
เอไอเอไม่ยี่หระห้ามลงทุนหุ้นเกิน20%
ยักษ์ใหญ่เอไอเอมั่นใจ เกณฑ์ลงทุนใหม่ที่คุมลงทุนหุ้นปล่อยกู้ไม่ให้เกิน 20% ไม่กระทบกับบริษัทประกัน
ยักษ์ใหญ่เอไอเอมั่นใจ เกณฑ์ลงทุนใหม่ที่คุมลงทุนหุ้นปล่อยกู้ไม่ให้เกิน 20% ไม่กระทบกับบริษัทประกัน
นายสุขวัฒน์ ประเสริฐยิ่ง รองประธานเจ้าหน้าที่บริหารสายการลงทุน บริษัท เอไอเอ สาขาประเทศไทย เปิดเผยว่า เกณฑ์การลงทุนใหม่ที่สำนักงานคณะกรรมการกำกับและส่งเสริมการประกอบธุรกิจประกันภัย (คปภ.) ออกประกาศห้ามบริษัทประกันชีวิตลงทุนในหุ้นและปล่อยกู้รวมกันเกิน 20% ไม่ส่งผลกระทบต่อการลงทุนของบริษัทประกันชีวิต เพราะส่วนใหญ่ลงทุนในหุ้นอยู่ไม่ถึง 10%
ขณะที่บริษัทประกันที่ทำธุรกิจการปล่อยกู้ให้กับลูกค้าก็มีไม่มากนัก เพราะไม่ใช่ธุรกิจหลักของบริษัทประกันชีวิต
นอกจากนี้ หลักการลงทุนในตลาดหุ้นของบริษัทประกันส่วนใหญ่จะมีลักษณะกระจายการลงทุนหรือซื้อเฉลี่ยต้นทุน และกระจายระยะเวลาในการซื้อที่แน่นอน ไม่ตามราคาหุ้นและไม่ทุ่มซื้อจำนวนมากๆ เพื่อกระจายความเสี่ยง เพราะมองว่าเงินที่กำลังจะออกจากตลาดเกิดใหม่อาจจะยังมีอีก
“เงินลงทุนส่วนใหญ่ของบริษัทประกันชีวิต จะอยู่ที่พันธบัตรระยะยาว 20 ปีขึ้นไป เพราะอัตราดอกเบี้ยโลกอยู่ในระดับต่ำรวมถึงไทยก็ยังต่ำ โดยดอกเบี้ยพันธบัตรเมื่อ 2 สัปดาห์ก่อนลงไปอยู่ที่ประมาณ 3.6% แต่ตอนนี้เริ่มดีขึ้นมายืนเหนือ 4%”นายสุขวัฒน์ กล่าว
นายสุขวัฒน์ กล่าวว่า บริษัทประกันชีวิตต้องการพันธบัตรที่มีระยะยาวจำนวนมาก เห็นได้จากการเข้าประมูลพันธบัตรรัฐบาลอายุ 50 ปี วงเงินที่ออก 5,000 ล้านบาท อัตราดอกเบี้ย 4.7% เมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมา ปรากฏว่ามีสถาบันเข้าร่วมประมูลเป็นวงเงินมากถึง 1.5 หมื่นล้านบาท สูงกว่าจำนวนพันธบัตรที่ออกขายสะท้อนว่าความต้องการลงทุนมีมาก
ทั้งนี้ การที่ คปภ. มีการเพิ่มช่องลงทุนในพันธบัตรโครงการสาธารณูปโภคพื้นฐานขึ้นมาในเกณฑ์ใหม่ จะทำให้บริษัทประกันชีวิตมีช่องทางการลงทุนเพิ่มขึ้น แต่จะลงทุนหรือไม่ขึ้นอยู่กับผลตอบแทนที่จะได้รับ
สำหรับพอร์ตการลงทุนของบริษัท เอไอเอ สาขาประเทศไทย ในช่วง 4 เดือนแรกตามรายงานของ คปภ. มีเงินลงทุนรวมทั้งสิ้น 6.46 แสนล้านบาท แยกเป็นลงทุนในพันธบัตร 4.13 แสนล้านบาท คิดเป็น 63.94% ลงทุนในหุ้น 9.5 หมื่นล้านบาท สัดส่วน 14.71% ลงทุนในตั๋วสัญญาใช้เงินตั๋วแลกเงิน 5.7 หมื่นล้านบาท สัดส่วน 8.83% ลงทุนในหุ้นกู้และหุ้นกู้แปลงสภาพ 4.1 หมื่นล้านบาท สัดส่วน 6.36% ส่วนการลงทุนในหุ้นให้กู้ยืมที่มีสินจำนองเป็นประกันแค่ 846 ล้านบาท คิดเป็น 0.13% มีเงินลงทุนในอสังหาริมทรัพย์ 4,631.37 ล้านบาท คิดเป็นสัดส่วน 0.72%
ก่อนหน้านี้ ผู้บริหารบริษัท เอไอเอ ได้เสนอ คปภ. ขอให้เพิ่มสัดส่วนลงทุนในต่างประเทศได้มากขึ้น จากปัจจุบันอยู่ที่ 8% อาจเพิ่มเป็น 1520% เพื่อกระจายความเสี่ยงด้านการลงทุนออกไป จะได้ไม่กระจุกตัวอยู่แค่ในไทยเหมือนปัจจุบัน







