posttoday
เรื่องที่รัฐลืมมอง

เรื่องที่รัฐลืมมอง

24 กรกฎาคม 2556

ข่าวดีของช่วงนี้คงเป็นข่าวภาครัฐเตรียมแผนสร้างความตระหนักรู้ให้แก่ประชาชนและผู้ประกอบการเรื่องประชาคมเศรษฐกิจอาเซียนหรือเออีซี กันอย่างแข็งขัน

ข่าวดีของช่วงนี้คงเป็นข่าวภาครัฐเตรียมแผนสร้างความตระหนักรู้ให้แก่ประชาชนและผู้ประกอบการเรื่องประชาคมเศรษฐกิจอาเซียนหรือเออีซี กันอย่างแข็งขัน

ขณะเดียวกันการดำเนินการสร้างความร่วมมือในเสาเศรษฐกิจของภาครัฐเองก็ยังคงต้องเป็นไปตามพันธสัญญา ในแผนงานการจัดตั้งเออีซี หรือ เออีซี บลูปริ๊นท์ จึงได้กำหนดเครื่องมือชี้วัดความสำเร็จของการปฏิบัติตามแผน เรียกว่า เออีซีสกอร์การ์ด

การประเมินผลโดยละเอียดนั้น แบ่งออกเป็น 4 ระยะด้วยกันค่ะ ระยะแรก คือ ปี 2551-2552 ระยะที่สอง คือ ปี 2553-2554 ระยะที่สามคือ ขณะนี้ 2555-2556 และระยะสุดท้าย คือ 2557-2558 ในแต่ละระยะจะระบุจำนวนเป้าหมายที่อาเซียนต้องร่วมกันทำให้สำเร็จ จากนั้นจะมีการประเมินผลว่าแต่ละระยะนั้นสำเร็จไปกี่มาตรการ คิดเป็นกี่เปอร์เซ็นต์ของเป้าหมายระยะนั้น

สำหรับระยะแรกนั้นถือว่าสำเร็จไปค่อนข้างมาก จากทั้งสิ้น 105 มาตรการ ทำสำเร็จไปถึง 94 มาตรการ หรือราว 89.5% ส่วนที่ไม่สำเร็จจำนวน 11 มาตรการนั้นส่วนใหญ่เป็นเรื่องเกี่ยวกับข้อตกลงของภาคบริการและคมนาคม

ข้ามมาระยะที่ 2 สัดส่วนเป้าหมายที่ดำเนินการสำเร็จในระยะนี้ มีเพียงราว 72.12% มีมาตรการตกค้างอยู่ถึง 46 มาตรการจาก 165 มาตรการ โดยส่วนใหญ่อยู่ในกลุ่มการอำนวยความสะดวกด้านการค้า เช่น การบูรณาการภาษีสินค้า การจัดการรหัสพิกัดศุลกากรให้สอดคล้องกันทั้งระหว่างหน่วยงานในแต่ละประเทศและระหว่างอาเซียนด้วยกัน

นอกจากนี้ อาเซียนยังไม่สามารถให้สัตยาบันได้อย่างพร้อมเพรียงในความตกลงพหุภาคีว่าด้วยการเปิดเสรีบริการขนส่งผู้โดยสารทางอากาศ (MAFLPAS) ตลอดจนความตกลงพหุภาคีว่าด้วยบริการทางอากาศ (MAAS) อีกทั้งด้านการลงทุนเพื่อยกระดับให้เกิดความร่วมมือในอุตสาหกรรมต่างๆ สร้างคลัสเตอร์ระดับภูมิภาค ก็ยังไม่สามารถเกิดขึ้นได้สมบูรณ์

มาถึงระยะปัจจุบันยังมีปัญหาค่อนข้างหลากหลาย เช่น เรื่องความร่วมมือของภาคเอกชนในการขจัดมาตรการกีดกันทางการค้าที่มิใช่ภาษี (NonTariff Barriers : NTBs) การลงนามในเอ็มโอยูความร่วมมือด้านการท่องเที่ยวระหว่างอาเซียนอินเดีย

สรุปถึงตอนนี้ การดำเนินการตามเออีซี บลูปริ๊นท์นั้น มีปัญหาหลัก 3 ข้อ

ข้อแรก คือ ความล่าช้าในการให้สัตยาบัน หลายประเทศมีขั้นตอนยุ่งยากซับซ้อนในการจะให้สัตยาบันผูกพันระหว่างประเทศ นอกจากนี้ยังติดปัญหา “ศักดิ์ศรี” ระหว่างหน่วยงานภายในประเทศ เช่น เจ้าภาพเรื่องหนึ่งเป็นกระทรวงเล็ก ทำให้กระทรวงที่ใหญ่กว่าแต่เกี่ยวข้องกับเรื่องดังกล่าว ไม่ค่อยให้ความร่วมมือในการรายงานหรือทำกิจกรรมต่างๆ ร่วมกับกระทรวงเล็ก

ข้อที่สอง คือ ความล้มเหลวเรื่องกฎระเบียบภายในแต่ละประเทศ แต่ละประเทศยังไม่ได้ดำเนินการแก้ไขกฎหมายภายในให้สอดคล้องกับความร่วมมือระดับภูมิภาค และ ข้อที่สามคือ การขาดเจตนารมณ์ที่จะดำเนินการตามข้อผูกพันของผู้เกี่ยวข้อง

เรื่องทั้งหมดจึงควรเป็นเรื่องที่รัฐต้องหันกลับมามองควบคู่ไปกับการสร้างความตระหนักรู้ให้ประชาชน หน่วยงานรัฐต้องตั้งใจบูรณาการความร่วมมือระหว่างกัน อำนวยความสะดวกการลงนามและแก้ไขกฎระเบียบต่างๆ ที่ยังไม่สอดคล้องกันโดยเร็ว

เพราะยิ่งมาตรการต่างๆ สำเร็จช้าออกไปเท่าไหร่ ประโยชน์ที่จะเกิดขึ้นจริงได้กับประชาชนก็จะช้าออกไปเท่านั้นค่ะ

ข่าวล่าสุด

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท