
ฟาสต์ฟู้ดรายล่าสุด
เชนฟาสต์ฟู้ดยักษ์ใหญ่จากสหรัฐ “แมคโดนัลด์”เพิ่งประกาศจะเข้าไปรุกตลาดเวียดนาม โดยเตรียมเปิดสาขาแรกในโฮจิมินห์ในต้นปีหน้า
เชนฟาสต์ฟู้ดยักษ์ใหญ่จากสหรัฐ “แมคโดนัลด์”เพิ่งประกาศจะเข้าไปรุกตลาดเวียดนาม โดยเตรียมเปิดสาขาแรกในโฮจิมินห์ในต้นปีหน้า
เหตุผลที่เลือกทำเลในโฮจิมินห์ เพราะเป็นฮับเศรษฐกิจที่สำคัญของเวียดนาม นอกจากนี้ ประชากรในโฮจิมินห์ที่มีกว่า 8 ล้านคน ส่วนใหญ่เป็นคนรุ่นใหม่ที่มีจิตวิญญาณการเป็นผู้ประกอบการและเปิดใจรับสิ่งใหม่ๆ รวมถึงการลิ้มลองเมนูอาหารแปลกใหม่และวัฒนธรรมที่แตกต่างจากตะวันตก
เวียดนามถือเป็นตลาดลำดับที่ 38 ในเอเชียของแมคฯ และเป็นตลาดแห่งที่ 6 ในอาเซียน โดยก่อนหน้านี้ แมคฯ เปิดสาขาทั้งในไทย มาเลเซีย สิงคโปร์ อินโดนีเซีย และฟิลิปปินส์
ทั้งๆ ที่เวียดนามเป็นตลาดขนาดใหญ่ที่มีประชากรมากถึง 92 ล้านคน และมีการเติบโตทางเศรษฐกิจเฉลี่ยปีละ 7% ตลอดทศวรรษที่ผ่านมา แต่น่าแปลกใจที่แมคโดนัลด์ยังไม่เคยเข้ามาลงหลักปักฐานในตลาดนี้ ซึ่งเหตุผลสำคัญเป็นเพราะเวียดนามยังขาดแหล่งปศุสัตว์ในประเทศ และโครงสร้างพื้นฐานด้านห่วงโซ่การผลิตที่ยังไม่พร้อม
แมคโดนัลด์กลายเป็นแบรนด์น้องใหม่ในตลาดเวียดนาม ขณะที่แบรนด์อื่นๆ ต่างชิงธงนำในตลาดไปไกลแล้ว ไม่ว่าจะเป็น “ลอตเตอเรีย” เชนฟาสต์ฟู้ดของเกาหลีใต้ที่สะสมสาขาไปแล้ว 146 แห่ง ตามด้วยคู่แข่งสัญชาติอเมริกัน “เคเอฟซี” ที่เปิดสาขาไปแล้ว 134 แห่ง ส่วน“จอลลิบี” ของฟิลิปปินส์ที่ตามมาห่างๆ 30 สาขา และ “เบอร์เกอร์ คิง” ที่เพิ่งรุกคืบเข้าไปเวียดนามเมื่อปลายปีที่แล้ว ปัจจุบันมีสาขา 12 แห่ง
แบรนด์ต่างชาติต่างก็ได้รับอานิสงส์จากผู้บริโภครุ่นใหม่ที่นิยมทดลองเมนูใหม่ๆ และไลฟ์สไตล์ที่แตกต่างจากคนรุ่นพ่อแม่
แมคโดนัลด์ บอกว่า มองเห็นโอกาสทางธุรกิจในตลาดเวียดนาม เพราะรายได้เฉลี่ยของคนในประเทศเพิ่มขึ้น ประกอบกับรสนิยมการกินของชาวเวียดนามเริ่มเปลี่ยนไปด้วย
อีกเหตุผลลึกๆ ที่ทำให้แมคฯ มั่นใจมากขึ้น คือ การมีหุ้นส่วนธุรกิจอย่าง “เฮนรี เหงียน” ลูกเขยของนายกรัฐมนตรีเหงียน ตัน ดุง ที่เคยทำงานในร้านแมคโดนัลด์เมื่อครั้งครอบครัวอพยพไปอยู่ที่สหรัฐ
แต่ใช่ว่าตลาดนี้จะโรยด้วยกลีบกุหลาบ เพราะราคาอาหารของแมคฯ ยังถือว่าค่อนข้างแพงสำหรับคนเวียดนามส่วนใหญ่ และคนเวียดนามยังชื่นชอบอาหารท้องถิ่น
อุปสรรคอีกเรื่องหนึ่งสำหรับเชนฟาสต์ฟู้ดแทบทุกแบรนด์ในเวียดนาม คือ การเดินทางที่ยากลำบากในเมือง ซึ่งเต็มไปด้วยรถมอเตอร์ไซค์ รถยนต์ และจักรยานที่แออัดบนท้องถนน ขณะเดียวกันก็ไม่มีระบบขนส่งมวลชนที่รองรับการเดินทางให้สะดวกขึ้น
เพราะคงไม่มีใครต้องการเดินทางไกลๆ หรือใช้เวลานานๆ บนถนนที่การจราจรติดขัดและเต็มไปด้วยควันพิษ เพียงเพื่อจะออกไปกินอาหารกลางวันในร้านฟาสต์ฟู้ด ลูกค้าหลักๆ น่าจะอยู่ใกล้ๆร้านมากกว่า







