posttoday
โอกาสผู้แพ้-คนไม่เก่ง

โอกาสผู้แพ้-คนไม่เก่ง

21 กรกฎาคม 2556

โดย...ภาววิทย์ กลิ่นประทุม ที่ปรึกษาการลงทุน บริษัทหลักทรัพย์ บัวหลวง จำกัด (มหาชน)

โดย...ภาววิทย์ กลิ่นประทุม ที่ปรึกษาการลงทุน บริษัทหลักทรัพย์ บัวหลวง จำกัด (มหาชน)

เรื่องนี้มันเป็นเรื่องเล่าของโอกาส มีคนถามผมว่าคุณแพ้ทมีโอกาสได้เข้าไปทำอะไรค่อนข้างเยอะในตลาดหุ้น ทำอย่างไรจึงหาโอกาสได้-ผมตอบไปว่า “ผมโชคดีเพราะผมไม่เก่ง” พอตอบแบบนี้หลายคนนึกว่าผมกวน แต่อยากจะบอกว่าผมพูดจริงๆ

ผมเล่าเรื่องนี้หลายครั้งแล้วว่า ก่อนที่เราจะค้นหาโอกาสอะไรที่สำคัญในชีวิต ขั้นแรกคุณต้องค้นหาให้เจอตัวเองก่อน เรื่องนี้แปลกมาก โดยเฉพาะผมได้มีโอกาสคุยกับคนรุ่นใหม่เยอะ จะรู้เลยว่าทุกคนต้องการความสำเร็จในชีวิตให้เร็วที่สุด ก็ใช่ซิ!! เพราะก่อนหน้าที่ผมจะมายืนที่จุดนี้ ผมเองก็เคยคิดว่าผมต้องรวยให้เร็วที่สุด

“การเริ่มด้วยโจทย์ที่ว่า ต้องรวยให้เร็วที่สุด” มันเป็นกับดักขั้นเทพที่ดึงเราสู่วิกฤตชีวิต จุดที่ผมผ่านมาคือผมขยายธุรกิจส่วนตัวเร็วมากเกินไป เรียกว่าอยากรวยเร็วจนทำอะไรเกินตัว ไม่ว่าจะเป็นการกู้หรือการเร่งขยายธุรกิจ ซึ่งผลลัพธ์ก็คือเจอวิกฤตที่หนักหน่วง จุดที่น่าสนใจมากสำหรับผมคือ จุดที่ผมแพ้-วันนี้บอกตามตรงว่า วันที่เรารู้ว่าธุรกิจที่เราสร้างมา มันไปต่อไม่ได้ ต้องเจ๊ง วันนั้นถือเป็นวันที่เสียศูนย์ ล้มทั้งยืน โดยเฉพาะในเรื่องของความมั่นใจในตัวเอง

ไอ้ความมั่นใจในตัวเองนี่แหละ หากคุณเสียมันไป ก็เท่ากับว่าคุณสูญเสียทุกอย่าง

ที่เล่ามาอยากจะบอกว่าเรื่องเลวร้ายทั้งหมด มันสร้างความทุกข์และคราบน้ำตา แต่สิ่งที่มันให้มากกว่านั้นคือ มันเป็นจุดที่ผมได้ทบทวนความผิดพลาดที่ผ่านมา จะบอกว่าโอกาสสุดยอดที่ผมเจอคือ ผมได้รู้ว่าจริงๆ ผมไม่เก่งอย่างที่ผมคิด และนั่นเปลี่ยนมุมมองการใช้ชีวิตของผมใหม่ทั้งหมด

เรื่องนี้ถ้าพูดในแง่ของตลาดหุ้น มันมีคำถามที่น่าสนใจมากๆ คือ “คุณรู้ไหมว่านักลงทุนและ Trader ที่ประสบความสำเร็จมาก มักจะมีช่วงจังหวะของชีวิตที่ล้มเหลวหนักๆ มากกว่าหนึ่งครั้ง” ...ครับ !! มากกว่าหนึ่งครั้ง แค่ฟังแค่นี้ก็จิตตกมหาศาลแล้ว เพราะการล้มเหลวจริงๆ ไม่ว่าจะเล็กหรือใหญ่ มันโหดร้ายทั้งนั้นเวลาเกิดขึ้นจริง เราไม่ตลก แต่พอเราผ่านจุดนั้นไปได้ มันก็จะกลายเป็นเรื่องเล่าสนุกๆ ถึงความรันทดของชีวิตในช่วงเวลานั้นๆ” ครับ นักลงทุนเก่งๆ เขาเจ๊ง เพราะเขาคิดว่าตัวเองเก่ง

“เจ๊ง!! เพราะคิดว่าตัวเองเก่ง” ถ้าใครเคยได้ยินคำพูด Classic ที่ว่า “คนเก่งน่ะ มันตายหมดแล้ว” อันนี้ผมขอ Confirm ว่าจริง เพราะเมื่อใดก็ตามที่เราคิดว่าเราเก่งเมื่อไหร่ หลังจากนั้นขาลงชีวิตก็จะตามมา เพราะเมื่อเราเก่งเราจะไม่ฟังใคร ดังนั้น หลังจากวันที่เราคิดว่าเราเก่งปั๊บ เราจะโง่ลงเรื่อยๆ สร้างปัญหามากขึ้นเรื่อยๆ และไม่พยายามค้นคว้าหาความรู้ คนเก่งเลยคู่กับคนโง่ คือวันไหนเราเก่งปั๊บ ความโง่ก็จะตามมาเยือนทันที

สิ่งสำคัญที่ผมได้เรียนรู้เวลาผิดพลาดก็คือ ผมได้รู้ว่า “ยิ่งให้ เรายิ่งได้” มันเป็น Concept ที่เข้ากับยุค Social Network และ Google ครองเมือง เพราะวันนี้ข้อมูลและความรู้ไม่ใช่ความได้เปรียบอีกต่อไป เพราะใครๆ ก็เก่ง ก็มีความรู้ แต่สิ่งที่คนส่วนใหญ่ยังมองไม่ออกก็คือ “การให้” จริงๆ เป็นอีกเครื่องมือที่สร้างการยอมรับจากคนอื่น – “ถ้าคนอื่นมองว่าเราเก่ง โอกาสก็จะตามมาทันที” ในมุมที่ผมให้ ผมเริ่มให้และแบ่งปันในเรื่องของ “ความรู้และแรงบันดาลใจ” ผ่าน Social Network ต่างๆ อย่าง Blog กระทู้ต่างๆ และสุดท้าย “การให้” นี่เองที่เปิดโอกาสให้ผมได้เข้ามาสู่แกนกลางของโลกการลงทุนในเมืองไทย ผมได้พบปะคนเก่งๆ มากมายที่ได้แลกเปลี่ยนความรู้กัน ผมได้รับ Offer ให้เข้ามาทำงานที่หลักทรัพย์บัวหลวง และทั้งหมดก็เกิดจากผมแบ่งปันความรู้ที่ผมมีแบบไม่มีกั๊กก็เท่านั้นเอง

เมื่อผมเข้าใจหลักการของความสำเร็จในยุคปัจจุบันว่าเริ่มจาก “การให้” การปรับใช้และต่อยอดจึงเกิดขึ้น โจทย์ความสำเร็จในยุดนี้จึงหนีไม่พ้นการพยายามหาคำตอบให้กับปัญหาของคนอื่น การคิดสร้างประโยชน์ให้แก่คนอื่น – ใช่!! มันฟังดูดีมาก หากผมจะบอกว่าใครก็ตามที่ทำงานที่สร้างประโยชน์ให้คนอื่นได้มากเท่าไหร่ คนคนนั้นก็จะรวยมหาศาลด้วยเช่นกัน เพราะยุคนี้การติดต่อสื่อสารเป็นเรื่องที่ต้นทุนต่ำมาก ความสำเร็จจึงเกิดจากการรู้จักนำเครื่องมือเหล่านี้มาลดต้นทุนในการติดต่อสื่อสาร รวมทั้งเอาเครื่องมือเหล่านี้มาต่อยอด สร้างประโยชน์ให้กับคนอื่น

ครับ!! ยุคแห่งการเปิดโอกาสให้คนรุ่นใหม่สามารถเปลี่ยนแปลงโลกและสังคมให้ดีขึ้นมันมาถึงแล้ว --- ศักยภาพของเราจากนี้ไปจึงไร้ขีดจำกัด หากเราอยากได้โอกาส เราก็ต้องแบ่งปันโอกาสหรือความรู้แก่คนอื่นก่อน หากเราอยากรวย เราก็ต้องแก้ปัญหาและสร้างประโยชน์ให้คนอื่นให้มากที่สุดด้วยต้นทุนที่ต่ำที่สุด – “โจทย์เปลี่ยน คนชนะ ต้องคิดแบบคนดี ที่ชนะทั้งตัวเองและคนอื่น” ...รวย!!

ข่าวล่าสุด

ThaiPBS ขาดทุนพันล้าน ค่าพิธีกร–แขก 3 ปี สูบภาษีบาป 300 ล้าน

ThaiPBS ขาดทุนพันล้าน ค่าพิธีกร–แขก 3 ปี สูบภาษีบาป 300 ล้าน