posttoday
แลนด์-เอพี หันชูจุดขายนวัตกรรมบ้านอยู่สบาย

แลนด์-เอพี หันชูจุดขายนวัตกรรมบ้านอยู่สบาย

23 กรกฎาคม 2556

การแข่งขันตลาดที่อยู่อาศัยแนวราบ นอกจากจะแข่งขันทางด้านทำเล การออกแบบ คุณภาพของวัสดุก่อสร้างที่ใช้แล้ว คุณภาพชีวิตถือว่าเป็นจุดขายสำคัญที่ผู้ประกอบการให้ความสำคัญกับลูกค้าที่ซื้อบ้าน โดยเฉพาะลูกค้าระดับกลางบนที่มีกำลังซื้อสูง นวัตกรรมหรือความสะดวกสบายจึงเป็นรายละเอียดที่ใส่ลงไป เพื่อสร้างมูลค่าเพิ่มในตัวบ้าน

การแข่งขันตลาดที่อยู่อาศัยแนวราบ นอกจากจะแข่งขันทางด้านทำเล การออกแบบ คุณภาพของวัสดุก่อสร้างที่ใช้แล้ว คุณภาพชีวิตถือว่าเป็นจุดขายสำคัญที่ผู้ประกอบการให้ความสำคัญกับลูกค้าที่ซื้อบ้าน โดยเฉพาะลูกค้าระดับกลางบนที่มีกำลังซื้อสูง นวัตกรรมหรือความสะดวกสบายจึงเป็นรายละเอียดที่ใส่ลงไป เพื่อสร้างมูลค่าเพิ่มในตัวบ้าน

ชัยยุทธ ชินมหาวงศ์ ผู้จัดการฝ่ายพัฒนาธุรกิจ บริษัท แลนด์ แอนด์ เฮ้าส์ กล่าวว่า การพัฒนาที่อยู่อาศัยโดยเฉพาะโครงการแนวราบของบริษัท ต่อไปจะออกมาเป็นซีรีส์เหมือนกับการออกแบบรถยนต์ ที่จะมีการเพิ่มออปชันต่างๆ มาเป็นทางเลือกให้คุณภาพชีวิตดีขึ้น

ทั้งนี้ บริษัทได้ออกแบบบ้านภายใต้แนวคิดบ้านสบายมาตั้งแต่ปี 2542 ต่อเนื่องด้วยบ้านสบายสร้างเสร็จก่อนขาย โดยพัฒนาบ้านให้มีคุณภาพและทำการวิจัยเกี่ยวกับพฤติกรรมการใช้งานรวมไปถึงปัญหาที่เกิดขึ้น ล่าสุดจึงได้เปิดตัวเทคโนโลยี Airplus บ้านหายใจ ภายใต้แนวคิดเพื่อชีวิตที่ดีกว่า LH Smarth ซึ่งเป็นเทคโนโลยีการถ่ายเทอากาศภายในบ้านให้เกิดภาวะสบาย แม้ว่าบ้านจะถูกออกแบบให้อยู่ในสภาพแวดล้อมโครงการที่ดี แต่การนำเอาอากาศกลับมาใช้ใหม่เข้ามาในบ้าน

แนวคิดหลักดังกล่าว เริ่มจากการนำองค์ความรู้จากบ้านไทยในอดีตมาประยุกต์ใช้กับเทคโนโลยีบ้านในปัจจุบัน มีการใช้พลังงานสะอาด คือ ระบบโซลาร์เซลล์ผลิตไฟฟ้าเป็นหลัก ประกอบด้วย 1.สะดวกสบายด้วยระบบอัตโนมัติ 2.ถ่ายเทอากาศอย่างต่อเนื่อง3.ดูแลรักษาง่ายและอายุการใช้งานยาวนาน 4.ใช้พลังงานแสงอาทิตย์เป็นหลัก 5.เข้ากับวิถีชีวิตคนรุ่นใหม่ และ 6.ใช้ชีวิตอยู่ในสิ่งแวดล้อมที่ดี

มาตรฐานการระบายอากาศในต่างประเทศ มีข้อกำหนดในกฎหมายการออกแบบอาคารว่าต้องออกแบบให้มีการถ่ายเทอากาศออกสู่ภายนอก และนำอากาศใหม่เข้ามาให้ได้อย่างน้อยชั่วโมงละ 0.50 ของปริมาตรห้องนั้นๆ ในกรณีที่ห้องถูกปิดตลอดเวลา (เปิดเครื่องปรับอากาศก็คือการปิดห้องเอาไว้ตลอดเวลา)

สำหรับเมืองไทยมีกฎหมายกำหนดเอาไว้เช่นกัน แต่จะเน้นไปที่อาคารสาธารณะขนาดใหญ่ เช่น อาคารสำนักงาน ห้างสรรพสินค้า ซึ่งจากการศึกษาวิจัยข้อมูลเรื่องคุณภาพของอากาศในห้องนอน พบว่าห้องนอนที่มีผู้ใช้ 2 คนขึ้นไป ปริมาณของคาร์บอนไดออกไซด์จะสะสมเกินระดับ 1,200 ppm ซึ่งเกินจากมาตรฐาน Ashrae ซึ่งเป็นองค์กรเอกชนระหว่างประเทศ ที่มีจุดหมายในการพัฒนาระบบทำความร้อน ระบบระบายอากาศ ระบบปรับอากาศ และระบบทำความเย็น กำหนดไว้ว่าต้องไม่เกิน 1,000 ppm นั่นหมายความว่าคุณภาพอากาศในห้องนอนทั่วไปยังไม่ดีพอตามมาตรฐานสากล นอกจากนี้ยังมีความชื้นและกลิ่นอับเกิดขึ้นอยู่ตลอดเวลา เมื่อนำระบบ Airplus เข้ามาใช้อากาศใหม่จึงไหลเวียนอยู่เสมอ ลดก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์

บริษัทได้นำมาใช้กับโครงการบ้านมัณฑนาระดับราคาตั้งแต่ 616 ล้านบาท เน้นกลุ่มครอบครัว โดยภายใน 1 ปีครึ่ง มีแผนจะนำไปใช้กับที่อยู่อาศัยแนวราบทุกแบรนด์ ซึ่งระบบดังกล่าวคิดเป็นมูลค่าลงทุนเพียง 1% ของราคาบ้าน และในช่วงปลายปีบริษัทยังมีแผนจะเปิดตัว LH Smarth ซีรีส์ใหม่ต่อเนื่อง ซึ่งระบบดังกล่าวจะมาเป็นอีกหนึ่งจุดขายที่ทำให้ลูกค้าตัดสินใจเลือกซื้อ

ทางด้านค่ายเอพีหลังจากที่นำระบบก่อสร้างบ้านสำเร็จรูปแบบพรีแคส (Precast) มาใช้กับบ้านระดับกลางมาได้ระยะหนึ่งแล้ว ล่าสุดได้จับมือกับบริษัท เอสซีจี–เซกิซุย เซลส์ นำระบบเอสซีจี ไฮม์ เทคโนโลยี ซึ่งเป็นระบบบ้านสำเร็จรูปจากญี่ปุ่น เพื่อนำร่องกับการสร้างบ้านระดับไฮเอนด์ ในโครงการ The Palazzo พระราม 3–สุขสวัสดิ์ ราคาเริ่มต้น 28 ล้านบาท

วิทการ จันทวิมล รองกรรมการผู้อำนวยการ สายงานกลยุทธ์การตลาด บริษัท เอพี (ไทยแลนด์) กล่าวว่า การใช้ระบบสร้างบ้านแบบสำเร็จรูปเป็นแนวโน้ม หรือเทรนด์ที่ไม่ว่าจะเป็นบ้านระดับราคาเท่าไร ท้ายที่สุดก็จะเลี่ยงการพึ่งพิงระบบสำเร็จรูปไม่ได้ เพราะปัญหาแรงงานขาดแคลนจะรุนแรงต่อเนื่องถ้าไม่ปรับตัว มองหาเทคโนโลยีใหม่ๆ ในการก่อสร้าง ก็จะต้องเจอวิกฤตที่มากขึ้น

ขณะที่การใช้ระบบเอสซีจี ไฮม์ เทคโนโลยีกับบ้านระดับไฮเอนด์ ถือเป็นการสร้างการเรียนรู้เกี่ยวกับระบบบ้านสำเร็จรูปให้เป็นที่ยอมรับของตลาดบนหรือไม่นั้น เอพี มองว่า เป็นการเสนอทางเลือกใหม่ของนวัตกรรมที่อยู่อาศัย โดยคุณสมบัติของระบบเอสซีจี ไฮม์ เทคโนโลยี ก็มีจุดเด่นที่มีผลต่อต้นทุนที่สูงขึ้น ซึ่งเหมาะกับบ้านระดับไฮเอนด์

“ระบบดังกล่าวจะมีลักษณะคล้ายกับการห่อหุ้มบ้านไม่ให้มีฝุ่นเข้าสู่ตัวบ้าน สามารถอยู่ในบ้านได้โดยไม่ต้องเปิดหน้าต่างหรือเปิดแอร์ เพราะมีเทคโนโลยีที่ช่วยเรื่องการระบายอากาศภายในบ้านได้ มีระบบเชื่อมต่อบ้านได้แนบเนียบ ไร้ปัญหารั่วซึม ป้องกันเสียง ป้องกันแผ่นดินไหว ทำให้บ้านแข็งแรง”

จุดเด่นต่างๆ ของระบบเอสซีจี ไฮม์ เทคโนโลยี ทำให้ระบบบ้านสำเร็จรูปมีมูลค่าเพิ่มมากขึ้น ไม่ใช่แค่ระบบสร้างบ้านประหยัดต้นทุน ประหยัดเวลาเหมือนการรับรู้ของผู้บริโภคในอดีต แม้แต่ระบบพรีแคสเองก็มีการพัฒนาอย่างต่อเนื่อง จากเดิมที่ตอกตะปูไม่ได้ มีปัญหารั่วซึมบริเวณจุดเชื่อมต่อ ปัจจุบันผู้ผลิตเทคโนโลยีก็พัฒนาให้สามารถตอกตะปูได้ มีระบบเชื่อมต่อที่ดีขึ้น เป็นต้น

วิทการ กล่าวว่า จริงๆ แล้วระบบพรีแคสก็มีนวัตกรรม เพียงแต่มาเปิดตลาดแรกกับบ้านระดับล่าง จึงกลายเป็นเทคโนโลยีที่ติดภาพลักษณ์ของบ้านระดับล่าง ทั้งที่ระบบนี้ถ้าพัฒนาต่อเนื่อง ก็สามารถสร้างบ้านได้ทุกระบบเช่นกัน

ข่าวล่าสุด

MEA เตือนมิจฉาชีพปลอมบัตรพนักงาน หลอกคืนเงินมิเตอร์ดิจิทัล

MEA เตือนมิจฉาชีพปลอมบัตรพนักงาน หลอกคืนเงินมิเตอร์ดิจิทัล