posttoday
ลดรถ

ลดรถ

19 กรกฎาคม 2556

ปัญหา “รถติด” เป็นของแสลงของแทบทุกชาติในอาเซียน แม้จะพยายามแก้ปัญหากันแค่ไหน ก็ดูเหมือนอาการจะยิ่งแย่ลง

ปัญหา “รถติด” เป็นของแสลงของแทบทุกชาติในอาเซียน แม้จะพยายามแก้ปัญหากันแค่ไหน ก็ดูเหมือนอาการจะยิ่งแย่ลง

ผลวิจัยของ ดอยช์แบงก์ ก่อนหน้านี้ ประเมินว่า ความหนาแน่นเฉลี่ยของยวดยานในอาเซียนอยู่ที่ 44 คันต่อประชากร 1,000 คน แต่มีแนวโน้มจะเพิ่มเกิน 80 คันต่อประชากร 1,000 คน ในปี 2563

ขณะที่จำนวนรถยนต์ที่วิ่งอยู่ในอาเซียนจะเพิ่มเป็น 40 ล้านคัน ในปี 2558 และพุ่งทะลุ 55 ล้านคัน ภายในปี 2563

หมายความว่า สถานการณ์รถติดในอาเซียนจะยิ่งหนักหนาสาหัส รัฐบาลของแต่ละประเทศจะต้องจ่ายต้นทุนราคาแพงจากสภาพการจราจรติดขัดอีกมหาศาล

อย่างกรณีของ “ฟิลิปปินส์” ที่ปัญหารถติดสาหัสไล่หลังกรุงเทพฯ และจาการ์ตามาติดๆ ชนิดหายใจรดต้นคอ ต้องจ่ายต้นทุนทางเศรษฐกิจที่เกิดจากความแออัดบนถนนราวๆ 2,400 ล้านเปโซ (55 ล้านเหรียญสหรัฐ) ต่อวัน จากการสูญเสียขีดความสามารถในการผลิตและรายได้ โดยเฉพาะในย่านเมโทร มะนิลา และเมืองใหญ่ๆ อื่นๆ ซึ่งโครงสร้างพื้นฐานไม่สามารถรองรับจำนวนรถยนต์ที่เพิ่มขึ้นรวดเร็ว

ข้อมูลจากสำนักงานขนส่งทางบกของฟิลิปปินส์ ระบุว่า จำนวนรถยนต์ที่จดทะเบียนในเมโทร มะนิลา พุ่งทะลุ 2 ล้านคัน เพิ่มขึ้น 28% จาก 1.6 ล้านคัน ในช่วง 5 ปีก่อนหน้านี้

เมื่อเร็วๆ นี้มีข่าวว่าผู้บริหารกรุงมะนิลาสนใจที่จะยืมตัวอย่างจากริโอเดอจาเนโรมาใช้ เพื่อลดจำนวนรถยนต์บนท้องถนนที่ทำให้อัตราความเร็วในการขับขี่อยู่ในระดับที่เรียกว่าคืบคลาน

ที่จริงแล้ว นับตั้งแต่ยุค 1990 ชาวฟิลิปปินส์ที่จดทะเบียนรถยนต์ในเมโทร มะนิลา จะไม่ได้รับอนุญาตให้ขับรถในชั่วโมงเร่งด่วนเป็นเวลา 1 วันในแต่ละสัปดาห์ แต่ตอนนี้จะเพิ่มเป็น 2 วันต่อสัปดาห์ เหมือนกับที่นครริโอเดอจาเนโรทำอยู่

เพราะหน่วยงานด้านการพัฒนาเมืองเมโทร มะนิลา เสนอว่า นี่จะเป็นวิธีที่ช่วยลดความแออัดบนท้องถนนของเมืองนี้ที่เป็นศูนย์กลางด้านเศรษฐกิจของฟิลิปปินส์ ซึ่งจะทำควบคู่ไปกับการจำกัดรถบรรทุกในตอนเย็น และก่อสร้างระบบรถโดยสารด่วนพิเศษ (Bus Rapid TransitBRT) เพื่อให้สามารถขนคนได้มากขึ้น

ผู้ว่าการเมืองเมโทร มะนิลา เตรียมจะประชุมเรื่องนี้กับหน่วยงานต่างๆ และผู้บริหารเมืองอื่นๆ เพื่อตัดสินใจร่วมกัน ท่ามกลางคำถามที่จะต้องตอบประชาชนที่จะต้องถูกรอนสิทธิในการขับขี่ ขณะที่รถประจำทางและระบบขนส่งมวลชนในมะนิลาก็ไม่พร้อมที่จะทดแทนการใช้รถส่วนตัว

ปัจจุบันผู้ขับขี่รถยนต์ในเมโทร มะนิลา ถูกห้ามขับรถในช่วงเวลาเร่งด่วน 1 วัน จาก 5 วันทำงาน ตั้งแต่เวลา 07.0019.00 น. ยกเว้นช่วง 10.0015.00 น. โดยดูจากตัวเลขสุดท้ายบนป้ายทะเบียนรถ หากตัวเลขลงท้ายด้วยเลข 1 และ 2 หมายความว่าจะต้องไม่ขับขี่ในชั่วโมงเร่งด่วนของวันจันทร์ ส่วนเลข 3 และ 4 จะต้องงดขับขี่ในวันอังคาร

ประเมินว่า มาตรการดังกล่าวจะช่วยลดจำนวนรถยนต์บนท้องถนนลงได้ 20% แต่ก็ใช่ว่าจะได้ผลยั่งยืน เพราะจำนวนผู้ซื้อรถใหม่ยังคงเพิ่มขึ้น จนทำให้ความเร็วในการขับขี่รถยนต์ในบางพื้นที่ของฟิลิปปินส์อยู่ที่ 20 กิโลเมตรต่อชั่วโมง

ขณะที่แนวคิดใหม่ที่จะห้ามขับขี่ในชั่วโมงเร่งด่วน 2 วันต่อสัปดาห์ กำหนดให้เลขทะเบียนที่ลงท้ายด้วย 1 2 3 และ 4 ห้ามขับขี่ในวันจันทร์ ส่วน 5 6 7 และ 8 ห้ามขับในวันอังคาร เลข 9 0 1 และ 2 ห้ามขับในวันพุธ ตามด้วย 3 4 5 และ 6 ห้ามขับในวันพฤหัสบดี และ 7 8 9 และ 0 ห้ามขับในวันศุกร์

ว่ากันว่ามาตรการ “ลดรถ” จะช่วยกันรถออกจากถนนได้ 40% ซึ่งก็ต้องจับตาว่าจะช่วยแก้ปัญหารถติดได้จริงหรือไม่ หรืออาจถึงเวลาที่ต้องหันมาพัฒนาระบบขนส่งมวลชนอย่างจริงจัง เพื่อแก้ปัญหาในระยะยาว

ข่าวล่าสุด

IE Fall Risk แอป HealthTech ช่วยลดความเสี่ยงการหกล้มในผู้สูงอายุ

IE Fall Risk แอป HealthTech ช่วยลดความเสี่ยงการหกล้มในผู้สูงอายุ