
ทรีต ดรีมส์ ไอศกรีม"สานฝัน"ไม่มีคำว่าสาย
โดย...ลภัสรดา ภูศรี
โดย...ลภัสรดา ภูศรี
นับเป็นการตอกย้ำให้เห็นแล้วว่า “ไม่มีคำว่าสายเกินไปสำหรับการเริ่มต้นสร้างธุรกิจเป็นของตัวเอง”
พิสูจน์ได้จากกรณีของ สกอตต์ โมโลนีย์ ชาวรัฐมิชิแกนของสหรัฐ ที่ทำงานนั่งโต๊ะเป็นนายธนาคารปล่อยสินเชื่อมานานกว่า 18 ปี ก่อนตัดสินใจทิ้งอนาคตด้านการเงินไว้เบื้องหลังและมาเปิดธุรกิจร้านไอศกรีมเล็กๆ ภายใต้ชื่อ “ทรีต ดรีมส์” เมื่อปี 2553
“ผมเป็นเจ้าของธุรกิจมือใหม่ที่ไม่มีประสบการณ์ใดๆ และกำลังถลำลึกเข้าไปทำธุรกิจที่มีคู่แข่งเยอะและเสี่ยงล้มเหลวสูงมาก ซึ่งผมเชื่อว่าหากผมยังเป็นนายธนาคารอยู่ ผมคงไม่อนุมัติสินเชื่อให้กับตัวเองมาทำธุรกิจนี้แน่นอน” โมโลนีย์ เล่าย้อนอดีตถึงจุดเริ่มต้น หลังได้รับแรงบันดาลใจในการเปิดธุรกิจไอศกรีมมาจากการเห็นความสำเร็จของร้านไอศกรีมเจ้าประจำใกล้บ้าน ซึ่งมักเนืองแน่นไปด้วยลูกค้าที่มีรอยยิ้มกลับบ้านไปด้วยเสมอ
เมื่อรู้ถึงความต้องการสร้างธุรกิจที่มอบความสุขให้กับผู้คนเช่นนั้นบ้าง โมโลนีย์ และภรรยา จึงจับมือกันสร้างอาณาจักรไอศกรีมไปด้วยกันในทันที
เพราะรู้ว่าการขอสินเชื่อจากธนาคารเป็นเรื่องที่ยุ่งยากและต้องใช้เวลานาน ทั้งสองสามีภรรยาจึงตัดสินใจทุ่มเงินเก็บที่มีอยู่ราว 1.5 แสนเหรียญสหรัฐ (โดยไม่แตะเงินเก็บเพื่อเกษียณอายุ) บวกกับวงเงินในบัตรเครดิตราว 5 หมื่นเหรียญสหรัฐ มาใช้เป็นทุนตั้งต้นในการเรียนรู้วิธีการทำไอศกรีม ซื้ออุปกรณ์และส่วนผสมในการทำไอศกรีม ตลอดจนถึงเป็นค่าเช่าตึกในย่านที่มีผู้คนพลุกพล่าน
ในช่วงการเปิดร้าน 18 เดือนแรก โมโลนีย์ต้องใช้เงินเดือนของภรรยาเป็นทุนในการใช้จ่ายภายในร้านในแต่ละเดือน จนกระทั่งเมื่อกลางปี 2554 ธุรกิจเริ่มเป็นที่รู้จักมากขึ้นและเริ่มทำกำไรได้ จนในที่สุดโมโลนีย์สามารถจ่ายเงินเดือนให้กับตัวเองได้เป็นครั้งแรกที่ราว 1,500 เหรียญสหรัฐ และมีเงินก้อนสำหรับค่าใช้จ่ายต่างๆ โดยไม่ต้องพึ่งเงินเดือนภรรยาอีกต่อไป
จุดขายสำคัญที่ผลักดันให้ ทรีต ดรีมส์ กลายเป็นที่รู้จักอย่างรวดเร็ว คงต้องยกให้กับสารพัดรสชาติไอศกรีมที่ไม่ซ้ำใคร ไล่ตั้งแต่รสชาติหวานๆ อย่างคุกกี้ช็อกโกแลตชิป หรือน้ำผึ้งลาเวนเดอร์ ไปจนถึง รสชาติแปลกสุดขั้ว อย่างรสคาราเมลเคลือบเกลือ พริกหวานสไตล์เม็กซิกันผสมซินนามอน เบคอนเคลือบช็อกโกแลต แฮมน้ำตาลทรายแดง หรือแม้แต่รสชาติสำหรับผู้ใหญ่อย่าง เบอร์เบิน ซึ่งโมโลนีย์เป็นผู้คิดค้นและทดลองนำส่วนผสมต่างๆ ที่ไม่น่าจะมาอยู่ในไอศกรีมมามิกซ์รวมกันด้วยตัวเอง
“คนมักเรียกผมว่านักวิทยาศาสตร์สติเฟื่องแห่งวงการไอศกรีม เพราะผมคิดค้นสูตรไอศกรีมที่มีแต่คนคาดไม่ถึง ซึ่งผมว่าข้อแตกต่างนี้เองทำให้ ทรีต ดรีมส์ กลายเป็นที่รู้จักและถูกบอกต่อกันอย่างรวดเร็วไม่น่าเชื่อ” โมโลนีย์ ระบุ พร้อมเปิดเผยอีกว่า แม้ธุรกิจจะประสบความสำเร็จระดับหนึ่งแล้ว ทว่าเจ้าตัวจะยังเดินหน้าคิดค้นรสชาติไอศกรีมสูตรแปลกๆ ใหม่ๆ ต่อไป และเปิดตัวให้ลูกค้าชิมรสชาติใหม่ทุกๆ วันอาทิตย์ เพื่อดึงดูดให้ลูกค้าติดตามความเคลื่อนไหวของร้านอย่างต่อเนื่อง
นอกเหนือจากการพัฒนารสชาติไอศกรีมให้น่าสนใจอย่างไม่หยุดยั้งแล้ว โมโลนีย์ยังออกไอเดียต่อยอดธุรกิจไปพร้อมๆ กัน โดยเมื่อปี 2555 เจ้าตัวได้ทดลองเปิดตัว “ร้านทรีต ดรีมส์ เคลื่อนที่” ไปตามงานรื่นเริงต่างๆ ควบคู่กับการขยายเครือข่ายส่งไอศกรีมไปยังร้านค้าปลีกต่างๆ จากในปัจจุบันที่ราว 13 แห่ง ซึ่งสามารถสร้างรายได้สูงถึง 3.4 แสนเหรียญสหรัฐ และในปี 2557 โมโลนีย์และภรรยาคาดว่าผลประกอบการจะพุ่งขึ้นแตะ 5 แสนเหรียญสหรัฐทีเดียว
“แม้ตัวเลขรายได้ในปัจจุบันทำให้ผมมีความสุข แต่การยื่นไอศกรีมโคนให้กับเด็กๆ และได้เห็นรอยยิ้มของพวกเขาในทุกๆ วันนั้น ทำให้ผมชื่นใจและมีพลังใจในการขับเคลื่อนธุรกิจต่อไปอย่างที่เงินก็ให้ไม่ได้” โมโลนีย์ กล่าวทิ้งท้าย







