาดหวังต่อตลาดญี่ปุ่นนั้นค่อนข้างสูง จึงต้องติดตามว่า “อาเบะโนมิกส์” จะสามารถพลิกฟื้นเศรษฐกิจญี่ปุ่นได้ตามที่หวังหรือไม่ ผลจากความตื่นเต้นและค่าเงินเยนที่อ่อนลงย่อมทำให้เศรษฐกิจกลับมาเติบโตและเงินเฟ้อปรับเพิ่มขึ้นได้ในระยะสั้น แต่ความสำเร็จในระยะยาวเป็นสิ่งที่หลายฝ่ายยังคาใจอยู่ ต้องคอยติดตามและลุ้นเอาใจช่วยครับ เพราะถ้าญี่ปุ่นสามารถฟื้นตัวได้จริง ประเทศไทยก็น่าจะได้รับประโยชน์ในหลายด้าน ไม่ว่าจะเป็นการผลิต การส่งออก และการท่องเที่ยวครับ







