
CKรุกโรดโชว์ดึงสถาบันไทย-เทศลงทุน
CK แข็งแรง รุกเดินสายโรดโชว์สถาบันทั้งในต่างประเทศ งานในมือกินยาว 6 ปี เล็งซื้อหุ้นในเครือเพิ่ม
CK แข็งแรง รุกเดินสายโรดโชว์สถาบันทั้งในต่างประเทศ งานในมือกินยาว 6 ปี เล็งซื้อหุ้นในเครือเพิ่ม
นายปลิว ตรีวิศวเวทย์ ประธานกรรมการบริหารและกรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท ช.การช่าง (CK) เปิดเผยว่า บริษัทมีแผนที่จะเดินสายนำเสนอข้อมูล (โรดโชว์) กับนักลงทุนสถาบันทั้งในและต่างประเทศมากขึ้น ภายหลังจากฐานะการเงินมีความแข็งแกร่งและผลประกอบการเติบโตอย่างต่อเนื่อง
ทั้งนี้ เมื่อวันที่ 24 ก.ค.ที่ผ่านมา มีนักลงทุนจากสหรัฐมาขอพบและในวันที่ 25-31 ก.ค.นี้ จะจัดงานให้ข้อมูลกับนักลงทุนสถาบันในประเทศ และประมาณเดือน ส.ค.-ก.ย. จะไปโรดโชว์ให้ข้อมูลกับนักลงทุนต่างประเทศต่อไป
ปัจจุบัน ส่วนผู้ถือหุ้นของบริษัทได้เพิ่มขึ้นจาก 8,860 ล้านบาท เมื่อสิ้นปี 2556 มาอยู่ที่ 1.63 หมื่นล้านบาท ณ สิ้นไตรมาสแรก และอนาคตจะเติบโตอย่างต่อเนื่องและยืนยันไม่มีแผนเพิ่มทุน
ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร กล่าวว่า การเข้าไปถือหุ้นในกิจการที่มีความสำคัญกับการพัฒนาประเทศโดยเฉพาะโครงการสาธารณูปโภคพื้นฐานที่สำคัญ ทั้งพลังงาน ประปา ระบบขนส่งมวลชน เช่น การเข้าถือหุ้นในบริษัท ทางด่วนกรุงเทพ (BECL) ปัจจุบันถืออยู่ 15.15% บริษัท น้ำประปาไทย (TTW) ถือหุ้น 19.04% รถไฟฟ้ากรุงเทพ (BMCL) ถือหุ้น 16.64% และซีเคพาวเวอร์ (CKP) ถือหุ้น 31.8% ที่ล่าสุดได้นำเข้าตลาดหลักทรัพย์ ซึ่งทุกธุรกิจได้สร้างรายได้และผลตอบแทนที่ดีให้กับบริษัท จึงจะไม่มีการขายเงินลงทุนอีกแล้ว แต่อาจจะมีการกลับเข้าไปซื้อเพิ่มกลับมา เช่นหุ้น BMCL เป็นต้น
ขณะนี้ถือว่า CK และธุรกิจที่เข้าไปถือหุ้นแข็งแกร่งขึ้นมาก มีความพร้อมในการรุกและขยายธุรกิจ พร้อมออกไปรับงานต่างประเทศโดยเฉพาะในการเปิดเออีซี การมีความพร้อมก็จะเป็นโอกาสที่สำคัญและปัจจุบัน CK สามารถรับงานได้คราวละ 56 หมื่นล้านบาท เพิ่มขึ้นมากจากก่อนหน้า 3 หมื่นล้านบาท
สำหรับโครงการลงทุน 2.2 ล้านล้านบาทที่ชะลอออกไปไม่กระทบ เพราะตอนนี้มีงานในมือ 1.15 แสนล้านบาท และสิ้นปีคาดว่าจะขึ้นไปแตะ 1.4-1.5 แสนล้านบาท ซึ่งจะสามารถสร้างรายได้ได้อีก 5-6 ปี เฉลี่ยปีละ 3 หมื่นล้านบาท
นายประเสริฐ มริตตนะพร กรรมการและรองกรรมการผู้จัดการใหญ่อาวุโส CK กล่าวว่า คาดว่าสิ้นปีรายได้จะปิดที่ 3.6 หมื่นล้านบาท ซึ่งยอมรับว่าที่ผ่านมารายได้ CK หวือหวาเพราะมีรายได้จากเงินลงทุนเข้ามาในบางช่วง แต่เชื่อว่าหลังจากนี้จะมั่นคงมากขึ้น และแต่ละปีจะมีรายได้หลักจากงานก่อสร้างไม่น้อยกว่า 3 หมื่นล้านบาท หรือจะโตปีละประมาณ 10% และจะมีกำไรพิเศษโดยเฉพาะจากการนำ CKP เข้าตลาดหุ้นจะรับรู้ในไตรมาส 3 นี้ประมาณ 300-400 ล้านบาท และทุกๆ ปีจะมีเงินปันผลจาก TTW และ BECL ประมาณ 500-600 ล้านบาท







