posttoday
"ริเวอร์ซิตี้" ปรับโพสิชันจากศูนย์ศิลปวัตถุเป็นครบวงจร

"ริเวอร์ซิตี้" ปรับโพสิชันจากศูนย์ศิลปวัตถุเป็นครบวงจร

23 กรกฎาคม 2556

โดย...จะเรียม สำรวจ

โดย...จะเรียม สำรวจ

ศูนย์การค้าริเวอร์ ซิตี้ ถือเป็นศูนย์การค้าริมแม่น้ำเจ้าพระยาที่เก่าแก่อีกแห่งหนึ่งของกรุงเทพฯ เนื่องจากเปิดให้บริการมานานถึง 28 ปี ซึ่งตลอดระยะเวลาที่ผ่านมาได้มีการปรับปรุงตัวศูนย์การค้าให้เข้ากับยุคสมัยและความต้องการของกลุ่มเป้าหมายมาโดยตลอด ล่าสุดเมื่อ 7 ปีที่ผ่านมาได้มีการใช้งบสูงถึง 300 ล้านบาท ในการปรับปรุงครั้งใหญ่ทั้งภายในและภายนอกอาคาร เพื่อให้ศูนย์การค้ามีความทันสมัย

ดัลลัชวรรณ ฮั่วหมั่นกิจ ผู้จัดการฝ่ายการตลาด บริษัท เจ้าพระยาดีเวล๊อปเมนต์ คอร์ปอเรชั่น ผู้ดำเนินธุรกิจศูนย์การค้าริเวอร์ ซิตี้ กล่าวว่า การที่บริษัทต้องออกมาปรับภาพลักษณ์ศูนย์การค้าครั้งใหญ่ในช่วง 7 ปีที่ผ่านมา เพราะต้องการให้ลูกค้ามองศูนย์การค้าริเวอร์ ซิตี้ เป็นศูนย์การค้าที่ทันสมัยและมีความครบวงจรในการบริการไม่ว่าจะเป็นร้านอาหาร แฟชั่น บริการ การบริการท่องเที่ยว การเป็นสถานที่จัดงานเลี้ยงงานประชุมและงานสัมมนา

“เมื่อก่อนคนทั่วไปจะมองศูนย์การค้าของเราเป็นศูนย์การค้าด้านศิลปวัตถุ และการชมนิทรรศการ เนื่องจากร้านค้าที่อยู่ภายในศูนย์การค้าส่วนใหญ่จะเป็นร้านค้าศิลปวัตถุ แต่หลังจากที่เราได้มีการปรับปรุงศูนย์การค้าทั้งภายนอกและภายใน ให้มีความทันสมัย และเพิ่มร้านค้าใหม่ๆ เข้ามาให้บริการ ส่งผลให้มีลูกค้าคนไทยและต่างชาติดีขึ้น” ดัลลัชวรรณ กล่าว

ก่อนหน้านี้ ศูนย์การค้าริเวอร์ ซิตี้มีสัดส่วนกลุ่มลูกค้าคนไทยอยู่เพียง 10% เท่านั้น อีก 90% เป็นกลุ่มลูกค้าต่างชาติส่วนใหญ่เป็นกลุ่มลูกค้าจากกลุ่มประเทศยุโรป ซึ่งตั้งแต่หลังจากปรับปรุงศูนย์และเพิ่มบริการใหม่ ส่งผลให้สัดส่วนกลุ่มลูกค้าคนไทยปรับสัดส่วนขึ้นมาเป็น 20% สิ้นปีนี้คาดว่าจะเพิ่มเป็น 40%

“พฤติกรรมของคนกรุงเทพฯ เปลี่ยนไป คือ หันมานิยมพักผ่อนในสถานที่เงียบๆ ติดริมแม่น้ำ บรรยากาศสบายๆ มีร้านอาหารอร่อย ซึ่งศูนย์การค้าของเราสามารถตอบโจทย์ตรงนี้ได้ เพราะอยู่ในกรุงเทพฯ ไม่ต้องขับรถไปถึงพัทยา หัวหิน” ดัลลัชวรรณ กล่าวต่อ

ปีนี้ศูนย์การค้าริเวอร์ ซิตี้ได้ออกมาเพิ่มงบ 7-10% จากปีที่ผ่านมา เพื่อใช้ทำกิจกรรมการตลาดในปีนี้ โดยในส่วนของครึ่งปีหลังจะมีการจัดกิจกรรมใหญ่อีก 23 กิจกรรม เช่น งานริเวอร์ ซิตี้ อินเตอร์เนชันแนล ฟู้ด แอนด์ ดริ้งส์ เฟสท์ 2013 และงานริวเอร์ ซิตี้ อินเตอร์เนชันแนลมัม เพื่อสร้างแบรนด์ศูนย์การค้าริเวอร์ ซิตี้ให้เป็นที่รู้จัก

หลังจากออกมาทำกิจกรรมในรูปแบบต่างๆ ส่งผลให้ศูนย์การค้าริเวอร์ ซิตี้ ได้ผลการตอบรับที่ดีจากลูกค้าทั้งชาวไทยและต่างชาติ สังเกตได้จากจำนวนลูกค้าที่เข้ามาใช้บริการในช่วงโลว์ซีซันนี้ที่เริ่มตั้งแต่เดือน มิ.ย.ที่ผ่านมา มีลูกค้าเข้ามาใช้บริการเฉลี่ยต่อวัน 4.000-5,000 คน เท่ากับช่วงไฮซีซัน ซึ่งจะเริ่มตั้งแต่เดือน ส.ค.นี้เป็นต้นไป

“ช่วงนี้ถือเป็นช่วงโลว์ซีซัน แต่ปีนี้แปลก เพราะศูนย์การค้าของเรามีความคึกคักอย่างมากเหมือนกับช่วงไฮซีซัน ห้องจัดเลี้ยงตอนนี้ก็ถูกจองเต็มไปจนถึงเดือน ม.ค.ปีหน้าแล้ว จากแนวโน้มที่ดีดังกล่าวอาจเป็นเพราะว่าปีนี้เรามีการทำกิจกรรมมากขึ้นเฉลี่ยเดือนละ 2 ครั้ง จากเดิมจัดเดือนละ 1 ครั้ง จึงทำให้ลูกค้าคนไทยรู้จักเรามากขึ้น” ดัลลัชวรรณ กล่าว

จากจำนวนลูกค้าที่เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง ส่งผลให้ศูนย์การค้าริเวอร์ ซิตี้ต้องออกมาเร่งปรับปรุงอาคารจอดรถ โดยเฉพาะในด้านของความปลอดภัย เนื่องจากต้องการให้ลูกค้าที่เข้ามาใช้บริการได้รับความสะดวกและปลอดภัยมากที่สุด และในอนาคตก็มีแผนที่จะเพิ่มพื้นที่จอดรถจาก 3,000 คันเป็น 4,000 คัน

“ศูนย์การค้าใหม่ที่เกิดขึ้นเราไม่มองว่าเป็นคู่แข่ง แต่เรามองว่าเป็นพาร์ตเนอร์ที่ช่วยให้ธุรกิจศูนย์การค้าริมแม่น้ำเจ้าพระยากลับมามีความคึกคัก เพราะผู้ประกอบการแต่ละรายที่เข้ามาทำธุรกิจศูนย์การค้าริมแม่น้ำ แต่ละรายก็มีความน่าสนใจและมีจุดแข็งเป็นของตัวเอง ซึ่งของเราเองก็มีจุดแข็งในด้านของศิลปวัตถุ มีบริการให้ลูกค้านั่งชิลๆ” ดัลลัชวรรณ กล่าว

คงต้องติดตามว่า การปรับตำแหน่งทางธุรกิจหรือโพสิชันนิง ของศูนย์การค้าริเวอร์ ซิตี้ จากศูนย์การค้าศิลปวัตถุ มาเป็นศูนย์การค้าครบวงจรที่ชูจุดเด่นศูนย์อาหารในบรรยากาศริมแม่น้ำเจ้าพระยาครั้งนี้ จะเป็นตำแหน่งทางธุรกิจที่ดึงดูดลูกค้าได้มากน้อยแค่ไหน

ข่าวล่าสุด

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท