
โอกาสแฟรนไชส์
คอลัมน์ สสว.ทิปส์ฉบับนี้ ขอนำข้อมูลความรู้เกี่ยวกับธุรกิจแฟรนไชส์มานำเสนอ เนื่องจากผู้เขียนติดภารกิจ โดยธุรกิจแฟรนไชส์ถือเป็นผู้ประกอบการขนาดกลางและขนาดย่อม หรือเอสเอ็มอี กลุ่มที่กำลังขยายตัวสูง
คอลัมน์ สสว.ทิปส์ฉบับนี้ ขอนำข้อมูลความรู้เกี่ยวกับธุรกิจแฟรนไชส์มานำเสนอ เนื่องจากผู้เขียนติดภารกิจ โดยธุรกิจแฟรนไชส์ถือเป็นผู้ประกอบการขนาดกลางและขนาดย่อม หรือเอสเอ็มอี กลุ่มที่กำลังขยายตัวสูง
ข้อมูลจากกระทรวงพาณิชย์ คาดการณ์ว่า แนวโน้มปี 2556 จะมีนักลงทุนเพิ่มขึ้นในธุรกิจแฟรนไชส์ 30% และมีนักลงทุนที่สนใจระบบแฟรนไชส์ที่มีความพร้อมลงทุนระบบแฟรนไชส์ไม่น้อยกว่า 4 หมื่นราย โดยภาพรวมธุรกิจแฟรนไชส์มีโอกาสเติบโต 20–30% จากปี 2555 ธุรกิจแฟรนไชส์มีมูลค่าธุรกิจหมุนเวียนอยู่ที่ 1.68 แสนล้านบาท
สำหรับหัวใจของการสร้างธุรกิจแฟรนไชส์ เริ่มจากการทำร้านต้นแบบที่ต้องเข้าใจรูปแบบธุรกิจ ดังนั้นจุดสําคัญของความสําเร็จจึงอยู่ที่การทําความเข้าใจ คิดอย่างถี่ถ้วนจะส่งผลให้ธุรกิจวางรากฐานได้ดี
โดยสิ่งที่สำคัญ คือ เจ้าของกิจการ (Franchisor) ต้องดำเนินธุรกิจอย่างมีระบบ จะช่วยสร้างรายได้ให้เจ้าของกิจการ (Franchisor) โดยไม่ต้องขยายธุรกิจด้วยตัวเอง นอกจากนี้ เจ้าของกิจการยังสามารถเก็บค่าเช่าสิทธิ (Loyalty) จากผู้ซื้อสิทธิ (Franchisee) ได้ในระยะยาว
ศรีรัตน์ รัษฐปานะ อธิบดีกรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ (สค.) มองว่า การเปิดประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน (เออีซี) ในปี 2558 จะทำให้ชาวต่างชาติสนใจใช้ประเทศไทยเป็นฐานลงทุนด้านระบบแฟรนไชส์ เพื่อขยายธุรกิจในอาเซียน โดยแฟรนไชส์ที่ได้รับความนิยมสูงสุด 3 อันดับของไทย ได้แก่ ร้านอาหาร ร้านเครื่องดื่ม/เบเกอรี เครื่องใช้และเครื่องประดับ
สำหรับการสร้างธุรกิจแฟรนไชส์มีองค์ประกอบ คือ ความรู้ คนทำงาน และเครื่องหมายการค้า ต่อมาคือออกแบบธุรกิจ ทำธุรกิจจริง โดยการตั้งร้านต้นแบบ การบริหาร และขยายธุรกิจเป็นลำดับสุดท้าย
รวมทั้งจำเป็นต้องวางแผนในรูปแบบของเอกสาร ได้แก่ วางแผนกลยุทธ์การค้า ทำสัญญา การทำตลาด แผนการขาย นอกจากนี้ต้องวัดสมรรถนะธุรกิจเพื่อวัดผลตอบแทนด้วย
แม้มีขั้นตอนที่ต้องพิจารณารอบด้าน แต่หากสามารถพัฒนาธุรกิจขึ้นมาเป็นผลสำเร็จ การขยายธุรกิจในรูปแบบจะเป็นไปอย่างรวดเร็ว และทำให้ผู้ลงทุนมีโอกาสประสบความสำเร็จสูง







