
สอท.โวผลิตรถยังแล่นฉิว
มั่นใจปีนี้ได้ตามเป้า2.55ล้านคัน ตลาดส่งออกยังไปได้สวยแม้ในปท.แผ่วลง
มั่นใจปีนี้ได้ตามเป้า2.55ล้านคัน ตลาดส่งออกยังไปได้สวยแม้ในปท.แผ่วลง
ส.อ.ท. ย้ำปีนี้ผลิตรถยนต์ได้ตามเป้า 2.55 ล้านคัน เหตุตลาดส่งออกยังฉิว ชี้ยอดรถถูกยึดจิ๊บจ๊อย
นายสุรพงษ์ ไพสิฐพัฒนพงษ์ รองประธานและโฆษกกลุ่มอุตสาหกรรมยานยนต์ สภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (ส.อ.ท.) เปิดเผยว่า ยอดการส่งออกเฉพาะรถยนต์ ไม่รวมชิ้นส่วนอื่น เดือน มิ.ย.อยู่ที่ 9.62 หมื่นคัน มูลค่า 4.47 หมื่นล้านบาท 6 เดือนแรก 5.34 แสนคัน มูลค่า 2.40 แสนล้านบาท โดยในแง่ของปริมาณส่งออก 6 เดือนแรกถือว่าสูงเป็น 98.9% ของยอดผลิตเพื่อส่งออก สะท้อนว่าตลาดส่งออกยังมีความต้องการสูง ซึ่งที่เห็นว่ามีการนำเข้าจากไทยสูงขณะนี้คือ เอเชีย ตะวันออกกลาง และออสเตรเลีย
อย่างไรก็ตาม สำหรับยอดขายในประเทศ พบว่าในเดือน มิ.ย.อยู่ที่ 1.06 แสนคัน ลดลงจากช่วงเดียวกันปีที่แล้ว 14.2% และลดลงจากเดือน พ.ค. 5.21% โดยทั้งยอดผลิตที่ลดลงจากเดือนก่อนหน้าและยอดขายที่ลดลงเมื่อเทียบกับทั้งช่วงเดียวกันของปีก่อนและเดือนก่อนหน้า เป็นผลจากการที่บางโชว์รูมรถบางยี่ห้อส่งมอบรถยนต์คันแรกหมดแล้ว
ทั้งนี้ การผลิตรถยนต์ในเดือน มิ.ย. มีจำนวนทั้งหมด 2.17 แสนคัน เพิ่มขึ้น 4% เทียบกับช่วงเดียวกันปีก่อน แต่ลดลง 6.37% เทียบกับเดือน พ.ค. แบ่งเป็นการผลิตเพื่อส่งออก 9.51 หมื่นคัน เป็นการผลิตเพื่อจำหน่ายในประเทศ 1.22 แสนคัน หรือเป็น 43.82% และ 56.18% ของการผลิตทั้งหมด
ส่วนการผลิตใน 6 เดือนแรกของปีอยู่ที่ 1.34 ล้านคัน เพิ่มขึ้น 14.61% เป็นการผลิตเพื่อส่งออก 5.40 แสนคัน เป็นการผลิตเพื่อจำหน่ายในประเทศ 8 แสนคัน ซึ่งคิดเป็น 40.29% และ 59.71% ของการผลิตทั้งหมด ตามลำดับ
ด้าน นายศุภรัตน์ ศิริสุวรรณางกูร รองประธานและประธานกลุ่มอุตสาหกรรมยานยนต์ ส.อ.ท. กล่าวว่า ยอดผลิตรถยนต์ในปีนี้จะได้ไม่ต่ำกว่า 2.552.57 ล้านคัน โดยข้อมูลล่าสุด ครึ่งปีแรกมียอดผลิตแล้ว 1.34 ล้านคัน และหากครึ่งปีหลังผลิตได้ไม่ต่ำกว่า 2 แสนคันต่อเดือนยอดผลิตรถยนต์ก็จะเป็นไปตามเป้าหมาย
ทั้งนี้ แม้ความต้องการในประเทศจะชะลอหลังการสิ้นสุดโครงการรถคันแรก ผู้ประกอบการได้หันไปผลิตเพื่อส่งออกมากขึ้น ซึ่งคาดว่าช่วงครึ่งปีหลังจะสามารถส่งออกได้ไม่ต่ำกว่า 6 แสนคัน ทำให้สัดส่วนการส่งออกในเดือน ก.ย.2556 อยู่ที่ 50% ของการผลิตทั้งหมด หลังจากที่ลดลงไปเหลือ 40% ในช่วงที่มีโครงการรถยนต์คันแรก และผู้ผลิตรถยนต์ต้องผลิตเพื่อป้อนตลาดผู้ซื้อภายในประเทศ
สำหรับกรณีที่ผู้ให้สินเชื่อรถยนต์ระบุว่า ขณะนี้มีรถยนต์ตามโครงการรถยนต์คันแรกถูกยึด เนื่องจากลูกค้าไม่สามารถชำระเงินกู้แล้วประมาณ 300 คันนั้น นายสุรพงษ์ กล่าวว่า ถือว่าเป็นระดับที่น้อยและไม่น่าต้องกังวลเมื่อเทียบกับรถตามโครงการที่ส่งมอบไปแล้ว 1.043 ล้านคัน หรือ 83% ของยอดผู้ขอใช้สิทธิ 1.25 ล้านคัน และเหลือการส่งมอบอีก 17% หรือ 2 แสนคัน
ทั้งนี้ สมาคมเช่าซื้อไทย ได้ออกมาเปิดเผยก่อนหน้านี้ว่า มีรถยนต์ที่ถูกยึดจากโครงการรถคันแรกและเตรียมนำออกขายทอดตลาดจำนวน 300 คัน โดยผู้ซื้อได้สิทธิคืนภาษีจากรัฐบาลไปแล้วแต่มีปัญหาหารผ่อนชำระค่างวด
“ยอดการยึดรถที่ 300 คันถือว่าไม่มากและเป็นภาวะปกติของการซื้อด้วยเงินผ่อน แต่ก็เป็นประเด็นที่ ส.อ.ท.ติดตามเพราะผู้ซื้อรถจะได้รับเงินภาษีคืน และนำมาชำระหนี้ได้อีกประมาณ 810 เดือน” นายสุรพงษ์ กล่าว
นายพยุงศักดิ์ ชาติสุทธิผล ประธาน ส.อ.ท. กล่าวว่า อุตสาหกรรมยานยนต์ และชิ้นส่วนยานยนต์ยังขยายตัวได้ต่อเนื่อง โดยโรงงานผลิตรถยนต์และชิ้นส่วนยังเดินหน้าขยายการลงทุน โดยหากภาครัฐยังคงผลักดันการขยายตัวของเศรษฐกิจได้ ประชาชนก็ยังมีรายได้ และส่งผลให้ความต้องการซื้อรถก็จะยังมีอยู่ ซึ่งหากเศรษฐกิจยังไปได้ ก็จะไม่มีปัญหาการชำระหนี้







