posttoday
หยุดชน

หยุดชน

24 กรกฎาคม 2556

เมื่อวันที่ 23 ก.ค. ได้ยินข่าวรถทัวร์กรุงเทพฯร้อยเอ็ด ชนกับรถบรรทุก 18 ล้อ ระหว่างเส้นทางกลับกรุงเทพฯ ส่งผลให้มีผู้เสียชีวิตร่วม 20 คน และยังบาดเจ็บอีกกว่า 20 คน ฟังแล้วก็รู้สึกหดหู่ใจ

เมื่อวันที่ 23 ก.ค. ได้ยินข่าวรถทัวร์กรุงเทพฯร้อยเอ็ด ชนกับรถบรรทุก 18 ล้อ ระหว่างเส้นทางกลับกรุงเทพฯ ส่งผลให้มีผู้เสียชีวิตร่วม 20 คน และยังบาดเจ็บอีกกว่า 20 คน ฟังแล้วก็รู้สึกหดหู่ใจ

เพราะเหมือนหยุดยาวทีไร มีข่าวอุบัติเหตุใหญ่ๆ ทุกที

ตัดภาพไปดูเวทีสากล ข้อมูลจากองค์การอนามัยโลก (ดับเบิลยูเอชโอ) ระบุว่า ทั่วโลกขณะนี้มีผู้เสียชีวิตจากอุบัติเหตุบนท้องถนนปีละประมาณ 1.24 ล้านคน และ 91% ของอุบัติเหตุร้ายแรงล้วนเกิดในประเทศรายได้น้อยถึงรายได้ปานกลาง หากไม่มีใครทำอะไรเลย เชื่อว่าในปี 2563 จะมีผู้เสียชีวิตทั่วโลกเพิ่มเป็นปีละ 1.9 ล้านคน

กลับมาดูที่เวทีอาเซียน ข้อมูลประมาณการผู้เสียชีวิตจากอุบัติเหตุบนท้องถนน ณ ปี 2553 ขององค์การอนามัยโลก ระบุว่า อินโดนีเซียมีจำนวนผู้เสียชีวิตต่อปีมากที่สุดในอาเซียน ประมาณ 42,434 คน ตามด้วยไทย 26,312 คน และเวียดนาม 21,651 คน ส่วนประเทศที่เหลือนั้น สถิติกระโดดลงต่ำไปกว่า 3 ประเทศนี้มาก โดยอันดับสุดท้าย คือ บรูไน 27 คน

แต่หากพลิกมุมกลับ ปรับมุมมอง คิดจำนวนผู้เสียชีวิตต่อประชากรทั้งประเทศทุก 1 แสนคน จะพบว่าไทยมีอัตราการเสียชีวิตจากอุบัติเหตุบนถนนสูงสุดในอาเซียนที่ 38.1 คน ตามด้วยมาเลเซีย 25 คน และเวียดนาม 24.7 คน ส่วน 3 ประเทศที่เสียชีวิตน้อยที่สุด ได้แก่ สิงคโปร์ 5.1 คน ฟิลิปปินส์ 9.1 คน และพม่า 15 คน

ยิ่งนำสถิติอันหลังไปเทียบในระดับโลก กล่าวได้ว่า ไทยของเราติดท็อปเทนแบบ “นอนมา”

เพราะแม้กระทั่งจีนและอินเดียที่มีประชากรมากระดับพันล้านคน ยังมีอัตราการเสียชีวิตต่อแสนคนที่ 20.5 และ 18.9 คน ตามลำดับ

หากไปเปิดแผนงานการจัดตั้งประชาคมสังคมและวัฒนธรรมอาเซียน (เอเอสซีซี บลูปรินต์) จะพบว่าอาเซียนยังไม่มีความร่วมมือในด้านการป้องกันอุบัติเหตุบนท้องถนนโดยตรง มีเพียงแผนความร่วมมือในการสร้างรัฐที่พร้อมรับกับภัยพิบัติและสร้างประชาคมที่ปลอดภัยยิ่งขึ้น

จึงกลายเป็นคำถามว่า เมื่อสถิติหลายประเทศยังออกมาเช่นนี้ อาเซียนควรเร่งสร้างความร่วมมือด้านการจัดการอุบัติเหตุบนท้องถนนอย่างเป็นรูปธรรมได้หรือยัง?

องค์การอนามัยโลกวิเคราะห์สาเหตุทั่วไปของการเกิดอุบัติเหตุบนท้องถนนว่า มาจากเรื่องการขับขี่เร็ว การเมาแล้วขับ การไม่สวมหมวกกันน็อก ไม่คาดเข็มขัดนิรภัย การแชตไปขับไป แนวทางแก้พื้นฐานก็คือ ต้องรณรงค์ให้ประชาชนเลิกพฤติกรรมทุกอย่างข้างต้น และจัดโซนนิงใช้กฎหมายอย่างชัดเจน เช่น ห้ามขับเกิน 30 กิโลเมตร ในบริเวณใกล้โรงเรียน

แต่หากพิจารณาในบริบทของอาเซียน ผมคิดว่าอีกเรื่องหนึ่งที่ต้องจัดการ คือ คุณภาพชีวิตและทักษะของอาชีพ “คนขับรถ” ไม่ว่าจะรถทัวร์ รถบรรทุก เพราะคนกลุ่มนี้ยังมีคุณภาพชีวิตที่ไม่ดี จนเกิดปัญหาแรงงานขาดแคลน แรงงานที่เหลืออยู่ก็ทำงานหนัก รายการคนขับหลับในจึงมีให้เห็นเป็นประจำ

ทั้งหมดนี้คือสิ่งที่อาเซียนต้องเร่งทำ ควบคู่กับการเชื่อมโยงโครงสร้างพื้นฐานด้านคมนาคมและโลจิสติกส์

หากไม่ทำอะไรอย่างจริงจัง สถิติเสียชีวิตบนท้องถนนของโลกที่เพิ่มจาก 1.24 ล้านคน เป็น 1.9 ล้านคน อาจมาเพิ่มแถวๆ อาเซียนเป็นหลักก็ได้

ข่าวล่าสุด

โปรแกรมบอล บอลวันนี้ ดูบอลสด ถ่ายทอดสด วันเสาร์ที่ 17 ต.ค. 69

โปรแกรมบอล บอลวันนี้ ดูบอลสด ถ่ายทอดสด วันเสาร์ที่ 17 ต.ค. 69