
ดอกบัวคู่ ทุ่ม 100 ล้านบาทรักษาผู้นำตลาดยาสีฟันสมุนไพร
ดอกบัวคู่ ทุ่ม 100 ล้านบาท รักษาผู้นำตลาดยาสีฟันสมุนไพร พร้อมเดินหน้ารุกตลาดต่างประเทศ คาดตั้งโรงงานในประเทศจีน เตรียมเจรจาไปอเมริกา ยุโรป
ดอกบัวคู่ ทุ่ม 100 ล้านบาท รักษาผู้นำตลาดยาสีฟันสมุนไพร พร้อมเดินหน้ารุกตลาดต่างประเทศ คาดตั้งโรงงานในประเทศจีน เตรียมเจรจาไปอเมริกา ยุโรป
นายบัณฑิต ลีเลิศพันธ์ กรรมการผู้จัดการ บริษัท ดอกบัวคู่ ผู้ผลิตและจัดจำหน่ายยาสีฟัน ภายใต้แบรนด์ ดอกบัวคู่ เปิดเผยว่า ปีนี้บริษัทได้ใช้งบส่งเสริมตลาดเป็นเงิน 100 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจากปีที่ผ่านมาราว 20% หรือ 80 ล้านบาท เพื่อกระตุ้นยอดขาย รักษาฐานลูกค้าเดิม พร้อมกับๆ การรักษาตำแหน่งผู้นำตลาดยาสีฟันสมุนไพรที่ปัจจุบันบริษัทมีส่วนแบ่งในตลาดดังกล่าวราว 50% จากมูลค่าตลาดราว 1,700 ล้านบาท ซึ่งเป็นการใช้งบทำตลาดที่มากที่สุดของบริษัทในรอบ 33 ปี อันเนื่องมาจากการแข่งขันในตลาดยาสีฟันสมุนไพรรุนแรงมากจากผู้ประกอบการรายต่างๆ เข้ามาเล่นในตลาดนี้มากขึ้น
“เมื่อ 4 - 5 ปี ก่อนดอกบัวคู่มีส่วนแบ่งในตลาดยาสีฟันสมุนไพรถึง 70% เพราะไม่มีคู่แข่งในตลาด ต่อเมื่อกระแสสุขภาพมาแรงมากขึ้น ก็เริ่มมีผู้ผลิตและจำหน่ายยาสีฟันแบรนด์ต่างๆ เปิดตัวสินค้าใหม่สูตรสมุนไพรเข้ามาในตลาด ทำให้ตลาดดังกล่าวมีการแข่งขันที่รุนแรงมากขึ้น และเติบโตขึ้น
แต่ในปีที่ผ่านมาตลาดยาสีฟันสมุนไพรกลับมีอัตราการเติบโตไม่ถึง 1% สอดคล้องกับตลาดรวมยาสีฟันในประเทศไทยที่มีมูลค่า 5,800 – 6,000 ล้านบาท มีอัตราการเติบโตราว 5% เนื่องจากการเข้าถึงยาสีฟันของคนไทยเต็ม 100% แล้ว จึงขยายตลาดได้ยาก แม้จะมีผู้ประกอบการบางรายจะกระตุ้นคนให้คนไทยแปรงฟันวันละ 3 ครั้งก็ตาม แต่ก็ไม่ค่อยประสบความสำเร็จเท่าที่ควร” นายบัณฑิต กล่าวเพิ่มเติม
ปีนี้บริษัทยังมีแผนเจรจากับตัวแทนจำหน่ายสินค้าในประเทศสหรัฐอเมริกาเพื่อที่จะส่งยาสีฟันเข้าไปจำหน่าย คาดว่าภายในสิ้นปีนี้ หรือต้นปี 2554 บริษัทจะสามารถส่งสินค้าไปจำหน่ายในประเทศดังกล่าวได้ และหากสามารถจำหน่ายสินค้าในประเทศสหรัฐอเมริกาได้แล้ว บริษัทก็จะต่อยอดเข้าไปจำหน่ายในประเทศต่างๆ ในทวีปยุโรปเช่นเดียวกัน
นอกจากนี้ บริษัทยังได้ส่งสินค้าไปจำหน่ายในประเทศจีน และกำลังหาทางเพิ่มตัวแทนจำหน่ายในประเทศดังกล่าวอยู่ หากสินค้าได้รับการตอบรับเป็นอย่างดี และมีการสั่งเป็นจำนวนมาก เกิดกำลังการผลิตในโรงงานของบริษัท ที่มีกำลังการผลิต 300 – 400 ตันต่อวัน บริษัทก็มีแผนลงทุนสร้างโรงงานผลิตยาสีฟันในประเทศจีน หรืออาจจะเป็นการร่วมทุน ซึ่งก็อยู่ในระหว่างการเจรจา
ปัจจุบัน สัดส่วนรายได้จากการส่งออกยาสีฟันของบริษัทอยู่ที่ 15% คาดว่าภายในปีหน้า หรือปี 2555 บริษัทจะสามารถเพิ่มสัดส่วนรายได้จากจากจำหน่ายในต่างประเทศขึ้นเป็น 30 – 40% ซึ่งประเทศที่บริษัทส่งสินค้าไปจำหน่ายแล้วคือ ประเทศในกลุ่มประเทศอาเซียน และคาดว่ารายได้จากตลาดต่างประเทศจะเติบโตปีละ 20 – 30 %
สำหรับเป้าหมายในการดำเนินงานในปีนี้ บริษัทคาดว่ารายได้ของบริษัทจะสามารถเติบโตได้ราว 5 – 10% และตั้งเป้าเพิ่มส่วนแบ่งตลาดของบริษัทในตลาดรวมยาสีฟันทั้งหมดให้เป็น 15% จาก 12% ในปัจจุบัน โดยผู้นำตลาดดังกล่าวคือ คอลเกต ที่มีส่วนแบ่งตลาด 35% ดาร์ลี่ 18%
ตลาดรวมยาสีฟันในประเทศไทย ในปัจจุบันแบ่งเป็นตลาดยาสีฟันสมุนไพร 27.5% ตลาดยาสีฟันยอมสดชื่น 26% ตลาดยาสีฟันเพื่อครอบครัว 19% ยาสีฟันที่มีคุณประโยชน์ต่างๆ 7.5% ยาสีฟันเพื่อลดการเสียวฟัน 7.5% ยาสีฟันเพื่อความขาว 5% ยาสีฟันสำหรับเด็ก 4% และอื่น 3.5%







