
มองต่างมุม
หลังจากผ่านการแถลงข่าวผลงานครึ่งปีของอุตสาหกรรมรถยนต์ในประเทศไทยไปแล้วเมื่อไม่นานมานี้ อาการของบริษัทผู้ผลิตรถยนต์แต่ละรายออกอาการ “เป๋” ให้เห็นจากความเห็นในตลาดที่แตกต่างกันอย่างสิ้นเชิง!!
หลังจากผ่านการแถลงข่าวผลงานครึ่งปีของอุตสาหกรรมรถยนต์ในประเทศไทยไปแล้วเมื่อไม่นานมานี้ อาการของบริษัทผู้ผลิตรถยนต์แต่ละรายออกอาการ “เป๋” ให้เห็นจากความเห็นในตลาดที่แตกต่างกันอย่างสิ้นเชิง!!
ทำไมน่ะหรือ... ก็เมื่อผู้ที่ถือตัวเลขข้อมูลตลาดอย่าง “โตโยต้า” บอกว่าภาพรวมตลาดในปีนี้จะมียอดขายเพิ่มขึ้นเป็น 1.3 ล้านคัน จากช่วงต้นปีที่คาดการณ์ไว้ 1.2 ล้านคัน แต่กลับลดเป้ายอดขายของตัวเองลงจากต้นปีตั้งเป้า 5 แสนคัน เหลือ 4.5 แสนคัน
ในขณะที่ค่ายอื่นๆ อาทิ อีซูซุ นิสสัน กลับมองว่าภาพรวมตลาดในปีนี้จะลดลงในระดับ 1.1-1.2 ล้านคัน สำหรับอีซูซุ และ 1-1.1 ล้านคัน สำหรับนิสสัน ซึ่งทั้ง 2 บริษัทก็คาดการณ์ว่ายอดจำหน่ายของบริษัทในปีนี้จะลดลงเช่นเดียวกัน... นี่ยังไม่นับค่ายอื่นๆ อีกที่คาดการณ์ไปในทิศทางเดียวกัน
ดังนั้น เมื่อคนหนึ่งบอกตลาดเพิ่ม แต่ลดเป้าขายของตัวเองลง ในขณะที่คนอื่นๆ บอกว่าตลาดลด และปรับเป้าขายของตัวเองลง คำถามคือ แล้วส่วนที่เพิ่มของตลาดจะมาจากไหน
สาเหตุที่โตโยต้ามองตลาดจะเติบโตมาจากการนั่งดีดลูกคิดคำนวณตัวเลขจากการส่งมอบรถยนต์ “จากโรงงานไปยังผู้แทนจำหน่าย” ในขณะที่คนอื่นๆ มองตลาดจะลดลงจากการคำนวณตัวเลขการส่งมอบรถยนต์ “จากผู้แทนจำหน่ายไปยังผู้บริโภค”
นั่นสะท้อนถึงการบริหารจัดการการผลิตและสต๊อกสินค้าภายในของเครือข่ายตัวเอง จึงทำให้เกิดการแข่งขันด้านโปรโมชั่นที่รุนแรงในตลาดเวลานี้ เพื่อระบายสต๊อกสินค้าของผู้แทนจำหน่าย ซึ่งจะมากจะน้อยก็ขึ้นอยู่กับแต่ละรายแต่ละบริษัท
เมื่อคนหนึ่งมองผลจากมุมหนึ่ง ขณะที่อีกหลายๆ คนมองผลจากอีกมุมหนึ่ง เรื่องนี้จะไม่มีอะไรในก่อไผ่เลยถ้าตัวเลขต่างๆ เอาไปใช้และอ้างอิงกันในวงแคบๆ ใช้กันเองจะผิดจะถูกก็ไปว่ากันเอง แต่ตัวเลขที่เผยแพร่ออกมาเป็นตัวเลขที่อ้างอิงไปทั้งอุตสาหกรรมยานยนต์ ข้อมูลผิดถูกย่อมมีผลสะท้อนได้ทั้งวงการ ถ้าเป็นเช่นนี้แล้วจะเชื่อใครดี?







