posttoday
ฮ่องกงกุมขมับแบรนด์เนมบุก ดันค่าเช่าร้านพุ่ง

ฮ่องกงกุมขมับแบรนด์เนมบุก ดันค่าเช่าร้านพุ่ง

19 กรกฎาคม 2556

โดย...พันธสิทธิ เจริญพาณิชย์พันธ์

โดย...พันธสิทธิ เจริญพาณิชย์พันธ์

เมื่อเอ่ยถึง “ฮ่องกง” ดินแดนที่เป็นศูนย์กลางทางการเงิน และมีความสะดวกต่อการดำเนินธุรกิจแล้วเชื่อได้ว่าผู้ประกอบการธุรกิจส่วนใหญ่จะต้องอยากนำพากิจการไปปักหลักลงทุน ณ ที่แห่งนั้นอย่างแน่นอน เพราะเปรียบเสมือนดังเป็นปากทางเข้าไปสู่จีน ซึ่งมีตลาดขนาดใหญ่ และโอกาสทางธุรกิจที่มากมายมหาศาล

อย่างไรก็ตาม ฝันอันสวยหรูในมุมมองของนักธุรกิจต่างชาติ อาจเป็นสิ่งที่ตรงกันข้ามกับผู้ประกอบการท้องถิ่นในฮ่องกง โดยเฉพาะกลุ่มผู้ประกอบการร้านค้าธุรกิจขนาดกลางและขนาดเล็ก (เอสเอ็มอี) ที่ฮ่องกงในปัจจุบัน ซึ่งกำลังประสบกับปัญหาค่าเช่าร้านค้าที่พุ่งสูงขึ้นอย่างมาก จนทำให้ผู้ประกอบการหลายรายต้องตัดสินใจย้ายออกไปเปิดร้านที่อื่นแทน ในขณะที่บางรายถึงขั้นต้องปิดกิจการไปแล้วก็มี เนื่องจากสู้กับค่าเช่าที่แพงมากไม่ไหว

อู่เค่ยหง ผู้จัดการร้าน นัมคี ร้านบะหมี่ชื่อดัง ซึ่งตั้งอยู่ในย่านคอสเวย์เบย์ ย่านศูนย์กลางช็อปปิ้งชื่อดังในฮ่องกง เปิดเผยว่า ร้านค้าที่เจ้าตัวดูแลอยู่เกือบจะต้องปิดกิจการลงไปแล้วในช่วงเดือน เม.ย.ที่ผ่านมา หลังจากที่ผู้ให้เช่าร้านประกาศว่าจะขอขึ้นค่าเช่าถึง 3 เท่าตัว จากเดิมที่ 2 แสนเหรียญฮ่องกงต่อเดือน ขึ้นไปอยู่ที่ 6 แสนเหรียญฮ่องกง แต่ที่อยู่รอดมาได้ก็เพราะว่าได้ไปต่อการปรับขึ้นราคากับผู้ให้เช่าเอาไว้

กรณีของร้านบะหมี่ นัมคี อาจจะถือว่ายังพอมีโชคอยู่บ้างที่เจ้าของยอมลดข้อเรียกร้องลงมา ทว่าร้านค้ารายย่อยที่อยู่ในละแวกเดียวกันไม่โชคดีเหมือนร้านบะหมี่ดังกล่าว และจำเป็นต้องปิดกิจการ หรือไม่ก็ต้องย้ายไปเปิดร้านที่อื่นอยู่หลายราย เนื่องจากอัตราค่าเช่าร้านค้าในแหล่งช็อปปิ้งชื่อดังของฮ่องกงโดยเฉลี่ยขณะนี้ถือว่าแพงที่สุดในโลกไปแล้ว โดยบริษัท ครัชแมนแอนด์วีคฟิลล์ ผู้ให้บริการด้านคำปรึกษาการลงทุนในอสังหาริมทรัพย์เผยว่า ค่าเช่าในย่านคอสเวย์เบย์เฉลี่ยอยู่ที่ 1,950 เหรียญสหรัฐต่อตารางฟุตต่อเดือน หรือเพิ่มสูงขึ้นจากเมื่อช่วงกลางปี 2010 ถึง 80%

นอกจากนี้ ครัชแมนแอนด์วีคฟิลล์ ยังเผยอีกด้วยว่า หากคิดออกมาเป็นค่าเช่าเฉลี่ยต่อปี โดยคิดหน่วยเป็นตารางเมตร และอยู่ในรูปเงินยูโร ย่านคอสเวย์เบย์ จะอยู่ที่ 22,307 ยูโร มากกว่าย่านฟิฟธ์ อเวนิว ในนครนิวยอร์ก ซึ่งอยู่ที่ 21,204 ยูโรต่อปี

ทั้งนี้ ไม่ใช่เพียงแค่เฉพาะย่านคอสเวย์เบย์เท่านั้น แต่ยังรวมถึง จิมซาจุ่ยและเซ็นทรัล ซึ่งเป็นแหล่งศูนย์กลางทางการเงินของฮ่องกงอีกด้วย โดยปัจจุบัน 2 พื้นที่นี้อยู่ติดกับพื้นที่ที่มีค่าเช่าแพงเป็นอันดับต้นๆ ของโลกอีกด้วย

สาเหตุสำคัญที่ทำให้ค่าเช่าร้านค้าในฮ่องกง โดยเฉพาะในคอสเวย์เบย์ ย่านช็อปปิ้งชื่อดังแพงขึ้นอย่างต่อเนื่อง ก็เป็นเพราะว่าการขยายตัวทางเศรษฐกิจและการเจริญเติบโตอย่างรวดเร็ว ได้ดึงดูดให้ร้านค้าแบรนด์เนม ธนาคาร และบริษัทยักษ์ใหญ่ทั่วโลก แห่แหนเข้ามาลงทุนและตั้งสำนักงานในฮ่องกงมากขึ้น เนื่องจากต้องการใช้เป็นฐานทดลองตลาดก่อนจะตัดสินใจเข้าไปลงทุนในประเทศจีน

ไม่เพียงเท่านั้น ผลจากการที่ฮ่องกงมีนโยบายการเก็บภาษีธุรกิจ และสินค้าหรูหราในอัตราที่ต่ำกว่าจีนแผ่นดินใหญ่ ก็ยิ่งทำให้ร้านค้าแบรนด์เนมชื่อดังของโลกต่างพากันมาเปิดร้านค้าในฮ่องกงมากขึ้น ซึ่งเป็นที่รู้กันดีว่าความนิยมสินค้าแบรนด์เนมชื่อดังในหมู่ประชาชนจีนกำลังเติบโตขึ้นอย่างต่อเนื่อง เนื่องจากการขยายตัวของชนชั้นกลางในแดนมังกร

ทั้งนี้ ถึงแม้ว่าทางการฮ่องกงจะออกมาตรการป้องกันการเก็งกำไรในภาคอสังหาริมทรัพย์ รวมถึงมาตรการลดความต้องการเพื่อหวังจะดึงให้ราคาอสังหาริมทรัพย์ลดลงแล้ว แต่มาตรการเหล่านั้นกลับไม่สามารถช่วยเหลือภาคธุรกิจเอสเอ็มอีได้มากนัก เนื่องจากไม่สามารถช่วยทำให้ราคาค่าเช่าร้านค้าลดลงมาได้

โจ หลิน ผู้อำนวยการฝ่ายบริหารของบริษัทด้านอสังหาริมทรัพย์ ซีบีอาร์อี กล่าวให้สัมภาษณ์กับหนังสือพิมพ์นิวยอร์กไทมส์ ว่า ปัจจุบันร้านค้าหรูหรา และร้านจำหน่ายเครื่องเพชรเครื่องประดับราคาแพงครอบครองพื้นที่ย่านธุรกิจการค้ามากกว่า 90% แล้ว ซึ่งถือเป็นการเปลี่ยนโฉมหน้าย่านการค้าสำคัญของฮ่องกงจากเดิมที่มีร้านค้าทั้งรายเล็กรายใหญ่อยู่ปะปนกัน

จึงถือเป็นบทเรียนที่น่าคิดเป็นอย่างยิ่งว่า บางครั้งการขยายตัวทางเศรษฐกิจที่รวดเร็ว และมีการเข้ามาลงทุนของร้านค้า และกิจการต่างชาติอย่างมหาศาลนั้น ก็อาจเป็นการทำร้ายผู้ประกอบการในประเทศทางอ้อมได้เช่นกัน

ข่าวล่าสุด

IE Fall Risk แอป HealthTech ช่วยลดความเสี่ยงการหกล้มในผู้สูงอายุ

IE Fall Risk แอป HealthTech ช่วยลดความเสี่ยงการหกล้มในผู้สูงอายุ