posttoday
แนะใช้"โซเชียลเน็ตเวิร์ก"เจาะตรงกลุ่มเป้าหมายธุรกิจ

แนะใช้"โซเชียลเน็ตเวิร์ก"เจาะตรงกลุ่มเป้าหมายธุรกิจ

24 กรกฎาคม 2556

หลายคนบอกว่า เจ้าของธุรกิจต้องใช้โซเชียลเน็ตเวิร์กเป็นเครื่องมือทางการตลาด เพื่อสร้างแบรนด์ บริหารความสัมพันธ์ และเพิ่มรายได้ให้ธุรกิจ แต่ด้วยความหลากหลายของโซเชียลเน็ตเวิร์กที่มีอยู่ในปัจจุบัน การเลือกใช้จึงต้องคำนึงถึงความเหมาะสมด้วยเช่นกัน

หลายคนบอกว่า เจ้าของธุรกิจต้องใช้โซเชียลเน็ตเวิร์กเป็นเครื่องมือทางการตลาด เพื่อสร้างแบรนด์ บริหารความสัมพันธ์ และเพิ่มรายได้ให้ธุรกิจ แต่ด้วยความหลากหลายของโซเชียลเน็ตเวิร์กที่มีอยู่ในปัจจุบัน การเลือกใช้จึงต้องคำนึงถึงความเหมาะสมด้วยเช่นกัน

เกษร สิทธิสถิตย์ ผู้จัดการประจำประเทศไทย บริษัท เฟมส์ มีเดีย (ประเทศไทย) กล่าวว่า การจะทำตลาดโซเชียลให้ประสบความสำเร็จต้องเลือกเครื่องมือให้ถูกต้อง เริ่มต้นจากเฟซบุ๊ก ซึ่งเป็นโซเชียลอันดับ 1 ของไทยและของโลกที่มีผู้ใช้งานกว่า 18 ล้านราย ถ้าเทียบตามอัตราส่วนประชากรแล้วไทยติดอยู่ในท็อป 5 ประเทศที่มีประชากรใช้เฟซบุ๊กเยอะที่สุด เติบโตเร็วที่สุด และเครื่องมือสำคัญคือ Fanpage และ Catalog บอกได้เลยว่า เฟซบุ๊กนั้นเหมาะมากสำหรับการสร้างแบรนด์ การสร้างพื้นที่สื่อสารกับลูกค้า ขณะที่ทวิตเตอร์จะเหมาะกับการอัพเดตข่าวสารที่รวดเร็ว นำเสนอโปรโมชั่น

ส่วนอินสตาแกรมนำเสนอรูปภาพและวิดีโอสินค้าและบริการได้ดี ขณะที่พินเทอเรสต์จัดกลุ่มนำเสนอรูปภาพได้ดี เหมาะมากกับธุรกิจโรงแรม รีสอร์ท สปา เนื่องจากผู้ใช้ส่วนใหญ่เป็นชาวต่างประเทศ ซึ่งไทยต้องเน้นใช้งานให้มากขึ้น ปิดท้ายด้วยลิงค์อินที่เป็นโซเชียลเฉพาะทาง ผู้ใช้ส่วนใหญ่ไว้สำหรับลงโปรไฟล์ส่วนตัวเพื่อใช้ในการหางานหรือธุรกิจต่างๆ มาโพสต์ตำแหน่งงานที่ต้องการที่นี่เช่นกัน แสดงว่าเป็นโซเชียลที่เหมาะสำหรับเจาะกลุ่มสินค้าและบริการให้กลุ่มคนทำงาน

ด้านการทำธุรกิจของเฟมส์ มีเดีย มีให้บริการใน 4 ประเทศ คือ ไทย สิงคโปร์ ฟิลิปปินส์ และอินโดนีเซีย ให้บริการเป็นโซลูชั่นตั้งแต่เริ่มคิดวางแผน พัฒนาและผลิต รวมถึงทำการตลาด ซึ่งพบว่าในประเทศไทย 70% ใช้โซเชียลผ่านเฟซบุ๊ก โดยสามารถพิสูจน์เลยได้ว่าเมื่อลงโฆษณาแล้วมีคนเห็นกี่คน ถือว่าใช้เงินได้มีประสิทธิภาพมาก สามารถปรับได้ตลอดเวลา เช่น เพิ่มเงินเพิ่มจำนวนโฆษณา หรือปรับลด และจากข้อมูลทำให้รู้เลยว่ากลุ่มผู้บริโภคหญิงนิยมดูโฆษณาและคลิกในช่วง 3 ทุ่ม ดังนั้นต้องโฆษณาสินค้าและบริการของผู้หญิงในเวลานั้นให้มากเป็นพิเศษ

สำหรับธุรกิจที่ใช้การตลาดผ่านโซเชียลซึ่งเป็นลูกค้าเฟมส์ มีเดีย เช่น ผู้ผลิตถุงยางอนามัย แบรนด์ เพลย์บอย วันทัช ธุรกิจกระเป๋าเดินทาง ธนาคาร และโรงพยาบาล ซึ่งจริงๆ แล้วทุกรูปแบบและประเภทธุรกิจสามารถใช้การตลาดโซเชียลได้หมด

ภาวุธ พงษ์วิทยภานุ กรรมการผู้จัดการ และผู้ก่อตั้งเว็บไซต์ตลาดดอทคอม กล่าวว่า ในโลกออนไลน์ร้านค้ากับลูกค้าอยู่ห่างกันแค่คลิกเดียว แนวโน้มคนใช้อินเทอร์เน็ตมากขึ้นเมื่อระบบ 3จี มาถึง การใช้บัตรเครดิตและเดบิตได้รับความนิยมมากขึ้น ทั้งหมดมีส่วนเสริมให้อีคอมเมิร์ซเติบโตขึ้นอย่างต่อเนื่อง ดังนั้นร้านค้าต้องมีเว็บไซต์เป็นของตัวเอง

ทั้งนี้ สินค้าที่ขายดีทางออนไลน์ มักจะเป็นสินค้าที่ราคาถูกกว่าตลาด มีน้ำหนักเบาเพื่อสะดวกกับการส่ง เป็นของหายาก ไม่ค่อยพบในร้านค้าปกติ เป็นของติดตั้งง่าย ผู้บริโภคซื้อไปทำเองได้ เป็นสินค้าเฉพาะกลุ่มเฉพาะตัว ง่ายต่อการทำตลาด และเป็นสินค้าที่ไม่เปิดเผยตัวตน เช่น ชุดชั้นใน ถุงยางอนามัย เป็นต้น

การทำตลาดออนไลน์นั้น การโฆษณาสามารถทำผ่านเฟซบุ๊ก กำหนดงบได้เอง เลือกเจาะกลุ่มลูกค้าได้ เช่นเดียวกับกูเกิลพลัสที่คนในต่างจังหวัดมีการใช้งานกันแพร่หลาย ส่วนการใช้ไลน์ (Line) สร้างหน้าเพจบนโซเชียลโมบายเพื่อติดต่อกับลูกค้าได้สร้างกลุ่มลูกค้าประจำเพื่อดึงให้กลับมาใช้บริการอีก ที่สำคัญคนไทยนิยมใช้มีจำนวนมากกว่า 15 ล้านรายแล้ว

นอกจากนี้ยังมีกูเกิล อนาลิติกส์ เพื่อช่วยวิเคราะห์คนที่มาเข้าเว็บไซต์ของเรา และเป็นบริการฟรี สามารถรู้ได้ทั้งหมด เช่น ลูกค้าเข้าเว็บกี่คน มาจากช่องทางไหน ซึ่งในกลุ่มเครื่องมือของกูเกิล ยังมีส่วนของกูเกิลแอดเวิร์ดส์ เป็นการโฆษณาผ่านระบบค้นหาข้อมูลของกูเกิลเอง สุดท้ายคือ ยูทูบ บริการเว็บไซต์ด้านวิดีโอ ที่ปัจจุบันสามารถทำได้ง่ายด้วยสมาร์ทโฟน และส่งต่อไปเผยแพร่ทางโซเชียลอื่นๆ ได้ ซึ่งวิดีโอถือเป็นสื่อที่มีแนวโน้มการบริโภคเพิ่มขึ้นสูงในอนาคตอีกด้วย

หากสามารถเลือกใช้เครื่องมือในโซเชียลเน็ตเวิร์กได้ถูกต้องและเหมาะสมกับสินค้าและกลุ่มเป้าหมาย โอกาสที่จะประสบผลสำเร็จในการทำตลาดออนไลน์ก็มีอยู่สูงเช่นกัน

ข่าวล่าสุด

ThaiPBS ขาดทุนพันล้าน ค่าพิธีกร–แขก 3 ปี สูบภาษีบาป 300 ล้าน

ThaiPBS ขาดทุนพันล้าน ค่าพิธีกร–แขก 3 ปี สูบภาษีบาป 300 ล้าน