
ธพว.ทุ่ม3พันล.อุ้มเอสเอ็มอี
อัดฉีดปล่อยกู้สูงสุดรายละ1ล้านบาทดึงสสว.ช่วยจ่ายดอกเบี้ยให้ก่อน3%
อัดฉีดปล่อยกู้สูงสุดรายละ1ล้านบาทดึงสสว.ช่วยจ่ายดอกเบี้ยให้ก่อน3%
เอสเอ็มอีแบงก์ จับมือ สสว.บสย.ทุ่ม 3,000 ล้านบาท อุ้มรายย่อย ลดผลกระทบค่าแรง
นายมนูญรัตน์ เลิศโกมลสุข กรรมการผู้จัดการธนาคารพัฒนาวิสาหกิจขนาด กลางและขนาดย่อมแห่งประเทศไทย (ธพว.) เปิดเผยว่า ธนาคารเตรียมวงเงิน 3,000 ล้านบาท สำหรับปล่อยสินเชื่อช่วยผู้ประกอบการเอสเอ็มอีและผู้ประกอบการรายย่อยทั่วประเทศ โดยปล่อยสินเชื่อสูงสุด 1 ล้านบาทต่อราย และผ่อนจ่ายเฉพาะดอกเบี้ยนานถึง 1 ปี โดยใช้บรรษัทประกันสินเชื่ออุตสาหกรรมขนาดย่อม (บสย.) ค้ำประกัน หรือกรณีเพิ่มบุคคลหรือนิติบุคคลช่วยค้ำประกันด้วยจะได้อัตราดอกเบี้ยต่ำพิเศษ
ทั้งนี้ เอสเอ็มอีแบงก์ ร่วมกับ สำนักงานส่งเสริมวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม (สสว.) เพื่อช่วยบรรเทาผลกระทบจากการปรับขึ้นค่าจ้างแรงงาน 300 บาทต่อวัน โดย สสว.จะช่วยจ่ายชดเชยอัตราดอกเบี้ย 3% ในปีแรก โดยผู้ได้รับสิทธินั้นต้องเป็นผู้ประกอบการ 12 กลุ่มธุรกิจ อาทิ กลุ่มธุรกิจสิ่งทอและเครื่องนุ่งห่ม กลุ่มอาหารและเครื่องดื่ม เป็นต้น และต้องมีที่ตั้งสำนักงานใหญ่หรือสถานประกอบการ หรือโรงงานอยู่ในพื้นที่จังหวัดที่ได้รับผลกระทบ ในเขตภาคเหนือ ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ และภาคใต้ รวมทั้งสิ้น 51 จังหวัด
นายมนูญรัตน์ ระบุว่า สินเชื่อ Small SMEs เป็นสินเชื่อเพื่อช่วยเหลือผู้ประกอบการรายย่อยโดยเฉพาะ ขณะที่การออกมาตรการสินเชื่อพิเศษดังกล่าวจะช่วยแบ่งเบาภาระผู้ประกอบการที่ได้รับผลกระทบ ซึ่งธนาคารเปิดรับคำขอกู้ตั้งแต่บัดนี้เป็นต้นไป ถึงวันที่ 31 ธ.ค. 2556 หรือเมื่อหมดวงเงินสินเชื่อรวมของโครงการ
นายประสิทธิ์ วสุภัทร รองกรรมการผู้จัดการใหญ่ สายงานธุรกิจขนาดกลาง ธนาคารกรุงไทย กล่าวว่า ขณะนี้ธนาคารได้เร่งสาขาและสำนักงานธุรกิจพิจารณาให้สินเชื่อกับกลุ่มธุรกิจ 12 ประเภท ที่ได้รับผลกระทบจากค่าจ้างแรงงานในเขตภาคเหนือ ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ และภาคใต้ รวม 51 จังหวัดทั่วประเทศ ทั้งที่เป็นผู้ประกอบการขนาดกลางและขนาดย่อม (เอสเอ็มอี) รายเดิมของธนาคาร และผู้ประกอบการรายใหม่ที่ได้รับผลกระทบจากการปรับขึ้นค่าจ้าง 300 บาท
“มาตรการสนับสนุนดอกเบี้ยแก่ธุรกิจเอสเอ็มอี คาดว่าจะช่วยลดผลกระทบได้บางส่วนให้กับผู้ประกอบการที่ต้องใช้แรงงานจำนวนมากในการผลิต เช่น ธุรกิจสิ่งทอ เฟอร์นิเจอร์ และอัญมณีเครื่องประดับ” นายประสิทธิ์ กล่าว
นายประสิทธิ์ กล่าวอีกว่า ธนาคารยังมีสินเชื่อเพิ่มผลผลิตเอสเอ็มอีสำหรับพัฒนาและปรับกระบวนการผลิตให้มีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น สำหรับให้กู้เพื่อซื้อเครื่องจักรวงเงินสูงสุด 100% ของราคาซื้อขาย สูงสุด 20 ล้านบาท ผ่อนชำระภายใน 7 ปี อัตราดอกเบี้ยปีที่ 13 คิดดอกเบี้ยเงินกู้ลูกค้ารายใหญ่ชั้นดี (เอ็มแอลอาร์) ลบ 1% เพื่อแก้ไขปัญหาค่าจ้างแรงงานในระยะยาว
นอกจากนี้ การเปิดประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน (เออีซี) ในปี 2558 ความสามารถในการแข่งขันถือเป็นเรื่องที่มีความสำคัญอย่างยิ่ง ซึ่งภาครัฐต้องส่งเสริมศักยภาพในการผลิตสินค้าและบริการของผู้ประกอบการไทย รวมทั้งการลดต้นทุนทางการเงินและพลังงาน โดยผู้ประกอบการที่เข้าร่วมโครงการส่งเสริมวัสดุและอุปกรณ์เพื่อการอนุรักษ์พลังงาน และได้รับเงินให้เปล่าจากกรมพัฒนาพลังงานทดแทนและอนุรักษ์พลังงานในอัตรา 20% ของวงเงินลงทุนหรือสูงสุด 3 ล้านบาท
ทั้งนี้ เพื่อปรับเปลี่ยนเครื่องจักรและอุปกรณ์ในกิจการ ให้เกิดการประหยัดพลังงานนั้น สามารถขอสินเชื่อกรุงไทยประหยัดพลังงาน (KTB Green Loan) ซึ่งเป็นสินเชื่อดอกเบี้ยต่ำจากธนาคารกรุงไทยควบคู่ได้ด้วย







