posttoday
รอทดสอบ 1,520-1,530

รอทดสอบ 1,520-1,530

20 กรกฎาคม 2556

ทิศทางตลาดหุ้นในสัปดาห์ที่ผ่านมาแกว่งตัวขึ้นต่อเนื่อง โดยการแถลงของประธานเฟดต่อคองเกรสยังยืนยันว่า การถอน QE ออกเร็วหรือไม่

ทิศทางตลาดหุ้นในสัปดาห์ที่ผ่านมาแกว่งตัวขึ้นต่อเนื่อง โดยการแถลงของประธานเฟดต่อคองเกรสยังยืนยันว่า การถอน QE ออกเร็วหรือไม่ จะขึ้นอยู่กับการฟื้นตัวทางเศรษฐกิจไม่ได้ขึ้นอยู่กับช่วงเวลาที่แน่นอน หากตัวเลขเศรษฐกิจฟื้นตัวตามที่ประเมินไว้เฟดจะเริ่มลดปริมาณการซื้อพันธบัตรลงและสิ้นสุดโครงการในกลางปีหน้า ในขณะที่หากเศรษฐกิจฟื้นตัวช้าก็จะลดปริมาณการซื้อพันธบัตรช้า หรือกลับมาเพิ่มปริมาณการซื้อพันธบัตรได้

ภาพรวมตลาดหุ้นตอบสนองเชิงบวกกับการแถลงของประธานเฟด ในขณะที่การประกาศผลประกอบการของหุ้นในกลุ่มธนาคารมีแรงเทขายออกมาหลังประกาศงบบ้างแต่ไม่สูงมากนัก ส่วนผู้เล่นรายกลุ่มนักลงทุนต่างชาติซื้อสุทธิต่อเนื่อง แต่ไม่อยู่ในระดับที่สูงมากนัก แรงซื้อหลักมาจากนักลงทุนสถาบัน

ทิศทางในสัปดาห์หน้าประเมินว่า ตลาดยังเป็นการแกว่งตัวขึ้น เพื่อทดสอบบริเวณ 1,5201,530 จุด

หากทิศทางระยะสั้นยังไม่อ่อนตัวลงต่ำกว่า 1,460 จุด ยังไม่เสียทิศทางบวก โดยประเด็นเรื่อง QE ตลาดจะจับตาตัวเลขเศรษฐกิจเป็นหลักโดยเฉพาะการจ้างงาน ในขณะที่การประชุมเฟดในช่วงปลายเดือนนี้จะเป็นปัจจัยที่ตลาดจับตามาก เนื่องจากในเดือนหน้าไม่มีการประชุมเฟด และจะมีการประชุมครั้งถัดไปเป็นเดือน ก.ย. ซึ่งเป็นเดือนที่นักเศรษฐศาสตร์บางส่วนประเมินว่า จะเป็นช่วงที่เฟดเริ่มลดปริมาณการซื้อพันธบัตรลง ทำให้ต้องติดตามการประชุมในครั้งนี้ว่า จะมีการส่งสัญญาณที่จะเริ่มลดปริมาณการซื้อพันธบัตรในเดือน ก.ย.หรือไม่

อย่างไรก็ตาม เราได้ให้ความเห็นไปในบทความหลายสัปดาห์ต่อเนื่องกันว่า ตลาดหุ้นไทยได้ซื้อขายใกล้ระดับ PER 12 เท่า ซึ่งเป็นระดับที่ไม่มี QE แล้ว ส่งผลให้ตลาดจะตอบสนองต่อข่าวในแง่บวกได้ง่ายกว่าแง่ลบ การประเมินว่าที่ระดับของตลาดตอบสนองข่าวลบไปเพียงใดมีความสำคัญไม่แพ้มุมมองของประธานเฟดที่มีการถอนสภาพคล่องออกระดับ PER ที่บริเวณปัจจุบัน 12.86 นี้ สูงกว่าระดับที่ไม่มี QE แล้วไม่มาก ทำให้ความเสี่ยงขาลงไม่สูง โดยในช่วงหลังจากนี้ตลาดจะติดตามข้อมูลภาคแรงงานที่สำคัญและจะมีการแถลงทุกวันศุกร์แรกของเดือนไม่ว่าจะเป็นอัตราการว่างงานและการจ้างงานนอกภาคเกษตร

อย่างไรก็ตาม ราคาน้ำมันที่ปรับตัวขึ้นและการฟื้นตัวของภาคอสังหาริมทรัพย์ที่มีพัฒนาการมาก จะเป็นปัจจัยที่กดดันให้เฟดคงสภาพคล่องได้ไม่นาน เนื่องจากทั้งสองปัจจัยดังกล่าวจะมีผลโดยตรงต่อเงินเฟ้อ และในปัจจุบันเงินเฟ้อสหรัฐเริ่มส่งสัญญาณปรับตัวขึ้น รายงานเดือน มิ.ย.ล่าสุดออกมาสูงกว่าที่คาดไว้ เพิ่มขึ้น +0.5% ในขณะที่ตลาดคาดไว้ที่ +0.3% แม้ว่าเงินเฟ้อพื้นฐานยังไม่ปรับตัวขึ้นก็ตาม แต่การที่ราคาน้ำมันยังทรงตัวระดับสูงยังเป็นปัจจัยที่มีความเสี่ยงต่อเงินเฟ้อในอนาคต

ประเด็นทางด้านราคาทองคำในระยะสั้นทองคำได้รับแรงหนุนจากราคาน้ำมันที่ปรับตัวขึ้น โดยราคาน้ำมัน WTI ปรับตัวขึ้นต่อเนื่องกว่า 10 เหรียญสหรัฐ จากระดับ 95 เหรียญสหรัฐ ขึ้นมาที่ 107 เหรียญสหรัฐ ในปัจจุบันเป็นปัจจัยหนุนราคาทองคำ อย่างไรก็ตาม หากเศรษฐกิจฟื้นตัว การลงทุนในสินทรัพย์ที่มีความเชื่อมโยงกับเศรษฐกิจอย่างหุ้นจะได้ประโยชน์ในแง่แนวโน้มการเติบโตของกำไรบริษัทจดทะเบียนที่มีโอกาสเพิ่มขึ้น (แม้ว่าสภาพคล่องลดลงจาก QE แต่แนวโน้มผลประกอบการที่ฟื้นตัวตามเศรษฐกิจเพิ่มขึ้นมาชดเชย) จะให้ผลตอบแทนดีกว่าการลงทุนในสินทรัพย์ปลอดภัยอย่างทองคำ โดยประเด็นที่เป็นปัจจัยหนุนราคาทองคำหลักในระยะสั้นยังคาดว่าเป็นเรื่องของเงินเฟ้อ ส่วนการลงทุนในระยะกลางยาวประเมินว่า ทองคำยังมีความเสี่ยงตราบใดที่ค่าเงินดอลลาร์ยังเป็นขาขึ้น ซึ่งเป็นเหตุผลที่มาจากการใช้นโยบายการเงินของเฟดที่ผ่อนคลายน้อยกว่า ECB หรือการหยุดใช้นโยบายผ่อนคลายทางการเงินของเฟด

กลยุทธ์การลงทุน เราแนะนำให้นักลงทุนถือหุ้นต่อ หรือซื้อช่วงปรับตัวลง หากยังไม่หลุดต่ำกว่าแนวรับที่ 1,460 จุด โดยให้รอขายเพื่อเล่นรอบสั้นตามแนวต้านที่บริเวณ 1,5201,530 จุด และติดตามผลการประชุมในปลายเดือนนี้รวมถึงการจ้างงานของสหรัฐทุกศุกร์แรกของเดือน

ข่าวล่าสุด

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท