
ห่วงไร้เงาเอกชนลงทุนรถไฟฟ้า
โพสต์ทูเดย์
— หวั่นสถานการณ์การเมืองไม่สงบ ส่งผลต่างชาติขาดความมั่นใจ เมินลงทุนโครงการรถไฟฟ้าสายสีม่วงนายโสภณ ซารัมย์ รมว.คมนาคม เปิดเผยว่า สถานการณ์ความไม่สงบทางการเมืองในปัจจุบัน ส่งผลกระทบต่อการดำเนินโครงการขนาดใหญ่ โดยเฉพาะโครงการรถไฟฟ้าสายสีม่วง ช่วงบางซื่อบางใหญ่ กระทรวงคมนาคมมีนโยบายให้เอกชนลงทุนในส่วนของงานระบบรถไฟฟ้าและงานวางรางในรูปแบบให้เอกชนลงทุน ซึ่งนักลงทุนอาจเกิดความไม่มั่นใจต่อสถานการณ์ที่เกิดขึ้นและตัดสินใจไม่เข้าลงทุน
กระทรวงคมนาคมอยู่ระหว่างพิจารณาแนวทางรองรับกรณีที่ไม่มีเอกชนสนใจยื่นข้อเสนอลงทุนระบบเดินรถไฟฟ้าสายสีม่วง อาจให้หน่วยงานผู้รับผิดชอบกู้เงินมาลงทุน หรือใช้วิธีระดมทุนด้วยการออกพันธบัตร เพราะภาครัฐมีข้อจำกัดไม่สามารถให้การสนับสนุนงบประมาณได้ จะส่งผลให้ต้นทุนทางการเงินเพิ่มขึ้น และส่งผลกระทบต่ออัตราค่าโดยสารรถไฟฟ้า ทั้งยังอาจส่งผลให้การเปิดใช้โครงการต้องล่าช้ากว่ากำหนด
“
สถานการณ์ทางการเมืองมีผลกระทบแน่นอน เพียงแต่จะมากหรือน้อยเท่านั้น แม้บ้านเมืองจะกลับคืนสู่ภาวะปกติ แต่ถ้าการแก้ไขปัญหาของประเทศไม่ถูกทาง ก็อาจเกิดปัญหาในอนาคตได้ แล้วจะมีนักลงทุนประเทศไหนเข้ามาลงทุนในบ้านเรา กระทรวงจึงต้องเตรียมแผนสำรองไว้ และยืนยันว่าโครงการรถไฟฟ้าต้องเดินหน้าต่อไปตามนโยบาย” นายโสภณ กล่าวสำหรับการก่อสร้างงานโยธาโครงการรถไฟฟ้าส่วนต่อขยายสายสีน้ำเงิน ช่วงหัวลำโพงบางแค และบางซื่อท่าพระ กรอบวงเงินกว่า 5.2 หมื่นล้านบาทนั้น ยังคงดำเนินการต่อไปตามกำหนด โดยการรถไฟฟ้าขนส่งมวลชนแห่งประเทศไทย (รฟม.) กำหนดให้เอกชนที่ซื้อเอกสารประกวดราคายื่นข้อเสนอทั้ง 5 สัญญา ในวันที่ 29 เม.ย.นี้
ด้านนายสุพจน์ ทรัพย์ล้อม ปลัดกระทรวงคมนาคม ในฐานะประธานกรรมการ รฟม. กล่าวว่า การคัดเลือกเอกชนลงทุน ได้แต่งตั้งคณะกรรมการตามมาตรา 13 ของ พ.ร.บ.ว่าด้วยการให้เอกชนเข้าร่วมงานและดำเนินการในกิจการของรัฐ 2535 แล้ว โดยมีนายเยี่ยมชาย ฉัตรแก้ว รองผู้ว่าการ รฟม. เป็นประธาน ขณะนี้อยู่ระหว่างดำเนินการตามขั้นตอน คาดว่าจะเซ็นสัญญาว่าจ้างเอกชนได้ภายในปี 2553 หรืออย่างช้าต้นปี 2554







