
ประกันความซื่อสัตว์ของลูกจ้าง สบายใจไม่หวั่นคนโกง
คนสมัยนี้ “รู้หน้า ไม่รู้ใจ” เห็นหน้าใสๆ แต่ใจร้าย ถ้าใครไม่โดนเข้ากับตัวไม่รู้หรอกว่า มัน “เจ็บ” แค่ไหนที่ถูก “ลูกจ้างโกง”
คนสมัยนี้ “รู้หน้า ไม่รู้ใจ” เห็นหน้าใสๆ แต่ใจร้าย ถ้าใครไม่โดนเข้ากับตัวไม่รู้หรอกว่า มัน “เจ็บ” แค่ไหนที่ถูก “ลูกจ้างโกง” ทั้งๆ ที่ยอมหน้าดำคร่ำเครียดพยายามทำทุกทางให้บริษัทมีกำไร แต่สุดท้ายต้องมาขาดทุน เพราะความไม่ซื่อสัตย์ของพนักงานเพียงไม่กี่คน
มันคงจะดีถ้ามีคนมาช่วยบรรเทาความเจ็บปวด มาช่วยชดเชยความเสียหายจากการถูกโกง
และแล้ว บริษัทประกันภัย ก็เป็น “ฮีโร่” โดดเข้ามาช่วยไว้ได้ทันเวลา ด้วย “ประกันภัยความซื่อสัตย์ของลูกจ้าง”
lคุ้มครองการโกง!
ประกันภัยความซื่อสัตย์ของลูกจ้าง คือ ประกันที่จะให้ความคุ้มครองนายจ้าง ในกรณีที่เกิดความเสียหายจากการฉ้อโกง ยักยอก หรือทุจริตของลูกจ้างในการปฏิบัติงานตามหน้าที่ (ที่ระบุไว้)
เพราะฉะนั้นเมื่อเราถูกลูกจ้างฉ้อโกง ยักยอก หรือทุจริต บริษัทประกันจะจ่ายเงินชดเชยให้เรา โดยที่เราไม่ต้องไปตามหาลูกจ้างใจคดด้วยตัวเอง
การทำประกัน เราจะต้องเลือกว่า จะให้คุ้มครองลูกจ้างกี่คน ซึ่งสามารถเลือกได้ว่า จะคุ้มครองลูกจ้างเพียงบางคน หรือจะคุ้มครองลูกจ้างทุกคนก็ได้ ในกรณีที่เลือกความคุ้มครองลูกจ้างเพียงบางคน ก็ยังเลือกได้อีกว่า จะระบุชื่อลูกจ้างที่จะคุ้มครอง (ระบุชื่อคนเดียว หรือเป็นกลุ่ม) หรือระบุตำแหน่งงานที่ต้องการให้คุ้มครอง ก็ได้
หลังจากนั้นก็กำหนดจำนวนเงินที่ต้องการให้คุ้มครอง หรือทุนประกัน สำหรับลูกจ้างแต่ละคนที่เราต้องการคุ้มครอง โดยจะพิจารณาจากมูลค่า หรือจำนวนเงิน ที่ลูกจ้างมีหน้าที่รับผิดชอบในแต่ละครั้ง ซึ่งลูกจ้างแต่ละคนอาจจะมีความรับผิดชอบที่แตกต่างกัน
ถ้าต้องการความคุ้มครองสูง ก็ต้องจ่ายเบี้ยประกันสูงขึ้นตามไปด้วย ซึ่งโดยทั่วไปแล้ว อัตราเบี้ยประกันจะอยู่ประมาณ 1% ของทุนประกัน เช่น เลือกทุนประกัน หรือความคุ้มครองคนละ 5 แสนบาท เบี้ยประกันจะอยู่ที่ 5,000 บาท ต่อคนต่อปี
แต่อัตราเบี้ยประกันต่อคนจะต่ำลง ถ้าเลือกทำประกันกลุ่ม หรือทำประกันลูกจ้างตั้งแต่ 10 คนขึ้นไป
“ทำแล้วสบายใจ คิดแล้วน่าจะคุ้ม เพราะถ้าถูกลูกจ้างโกงเงินก็ยังได้เงินชดเชยจากบริษัทประกัน เพราะเคยโดนลูกจ้างยักยอกเงินไปหลายแสนบาทแล้ว” ธัญญะ แซ่พัว ประธานกรรมการ บริษัท เอ็ม. เอ็น. อินเตอร์เนชั่นแนล โปรดักส์ ซึ่งตัดสินใจทำประกันภัยความซื่อสัตย์ของลูกจ้าง กล่าว
lลูกจ้างโกง ประกันจ่าย
เมื่อเรารู้ว่า ลูกจ้างฉ้อโกง ยักยอก หรือทุจริต สิ่งที่ต้องทำ คือ แจ้งให้บริษัทประกันรู้ทันที (โดยต้องแจ้งเป็นลายลักษณ์อักษร) และต้องยื่นคำขอให้บริษัทจ่ายชดเชยภายใน 3 เดือน นับตั้งแต่รู้ว่า ถูกลูกจ้างโกง และต้องเป็นความเสียหายที่นายจ้างตรวจพบภายในเวลา 12 เดือนนับตั้งแต่เกิดความเสียหาย โดยต้องมีหลักฐานการโกงที่ชัดเจน เช่น มีหลักฐานการรับเงินจากลูกค้า
ทั้งนี้ บริษัทประกันจะจ่ายชดเชยให้เท่ากับความเสียหายที่เกิดขึ้นจริง โดยไม่เกินวงเงินความคุ้มครอง
หลังจากที่บริษัทจ่ายเงินให้เราแล้ว บริษัทจะไปดำเนินการทางคดี และติดตามลูกจ้างเอง โดยที่เราไม่ต้องออกค่าใช้จ่ายใดๆ เลย
อย่างไรก็ตาม บริษัทประกันมีสิทธิที่จะยกเลิกการให้ความคุ้มครอง ถ้าเราทำผิดเงื่อนไขที่กำหนดไว้ เช่น เมื่อรู้ว่าลูกจ้างโกงก็ยังปล่อยให้ลูกจ้างคนนั้นทำหน้าที่ดูแลเงินต่อไป และในกรณีที่บริษัทประกันจ่ายชดเชยค่าเสียหายจากการโกงของลูกจ้างคนหนึ่งไปแล้ว ถ้าลูกจ้างคนเดิมโกงอีกบริษัทประกันจะไม่จ่ายให้อีก
เพราะบริษัทประกันระบุไว้ในกรมธรรม์ว่า “ค่าเสียหายที่เกิดจากลูกจ้างคนเดียวกันจะเรียกร้องให้ชดใช้เกินหนึ่งครั้งไม่ได้”
lอยากทำประกัน ไม่ง่าย
แม้ว่าจะเป็นประกันที่ทำแล้วสบายใจ แต่ไม่ใช่จะทำกันได้ง่ายๆ ซึ่ง เจ้าหน้าที่บริษัทประกันภัยขนาดใหญ่ ให้ข้อมูลว่า บริษัทไม่ได้รับทำประกันให้กับลูกค้าทุกราย แต่จะพิจารณาเป็นกรณีๆ ไป
เงื่อนไขอย่างหนึ่งที่มักจะเจอ คือ ต้องทำประกันภัยทรัพย์สิน ไม่ว่าจะเป็นประกันอัคคีภัย หรือประกันความเสี่ยงภัยทุกชนิดกับบริษัทประกันก่อน จึงจะสามารถทำประกันภัยความซื่อสัตย์ของลูกจ้างได้ และต้องเป็นการทำประกันภัยที่มีทุนประกันสูงๆ ไม่ต่ำกว่า 20 ล้านบาท (และจ่ายเบี้ยประกันหลักแสนบาท)
“เพราะประกันภัยความซื่อสัตย์ของลูกจ้าง เป็นประกันที่มีความเสี่ยงสูง บริษัทจึงต้องกำหนดให้ลูกค้าทำประกันภัยทรัพย์สินเอาไว้ด้วย เพื่อนำเบี้ยประกันที่ได้มาเฉลี่ย” เจ้าหน้าที่บริษัทประกันภัยแห่งหนึ่ง กล่าว
นอกจากนี้ กว่าจะได้ทำประกันก็ต้องตอบคำถามไม่น้อยกว่า 20 ข้อ รวมทั้งคำถามที่แสดงให้เห็นว่า เราได้มีระบบป้องกันการฉ้อโกง ยักยอก และทุจริต ที่รอบคอบอยู่แล้ว เพราะหากเราไม่มีระบบการดูแลที่เหมาะสม บริษัทประกันก็อาจจะปฏิเสธการรับประกันได้ โดยตัวอย่างคำถามที่เราจะต้องตอบ ได้แก่
ท่านอนุญาตให้พนักงานเก็บเงินและพนักงานซึ่งทำหน้าที่เกี่ยวข้องกับการเก็บเงินสามารถนำเงินกลับบ้านได้หรือไม่
ขอให้อธิบายขั้นตอนการรับชำระและเอกสารที่เกี่ยวกับการชำระเงิน
ท่านมีพนักงานที่สามารถดำเนินการขาย ส่งสินค้า และรับชำระเงิน โดยคนเดียวหรือไม่
ในรอบ 5 ปีที่ผ่านมาเคยมีพนักงานทุจริตบ้างหรือไม่ (ถ้ามีกรุณาระบุรายละเอียดและวิธีปฏิบัติต่อเหตุการณ์นั้น)
ท่านเคยขอเอาประกันภัยความซื่อสัตย์ของลูกจ้างหรือไม่
และไม่ใช่ว่า มีประกันภัยแล้วจะปล่อยปละละเลยไม่ดูแลความซื่อสัตย์ของลูกจ้าง เพราะถ้าปล่อยให้มีการโกงเกิดขึ้นบ่อยๆ บริษัทอาจจะปฏิเสธไม่รับทำประกันในปีต่อๆ ไป หรือไม่ก็ขอเพิ่มเบี้ยประกันให้สูงขึ้นก็ได้
โบรกเกอร์ประกันภัยรายหนึ่ง บอกว่า ในประเทศไทยมีบริษัทประกันภัยหลายแห่งที่ให้รับทำประกันภัยความซื่อสัตย์ของลูกจ้าง แต่แนะนำให้เลือกทำประกันประเภทนี้กับบริษัทประกันขนาดใหญ่ ฐานะการเงินแข็งแกร่ง เพื่อให้มั่นใจว่า บริษัทประกันจะมีเงินจ่ายชดเชยให้เราแน่นอน
เพราะถ้าถูกลูกจ้างโกง แล้วยังถูกบริษัทประกันเบี้ยวอีก ก็จะยิ่ง “เจ็บ” กว่าเดิม
1.ห้ามพนักงานรับเงินสดจากลูกค้าเด็ดขาด ถ้าฝ่าฝืนถือว่าผิดวินัยร้ายแรง และไล่ออกสถานเดียว
2.พิมพ์ข้อความลงในใบเสร็จรับเงินว่า ห้ามชำระด้วยเงินสด หรือส่งมอบเงินให้พนักงานขาย และให้โอนเงินเข้าบัญชีบริษัทเท่านั้น
3.พนักงานขาย กับ พนักงานเก็บเงิน ต้องเป็นคนละคน
4.พนักงานบัญชีหรือการเงินต้องสุ่มตรวจลูกค้าที่มีปัญหาทางการเงินสม่ำเสมอ หรือไปเยี่ยมลูกค้าโดยไม่แจ้งล่วงหน้า
5.กรณีทำใบเสร็จรับเงินหาย ต้องแจ้งลูกค้าทุกราย เพื่อป้องกันการนำเอาใบเสร็จที่แจ้งหายไปใช้ในทางมิชอบ และผู้บริหารต้องตรวจสอบลูกค้าที่ฝ่ายขายทำใบเสร็จรับเงินหาย
6.ผู้บริหาร เจ้าของกิจการ ต้องเยี่ยมเยียนลูกค้าสม่ำเสมอ ไม่ให้ลูกค้าของบริษัทจะกลายเป็นลูกค้าของพนักงานฝ่ายขาย
7.ตรวจสอบพฤติกรรมของพนักงานฝ่ายขายอย่างสม่ำเสมอ โดยเฉพาะพฤติกรรมในการใช้จ่ายเงิน หนี้สิน การใช้ของราคาแพงหรือฟุ่มเฟือยเกินฐานะ เล่นการพนัน มีภรรยาหลายคน ชอบทำผิดศีลธรรม เพราะถ้าไม่มีระเบียบวินัยในการใช้เงิน โอกาสทุจริตมีสูงมาก
ที่มา : เดชา กิตติวิทยานันทน์
คอลัมน์ ทนายคลายทุกข์ หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์







