
ชูโมเดลกิจการเพื่อสังคมดูแลคนพิการรับประชาคม
ทั่วทั้งอาเซียนยังคงมีประชากรคนพิการอยู่จำนวนมาก และยังไม่ได้รับการดูแลหรือใส่ใจจากสังคมเท่าที่ควร การช่วยเหลือให้ผู้พิการมีงานทำ
โดย...ตะวัน หวังเจริญวงศ์
ทั่วทั้งอาเซียนยังคงมีประชากรคนพิการอยู่จำนวนมาก และยังไม่ได้รับการดูแลหรือใส่ใจจากสังคมเท่าที่ควร การช่วยเหลือให้ผู้พิการมีงานทำ จึงเป็นเรื่องที่ภาครัฐต้องผลักดัน พร้อมให้ภาคเอกชนช่วยขับเคลื่อน
สกุลทิพย์ กีรติพันธวงศ์ กรรมการผู้จัดการ บริษัท กิจการเพื่อสังคมไนส์คอร์ปอเรชั่น (ไนส์คอร์ป) เล่าว่า จากการประชุมเจ้าหน้าที่อาวุโสด้านสวัสดิการสังคมและการพัฒนา (SOMSWD) ภายใต้การดำเนินงานของประชาคมสังคมและวัฒนธรรม (เอเอสซีซี) ได้กำหนด “ทศวรรษผู้พิการ” ขึ้น และต้องใช้กลไกหลายส่วนประกอบกัน กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ (พม.) จึงได้ผลักดันการนำกิจการเพื่อสังคม (Social Enterprise : SE) มาเป็นกลไกระดับอาเซียน
ไนส์คอร์ป ในฐานะหน่วยงานที่ร่วมมือกับ พม.อยู่แล้วเพื่อสนับสนุนกิจการเพื่อสังคมในภาคเอกชน จึงได้มีผู้บริหารเข้าไปนั่งในคณะกรรมการสร้างเสริมกิจการเพื่อสังคมแห่งชาติ และร่างแผนแม่บทที่เกี่ยวข้องเพื่อช่วยผู้พิการใน 3 ประเด็น 1.สร้างความตระหนักรู้เรื่องการนำกิจการเพื่อสังคมมาช่วยเหลือผู้พิการ 2.สร้างกำลังการผลิตผู้พิการและกิจการเพื่อสังคมที่มีศักยภาพ 3.สนับสนุนให้เกิดกองทุนกิจการเพื่อสังคม
“หลายประเทศในอาเซียนยังมีความตระหนักรู้เรื่องกิจการเพื่อสังคม โดยเฉพาะที่เกี่ยวข้องกับคนพิการค่อนข้างน้อย ยิ่งเทียบกับยุโรปและญี่ปุ่นถือว่าน้อยมาก”
ปัญหาเดียวกันที่เกิดขึ้นในหลายประเทศ คือไม่สามารถนำผู้พิการเข้าสู่ตลาดแรงงานปกติได้ จึงต้องมีกลไกช่วยเหลือตัวเอง คือสร้างผู้ประกอบการขึ้นมาช่วยเหลือและจ้างงานคนพิการโดยตรง พอมีคำว่ากิจการเพื่อสังคม ก็ทำให้ทุกอย่างเป็นรูปธรรม
อีกปัญหาหนึ่งคือ การขาดแคลนหน่วยงานที่จะทำให้ผู้พิการมีศักยภาพพร้อมเข้าสู่ตลาดแรงงาน แต่ละประเทศต้องกลับไปจัดตั้งกลไกหรือระบบพัฒนาศักยภาพผู้พิการ เพราะหากผู้พิการมีศักยภาพพร้อม ก็จะป้อนเข้าสู่ตลาดแรงงานได้ง่ายขึ้น
สำหรับไทยกำลังอยู่ระหว่างหารือร่วมกับกรมพัฒนาฝีมือแรงงาน (กพร.) เพื่อให้เพิ่มหน่วยสำหรับพัฒนาแรงงานผู้พิการโดยเฉพาะในพื้นที่ต่างๆ ทั่วประเทศ เนื่องจากผู้พิการส่วนใหญ่ไม่ได้อาศัยอยู่ในชุมชนเมือง แต่อยู่ในชุมชนชนบท
“ตัวอย่างที่ทำสำเร็จแล้วชัดเจนคือญี่ปุ่น ปัจจุบันญี่ปุ่นมีศูนย์ฝึกผู้พิการทั่วประเทศ 35 แห่ง และมีโรงเรียนอีก 11 แห่ง พอฝึกเสร็จแล้วก็มีกลไกต่อเนื่องเพื่อให้ผู้พิการเหล่านั้นได้มีงานทำในบริษัทหรือกิจการเพื่อสังคมจริงๆ ช่วยให้รัฐประหยัดเงินได้ 10.5 ล้านเยน เมื่อเทียบกับเงินที่ต้องจ่ายให้ผู้พิการที่ไม่ได้รับการจ้างงาน”
นอกจากนี้ ภาครัฐของญี่ปุ่นยังมีค่าใช้จ่ายในการพัฒนาผู้พิการมากกว่าเอกชนถึง 6 เท่า หากเกิดกิจการเพื่อสังคมขึ้นมาในภาคเอกชนของอาเซียน จะช่วยให้รัฐของแต่ละประเทศมีค่าใช้จ่ายลดลงไปมาก
เบื้องต้นไนส์คอร์ปได้พยายามผลักดันให้เกิด “โมเดล” กิจการเพื่อสังคมในไทยและอาเซียน เพื่อช่วย “เขย่าวงการ” ให้มีความตระหนักและเกิดตลาดคนใส่ใจผู้พิการมากขึ้น โดยขณะนี้ได้ร่วมมือกับเครือเซ็นทรัลเรื่องการจ้างงานผู้พิการ เมื่อเซ็นทรัล ยักษ์ใหญ่ธุรกิจค้าปลีกของไทยหันมาทำกิจการเพื่อสังคม ก็จะช่วยเขย่าวงการค้าปลีกให้หันมาสนใจในเรื่องนี้ด้วย
ด้าน แอนดรูว์ ครอฟท์ ผู้บริหารระดับสูง แคนโซเชียล เอ็นเตอร์ไพรส์ สหราชอาณาจักร เล่าว่า ในสหราชอาณาจักรเองมีโมเดลการช่วยเหลือผู้พิการด้วยกิจการเพื่อสังคมหลายแบบ เช่น มีธุรกิจบริษัทรถทัวร์รายหนึ่ง ทำกิจการเพื่อสังคมโดยจ้างผู้อพยพชาติอื่นที่มาอาศัยอยู่ในสหราชอาณาจักรเป็นพนักงานขับรถ เมื่อมีรายได้และกำไรแล้วก็นำไปพัฒนาบริษัทต่อ พร้อมทั้งลงทุนด้านอื่น ด้วยการสนับสนุนและช่วยเหลือผู้โดยสารที่เป็นผู้พิการ
กิจการเพื่อสังคมยังสามารถเคลื่อนไหวได้ตามกระแสทุนนิยม เพียงแต่มีความมุ่งหวังในการสร้างความเปลี่ยนแปลงสังคมและสิ่งแวดล้อม ไม่ได้เอากำไรมาแบ่งผู้ถือหุ้น แต่เอากำไรมาเพื่อพัฒนาธุรกิจและช่วยเหลือสังคมต่อไป เปรียบเสมือนการต่อยอดทุนนิยมที่มีอยู่แล้วให้มีคุณค่ามากขึ้น
“กิจการเบเกอรีรายหนึ่งมีสโลแกนเลยว่า เราไม่ได้จ้างคนเพื่อขายบราวนี่ แต่เราขายบราวนี่เพื่อจ้างคน”







