
‘ฮั่วเซ่งเฮง’ลงขันร่วมทุนบล.สินเอเซีย
บิ๊กฮั่วเซ่งเฮง จับมือ “ประสิทธิ์ ศรีสุวรรณ” ลงขันร่วมทุน บล.สินเอเซีย บริหารความเสี่ยงทองขาลง
บิ๊กฮั่วเซ่งเฮง จับมือ “ประสิทธิ์ ศรีสุวรรณ” ลงขันร่วมทุน บล.สินเอเซีย บริหารความเสี่ยงทองขาลง
แหล่งข่าวจากวงการค้าทองคำ เปิดเผยว่า ผู้ประกอบการค้าทองคำ และบริษัทนายหน้าซื้อขายสัญญาซื้อขายล่วงหน้าอ้างอิงราคาทองคำ (โกลด์ฟิวเจอร์ส) ได้รับผลกระทบจากราคาทองคำอยู่ในทิศทางขาลงตั้งแต่ต้นปี ทำให้ผู้ประกอบการต้องบริหารความเสี่ยงในธุรกิจมากขึ้น และเริ่มมองหาพันธมิตรที่มีผลิตภัณฑ์หลากหลาย เพิ่มทางเลือกให้ลูกค้าที่ลงทุนในทองคำ หรือโกลด์ฟิวเจอร์ส ได้มีทางเลือกในการลงทุนมากขึ้น ทั้งการลงทุนในหุ้น ตราสารอนุพันธ์
แหล่งข่าวเปิดเผยว่า นายธนรัชต์ พสวงศ์ กรรมการผู้จัดการบริษัท ฮั่วเซ่งเฮง โกลด์ ฟิวเจอร์ส เตรียมร่วมลงทุนในธุรกิจค้าหลักทรัพย์ในนามส่วนตัวกับนายประสิทธิ์ ศรีสุวรรณ ที่อยู่ระหว่างเจรจาซื้อบริษัทหลักทรัพย์ (บล.) สินเอเซีย และคาดว่าจะสรุปผลการเจรจาซื้อเร็วๆ นี้
ทั้งนี้ นายธนรัชต์จะเข้าถือหุ้นเป็นหนึ่งในผู้ถือหุ้นรายใหญ่ แต่ไม่เข้าร่วมบริหาร รวมทั้งให้ บล.สินเอเซีย ดูแลบัญชีการลงทุน (พอร์ต) ส่วนตัวด้วย เนื่องจากนายธนรัชต์มีความสนใจลงทุนในหุ้นและผลิตภัณฑ์อื่นๆ อยู่แล้ว
“เชื่อว่าอนาคตฮั่วเซ่งเฮงจะเป็นพันธมิตรทางธุรกิจกับ บล.สินเอเซีย ได้ ประโยชน์ที่จะได้คือ กรณีที่ธุรกิจทองอยู่ในช่วงขาลง ลูกค้าที่ลงทุนในทองของฮั่วเซ่งเฮงก็สามารถเข้าไปลงทุนในหุ้นได้ ทำให้ฮั่วเซ่งเฮงเป็นโบรกเกอร์ที่มีความพร้อมในการบริการให้ลูกค้าได้ครบทั้งสามประเภท คือ หุ้น สัญญาซื้อขายล่วงหน้า และทองคำ” แหล่งข่าวเปิดเผย
แหล่งข่าวจากกลุ่มผู้ซื้อ บล.สินเอเซีย เปิดเผยว่า นายประสิทธิ์เป็นเพื่อนร่วมรุ่นเรียนวิทยาลัยตลาดทุน (วตท.) รุ่น 16 กับนายธนรัชต์ จึงได้ชักชวนเข้าร่วมลงทุนใน บล.สินเอเซีย เนื่องจากเห็นว่าสามารถทำธุรกิจร่วมกันได้ และนายธนรัชต์เชื่อฝีมือการบริหารงานของนายประสิทธิ์ ที่ผ่านมาประสบความสำเร็จ เป็นนักการเงินที่มีความเข้มงวดในการบริหารความเสี่ยง
ปัจจุบันนายประสิทธิ์ดำรงตำแหน่งประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัทหลักทรัพย์คันทรี่ กรุ๊ป (CGS) โดยมีกำลังหลักในการขยายฐานลูกค้าและเพิ่มส่วนแบ่งการตลาด (มาร์เก็ตแชร์) จนทำให้บริษัทมีกำไรก้าวกระโดดจนสามารถกลับมาจ่ายเงินปันผลให้กับผู้ถือหุ้นได้ ทั้งนี้ ในไตรมาสแรกปีนี้บริษัทมีกำไรสุทธิ 263 ล้านบาท พุ่งขึ้นถึง 286% เมื่อเปรียบเทียบกับช่วงเดียวกันปีก่อนที่มีกำไรสุทธิเพียง 68 ล้านบาท







