
เปิดแผนบิ๊กโปรเจกต์ปั้น"ขอนแก่น" สู่มหานคร
โดย...ชลธิชา ภัทรสิริวรกุล
โดย...ชลธิชา ภัทรสิริวรกุล
“ขอนแก่น” เป็นจังหวัดใหญ่ที่มีความพร้อมที่จะเป็นศูนย์กลาง (ฮับ) ด้านต่างๆ ทั้งการศึกษา สุขภาพ การค้า และโลจิสติกส์ จึงทำให้มีการวางแผนปลุกปั้นให้ขอนแก่นก้าวขึ้นเป็น “มหานคร” เพื่อรับการเข้าสู่ประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน (เออีซี)ในปี 2558
ธีระศักดิ์ ฑีฆายุพันธุ์ นายกเทศมนตรีนครขอนแก่น ยอมรับว่า การจะยกระดับขอนแก่นขึ้นเป็นมหานครได้นั้น ต้องใช้เม็ดเงินลงทุนมหาศาล เพราะจะต้องลงทุนสร้างและปรับปรุงระบบสาธารณูปโภค และระบบคมนาคมขนส่ง ซึ่งขณะนี้ทุกภาคส่วนใน จ.ขอนแก่น ต่างเห็นด้วยและพร้อมจะช่วยกันพัฒนาเพื่อเพิ่มศักยภาพทุกด้านให้กับจังหวัด แต่ยอมรับว่าบางเรื่องใหญ่เกินไปที่คนท้องถิ่นจะช่วยกันทำได้ ดังนั้น จึงหวังให้รัฐบาลเข้ามาสนับสนุนด้วย
การพัฒนาขอนแก่นให้กลายเป็นมหานคร ต้องเริ่มจากการลงทุนด้านการศึกษา เพื่อสร้างคนรุ่นใหม่ออกมารองรับ ด้วยการตั้งศูนย์อาเซียนศึกษาของจังหวัดขึ้น โดยจังหวัดจะใช้งบประมาณ 2.5 ล้านบาท ในการปรับปรุงบ้านพักข้าราชการจังหวัดที่ไม่ได้ใช้แล้วมาสร้างอาคารศูนย์อาเซียนศึกษาประจำจังหวัด ซึ่งศูนย์ดังกล่าวจะไม่ได้เป็นเพียงศูนย์แสดงนิทรรศการเกี่ยวกับประเทศอาเซียนเท่านั้น แต่จะมีการเชิญผู้รู้ด้านเศรษฐกิจ สังคม และการศึกษามาอบรมให้ความรู้เกี่ยวกับประเทศสมาชิกอาเซียนทั้งหมด เพื่อให้รู้ว่าอะไรคือโอกาส และอะไรคือภัยคุกคามของคนขอนแก่น เพื่อจะได้เตรียมรับมือได้อย่างมีประสิทธิภาพ
นอกจากนี้ จ.ขอนแก่น ยังมีความพร้อมที่จะเป็นศูนย์กลาง (ฮับ) ด้านการศึกษาของภาคอีสาน เนื่องจากมีสถาบันการศึกษาที่มีชื่อเสียงมากถึง 9 แห่งไม่ว่าจะเป็นมหาวิทยาลัยหรือวิทยาลัยระดับอาชีวศึกษา ซึ่งการมีศูนย์อาเซียนศึกษาของจังหวัดนี้จะช่วยปรับทัศนคติให้กับเด็กขอนแก่นไม่ให้เสียโอกาสในการเข้าสู่ตลาดแรงงานอาเซียน หลังพบว่าในอนาคตมีความต้องการแรงงานระดับอาชีวศึกษามากกว่าบัณฑิตปริญญาตรีทั่วไป
ขั้นต่อมาคือ การทบทวนจุดเด่นและจุดด้อยของจังหวัด ที่จะส่งผลต่อการก้าวขึ้นเป็นมหานครขอนแก่น ภายใต้แนวคิด “พัฒนาเมืองสู่สากล สร้างสังคมแห่งความสุข” เนื่องจากต้องการพัฒนาเมืองให้เติบโตทั้งด้านเศรษฐกิจและสังคมแบบควบคู่กันไป
การพัฒนาดังกล่าวแบ่งเป็นการพัฒนาเศรษฐกิจระดับฐานล่าง ที่จะส่งเสริมวิสาหกิจชุมชนให้เข้มแข็งยิ่งขึ้น ด้วยการสนับสนุนวงเงินสินเชื่อให้วิสาหกิจชุมชนรายละไม่เกิน 2 หมื่นบาท และช่วยสร้างเครือข่ายให้
ขณะที่ระดับฐานใหญ่ ขอนแก่นตั้งเป้าที่จะพัฒนาเมืองให้เป็นเมืองแห่งกิจกรรม (Event City) เพื่อส่งเสริมให้ขอนแก่นเป็นเมืองศูนย์กลางการจัดประชุมสัมมนาและนิทรรศการ (MICE City)
ทั้งหมดนี้เพื่อเสริมความแข็งแกร่งในด้านการท่องเที่ยวที่ถือว่าเป็นจุดอ่อนของจังหวัด โดยคาดหวังว่าจะสร้างรายได้เข้าจังหวัดได้ 1,5002,000 ล้านบาทต่อปี และเมื่อหมุนเข้าสู่ระบบก็คาดว่าจะมีเม็ดเงินสะพัดในระบบปีละไม่ต่ำกว่าหมื่นล้านบาท
ขณะเดียวกันก็เร่งแก้ปัญหาจราจรภายในจังหวัด เพื่อผลักดันให้เป็นศูนย์กลางคมนาคมทั้งด้านการบิน ทางรถยนต์ รถไฟ และศูนย์กระจายสินค้า เพราะมีทำเลที่ตั้งเป็นศูนย์กลางคมนาคมขนส่งทางบก เช่นมีโครงการรถเมล์ BRT ส่วนทางอากาศตั้งเป้าให้สนามบินขอนแก่นเป็นสนามบินนานาชาติ
สำหรับการเป็นศูนย์กลางขนส่งผ่านระบบราง จะมีการพัฒนารถไฟรางคู่ผ่าน จ.ขอนแก่น และตัดเส้นทางรถไฟเส้นใหม่ ขอนแก่นนครพนม และการขนถ่ายสินค้าในภูมิภาคอาเซียน เพื่อเป็นศูนย์กลางโลจิสติกส์ในอาเซียน
“ตอนนี้กำลังปรับปรุงผังเมืองใหม่ โดยใช้งบจากกองทุนเลขสวย (ป้ายทะเบียนรถ) มาใช้ดำเนินการ ซึ่งที่ผ่านมามีบริษัทข้ามชาติจากจีนและเยอรมนีสนใจร่วมลงทุนด้วย และกำลังเร่งผลักดันให้สำนักงานนโยบายและแผนการขนส่งและจราจร(สนข.) กระทรวงคมนาคม เสนอต่อคณะกรรมการจัดระบบการจราจรทางบก (คจร.) ที่มีนายกรัฐมนตรีเป็นประธานอนุมัติ”
แม้วันนี้ ชาวขอนแก่นจะมีความมุ่งมั่น พร้อมวางแผนผลักดันให้จังหวัดกลายเป็นมหานคร ซึ่งยังไม่ชัดเจนว่าจะแล้วเสร็จเป็นรูปธรรมเมื่อไหร่ แต่หากรัฐบาลร่วมสานฝันครั้งนี้ด้วย “ขอนแก่นมหานคร”น่าจะกลายเป็นเมืองหลวงภาคอีสานที่มีการกระจายอำนาจจากกรุงเทพฯ สู่ภูมิภาคได้เป็นอย่างดี







