
ตลาด Nostalgia
องค์กรที่มีอายุ 130 ปี อย่างไปรษณีย์ไทยย่อมมีอดีตที่น่าสนใจอยู่มาก อย่างหนึ่งคือดวงตราไปรษณียากรหรือแสตมป์
องค์กรที่มีอายุ 130 ปี อย่างไปรษณีย์ไทยย่อมมีอดีตที่น่าสนใจอยู่มาก อย่างหนึ่งคือดวงตราไปรษณียากรหรือแสตมป์
ปัจจุบันนี้มีคน 2 กลุ่มที่เก็บสะสมแสตมป์ กลุ่มแรกคือเก็บเพื่อลงทุน เมื่อถึงเวลาเหมาะสมก็จะขายทำกำไร อีกกลุ่มหนึ่งคือเก็บด้วยใจรักและไว้เพื่อศึกษา
แสตมป์ที่ระลึกที่ออกในวาระต่างๆ ในหลายประเทศจะไม่พิมพ์เพิ่มเด็ดขาด แล้วยังกำหนดเวลาสิ้นสุดการจำหน่ายด้วย เช่น ที่อเมริกาเมื่อออกแสตมป์ที่ระลึกสำหรับ 1984 LA Olympics เมื่อจำหน่ายถึงวันที่กำหนด ก็จะเก็บแสตมป์ที่เหลือไปทำลาย
แสตมป์ที่ระลึกจึงมีราคาเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ ตามกาลเวลา
สำหรับบริษัท ไปรษณีย์ไทย ขณะนี้มีรายได้จากการขายแสตมป์เพื่อการสะสม 500 ล้านบาท จากรายได้ทั้งหมด 18,000 ล้านบาท การไปรษณีย์ทุกประเทศถือว่าการออกแสตมป์คือการทำหลักฐานทางประวัติศาสตร์ และยังเป็นหน้าตาหรือเป็นภาพลักษณ์ของประเทศอีกด้วย
ในทางจิตวิทยา เมื่อเวลาผ่านไป คนกลุ่มหนึ่งจะอาลัยอาวรณ์และโหยหาอดีตที่เคยเห็นเคยสัมผัส
นักศึกษาแพทย์ชื่อ Johannes Hofer ใช้ศัพท์เรียกสภาพความรู้สึกคนประเภทนั้นว่า Nostalgia ต่อมาก็เกิดการตลาดประเภท Commercializing Nostalgia ขึ้นมา และเป็นอีกตลาดที่ทำเงิน
เคยไหมคะที่วันดีคืนดีท่านอยากดูหนัง Charlie Chaplin หรืออยากฟังเพลง “ขวัญเรียม” การลงทุนทำ Asiatique : The Riverfront ที่ริมแม่น้ำเจ้าพระยา และพวกที่ประมูลของเก่าราคาเป็นร้อยล้านพันล้านดอลลาร์คือพวกอยู่ในตลาด Nostalgia ทั้งนั้นค่ะ
ตลาด Nostalgia เป็นตลาดที่ลูกค้าโหยหาอดีต เป็นตลาดที่ซ่อนๆ เงียบๆ ลูกค้าบางคนอาจหัวเราะหรือร้องไห้คนเดียว มีความสุขตามลำพัง คนเล่นแสตมป์ก็อยู่ในตลาดนี้แหละค่ะ ถ้าแสตมป์ในชุดขาดไปสักดวง คนพวกนี้จะจากโลกไปอย่างไม่มีความสุข...
คุณสามีผู้เขียนเขาชอบค้นหาหลักฐานทางประวัติศาสตร์ เขาไปเห็นแสตมป์โสฬสซึ่งเป็นแสตมป์ดวงแรกของสยาม แผ่นปรู๊ฟเต็มแผ่นอยู่ที่ British Museum แล้วเกิดติดใจ อยู่มาวันหนึ่งเขาแอบไปประมูลซองจดหมายเก่าซองหนึ่งมาจากอังกฤษ
ผู้เขียนไม่รู้หรอกค่ะว่าซองจดหมายที่เขาประมูลมาได้ในราคา 100 ปอนด์นั้นมีความหมายอะไรนักหนา เห็นเขาอ่านหนังสือดึกดื่นอยู่หลายคืน อยู่มาวันหนึ่งเขาอธิบายว่า... ซองจดหมายนั้นเป็นของ Bank de L'Indochine สาขากรุงเทพฯ ส่งไปยัง Bank de L'Indochine ที่ฮานอย
จากตราประทับบอกว่าเป็นซองจดหมายที่ส่งออกจากสยามในสมัยรัชกาลที่ 7 หลังเปลี่ยนแปลงการปกครอง 4 ปี โดยส่งในเดือน ก.ค. 1936 (77 ปีมาแล้ว) เดินทางออกจากรุงเทพฯ ไปยังสิงคโปร์ แล้วเดินทางจากสิงคโปร์ไปยังไซง่อน จากไซง่อนเดินทางต่อไปยังฮานอย
เนื่องจากการประทับตราวันที่ส่งจากกรุงเทพฯ ไม่ชัด แต่หลังจากที่เขาคำนวณวันเดินทางในช่วงอื่นประกอบแล้วจดหมายนี้ใช้เวลาในการจัดส่งประมาณ 20 วัน
เขาค้นต่อไปทำให้รู้ว่า Bank de L'Indochine คือ ธนาคารของฝรั่งเศสที่มาเปิดในอินโดจีนเพื่อดูแลธุรกรรมและผลประโยชน์ฝรั่งเศส รวมทั้งการจัดพิมพ์ธนบัตรใช้ในเวียดนามซึ่งเป็นเมืองขึ้นของฝรั่งเศสขณะนั้น และมากกว่านั้นธนาคารแห่งนี้ยังดูแลจัดการเรื่องทรัพย์สินจากการที่ฝรั่งเศสเข้ายึดครองเวียดนามด้วย
น่าจะมีเอกสารสำคัญในจดหมายฉบับนี้เป็นอย่างยิ่ง เพราะได้ลงทะเบียนและตีครั่งไว้ 5 ตำแหน่ง แม้จะส่งทางไปรษณีย์สยามแต่ก็น่าจะจัดการส่งโดยงานไปรษณีย์ของอังกฤษ เพราะที่หน้าซองได้เขียนค่าลงทะเบียนและจ่ายค่าประกันที่หน้าซองไว้ 12 ปอนด์สเตอร์ลิง...ฯลฯ
โอ...พระเจ้า ซองจดหมายซองเดียวกลายเป็นเรื่องเป็นราวยาวยืดเชียวหรือคะ
นี่แหละค่ะคือตัวอย่างลูกค้าที่อยู่ในตลาด Nostalgia จ่ายเงินไปเยอะแยะ ได้ซองจดหมายเก่ามาซองหนึ่ง ได้เรื่องแค่นี้ก็มีความสุขแล้วค่ะ







