
ดัชนีหุ้นวันที่ 19 ก.ค.ปิดร่วง 5.67 จุด
หุ้นเช้าปิดตลาดลดลง 5.67 จุด ปิดที่ 1,481.52 จุด มูลค่าการซื้อขาย 22,072.93 ล้านบาท จากแรงเทขายหุ้นขนาดใหญ่กลุ่มแบงก์
หุ้นเช้าปิดตลาดลดลง 5.67 จุด ปิดที่ 1,481.52 จุด มูลค่าการซื้อขาย 22,072.93 ล้านบาท จากแรงเทขายหุ้นขนาดใหญ่กลุ่มแบงก์
ตลาดหุ้นวันที่ 19 ก.ค. เปิดตลาดการซื้อขายภาคเช้า ดัชนีหุ้นปรับตัวเล็กน้อย แต่หลังจากนั้นได้แกว่งตัวลดลง โดยมีแรงเทขายในหุ้นกลุ่มธนาคารพาณิชย์ รับรู้ข่าวผลประกอบการไตรมาส 2 ซึ่งได้ทยอยแจ้งตลาดหลักทรัพย์ออกมาในช่วงสัปดาห์นี้ ทำให้ดัชนีหุ้นมาปิดการซื้อขายภาคเช้าที่ระดับ1,481.52 จุด ลดลง 5.67 จุด หรือ 0.38% มูลค่าการซื้อขาย 22,072 ล้านบาท
5 อันดับแรกที่มีการซื้อขายสูงสุด
1.KBANK ปิดที่ 184.50 บาท ลดลง 5.50 บาท หรือ 2.89% มูลค่าการซื้อขาย 1,245 ล้านบาท
2.INTUCH ปิดที่ 89.25 บาท ไม่เปลี่ยนแปลง มูลค่าการซื้อขาย 1,231 ล้านบาท
3.TRUE ปิดที่ 8.90 บาท เพิ่มขึ้น 0.15 บาท หรือ 1.71% มูลค่าการซื้อขาย 1,043 ล้านบาท
4.AOT ปิดที่ 196.50 บาท เพิ่มขึ้น 8.50 บาท หรือ 4.52% มูลค่าการซื้อขาย 945 ล้านบาท
5.NMG ปิดที่ 1.65 บาท เพิ่มขึ้น 0.07 บาท หรือ 4.43% มูลค่าการซื้อขาย 893 ล้านบาท
บล.ฟินันเซีย ไซรัส ระบุว่า ดัชนีหุ้นไทยแกว่งตัวช่วงสั้น มีกรอบการลงทุนค่อนข้างจำกัด และยังมีแนวโน้มจะแกว่งตัวบวกได้อีก เนื่องจาก ตลาดหุ้นสหรัฐและยุโรปเมื่อคืนวันที่ 18 ก.ค. ที่ผ่านมาเป็นบวกขานรับกับถ้อยแถลงของประธานธนาคารกลางสหรัฐ(เฟด)ที่ระบุว่า เฟดจะไม่กำหนดตารางเวลาเกี่ยวกับการลดขนาดโครงการซื้อพันธบัตรเอาไว้ล่วงหน้า ทำให้นักลงทุนคลายความกังวลเกี่ยวกับการชะลอมาตรการคิวอีของเฟดลงได้บ้าง
นอกจากนี้ แรงซื้อของนักลงทุนต่างชาติในหุ้นไทยมีเข้ามาอย่างต่อเนื่อง แม้ปริมาณจะไม่ได้สูงก็ตาม แต่ได้สร้างความเชื่อมั่นให้กับผู้ลงทุนในประเทศได้ดีพอควร
ดังนั้น ดัชนีหุ้นอาจมีการแกว่งตัวผันผวนบ้าง แต่การพักตัวของดัชนีหุ้นในช่วงนี้น่าจะมีกรอบการลงทุนค่อนข้างจำกัด และมีโอกาสฟื้นตัวได้ในระยะถัดไป มองกรอบแนวรับที่ 1,456-1,450 จุด และแนวต้านที่ 1,463-1,466 จุด







