posttoday
ฟิทช์คงเครดิตบล.3แห่ง

ฟิทช์คงเครดิตบล.3แห่ง

19 กรกฎาคม 2556

บริษัท ฟิทช์ เรทติ้งส์ (ประเทศไทย) ประกาศคงอันดับเครดิตภายในประเทศระยะยาวของบริษัทหลักทรัพย์ (บล.) เมย์แบงก์ กิมเอ็ง (ประเทศไทย) หรือ MBKET ที่ “AA(tha)” และ บล.กสิกรไทย หรือ KS และ บล.ไทยพาณิชย์ (SCBS) ที่ “AA(tha)” พร้อมทั้งคงอันดับเครดิตระยะสั้นภายในประเทศของ บล.ทั้ง 3 แห่ง ที่ “F1+(tha)” แนวโน้มอันดับเครดิตมีเสถียรภาพ

บริษัท ฟิทช์ เรทติ้งส์ (ประเทศไทย) ประกาศคงอันดับเครดิตภายในประเทศระยะยาวของบริษัทหลักทรัพย์ (บล.) เมย์แบงก์ กิมเอ็ง (ประเทศไทย) หรือ MBKET ที่ “AA(tha)” และ บล.กสิกรไทย หรือ KS และ บล.ไทยพาณิชย์ (SCBS) ที่ “AA(tha)” พร้อมทั้งคงอันดับเครดิตระยะสั้นภายในประเทศของ บล.ทั้ง 3 แห่ง ที่ “F1+(tha)” แนวโน้มอันดับเครดิตมีเสถียรภาพ

อันดับเครดิตได้สะท้อนถึงความเชื่อว่ามีความเป็นไปได้สูงที่ บล.ทั้ง 3 แห่งจะได้รับการสนับสนุนจากธนาคารแม่ของกลุ่ม

MBKET มีบทบาทที่สำคัญในเชิงกลยุทธ์ในการส่งเสริมการให้บริการอย่างครบวงจรของกลุ่ม Maybank (Universal Banking Model) โดยธนาคารแม่ตั้งใจขยายธุรกิจเป็นธนาคารพาณิชย์ในประเทศไทย MBKET ได้ประโยชน์จากการใช้ชื่อ Maybank เป็นส่วนหนึ่งของชื่อบริษัท นอกจากนั้นยังมีตัวแทนจากธนาคารแม่เป็นคณะกรรมการบริษัท และมีการใช้นโยบายการดำเนินงานที่สอดคล้องกับนโยบายของกลุ่ม Maybank เช่น การบริหารจัดการความเสี่ยง การกำกับและตรวจสอบ ในปัจจุบันกลุ่ม Maybank ถือหุ้น 83.5% ใน MBKET

อันดับเครดิตของ KS และ SCBS สะท้อนถึงการถือหุ้นทั้งหมด การควบคุมและการสนับสนุนจากธนาคารแม่ของแต่ละบริษัทคือ ธนาคารกสิกรไทย (KBANK) และธนาคารไทยพาณิชย์ (SCB) บริษัททั้ง 2 แห่งถือว่ามีความสำคัญทางกลยุทธ์กับธนาคารแม่ทั้ง 2 แห่ง ภายใต้การให้บริการครบวงจรของธนาคาร การที่อันดับเครดิตของบริษัทลูกอยู่ต่ำกว่าธนาคารแม่อยู่ 1 อันดับเนื่องจากบริษัทลูกมีขนาดเล็กและมีผลกำไรที่ค่อนข้างน้อยและคิดเป็นสัดส่วนที่ต่ำเมื่อเทียบกับผลกำไรของกลุ่ม

MBKET ยังคงรักษาการเป็นผู้นำในธุรกิจนายหน้าค้าหลักทรัพย์ในประเทศ โดยบริษัทมีส่วนแบ่งทางการตลาดที่ 12.3% ในครึ่งแรกปี 2556 ธนาคารแม่ของบริษัท หรือ Maybank มีเครือข่ายธุรกิจที่แข็งแกร่งในประเทศมาเลเซีย อินโดนีเซีย และสิงคโปร์ KS มีส่วนแบ่งตลาดอันดับ 3 ที่ 5.6% ในครึ่งแรกของปี 2556 โดยส่วนหนึ่งของมูลค่าการซื้อขายดังกล่าวรวมสัดส่วนของ บล.แมคคลอรี่ (ประเทศไทย) ซึ่งเป็นพันธมิตรทางธุรกิจกับ KS ขณะที่ SCBS มีส่วนแบ่งตลาดอยู่ที่ 3.3% ในครึ่งแรกของปี 2556 (อันดับ 15) โดย SCB และ KBANK เป็นธนาคารพาณิชย์ที่มีขนาดสินทรัพย์ใหญ่เป็นอันดับ 2 และอันดับ 4 ของประเทศ

กำไรของบริษัทหลักทรัพย์ทั้ง 3 แห่ง ปี 2556 น่าจะอยู่ในระดับแข็งแกร่ง เป็นผลจากมูลค่าการซื้อขายหลักทรัพย์ที่ปรับตัวสูงขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ มูลค่าซื้อขายเฉลี่ยต่อวันของตลาดเพิ่มขึ้นเป็น 6.1 หมื่นล้านบาทในครึ่งแรกของปี 2556 เพิ่มขึ้นจาก 3.2 หมื่นล้านบาทในปี 2555 และ 2.9 หมื่นล้านบาทในปี 2554 อย่างไรก็ตามผลดำเนินงานในอนาคตของทั้ง 3 แห่งยังคงผันผวน เนื่องจากพึ่งพารายได้เป็นนายหน้าค้าหลักทรัพย์เป็นรายได้หลัก อีกทั้งมูลค่าการซื้อขายของตลาดอาจได้รับผลกระทบจากความผันผวนของเงินลงทุนจากต่างประเทศ

ปัจจัยที่อาจมีผลต่ออันดับเครดิตในอนาคต อยู่ที่การเปลี่ยนแปลงของอันดับเครดิตของธนาคารแม่น่าจะส่งผลกระทบในทิศทางเดียวกันต่ออันดับเครดิตของบริษัทลูกการลดลงอย่างมีนัยสำคัญของความสามารถในการให้การสนับสนุนและระดับการให้การสนับสนุนของธนาคารแม่ รวมถึงการลดลงของสัดส่วนการถือหุ้นต่อบริษัทลูก อาจส่งผลให้อันดับเครดิตของบริษัทลูกถูกปรับลง

ในทางกลับกันการเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญของขนาดสินทรัพย์ รวมทั้งการเพิ่มขึ้นของรายได้และสัดส่วนการทำกำไรเทียบกับกำไรของกลุ่ม อาจส่งผลให้ความแตกต่างของอันดับเครดิตระหว่างบริษัทแม่และบริษัทลูกปรับลดลง อย่างไรก็ตามฟิทช์มองว่าเหตุการณ์ดังกล่าวมีโอกาสเกิดขึ้นได้น้อย เนื่องจากขนาดของธุรกิจหลักทรัพย์ยังคงมีขนาดเล็กกว่าอุตสาหกรรมธนาคารอยู่มาก

ข่าวล่าสุด

IE Fall Risk แอป HealthTech ช่วยลดความเสี่ยงการหกล้มในผู้สูงอายุ

IE Fall Risk แอป HealthTech ช่วยลดความเสี่ยงการหกล้มในผู้สูงอายุ