
ซัมซุงขายแหลกปีนี้โต40%
มั่นใจการเมืองไทยกระทบระยะสั้น เดินหน้าเปิดแอลอีดีทีวี3มิติกระตุ้น
โพสต์ทูเดย์
— ซัมซุงไม่หวั่นม็อบ คาดกระทบเศรษฐกิจระยะสั้น พร้อมเดินเครื่องเต็บสูบหลังปัญหาคลี่คลาย โกยยอดขายโต 40%นายอาณัติ จ่างตระกูล รองกรรมการผู้จัดการ บริษัท ไทยซัมซุง อิเลคโทรนิคส์ เปิดเผยว่า แม้ว่าในขณะนี้ประเทศไทยยังคงประสบปัญหาทางการเมืองอยู่ก็ตาม แต่บริษัทมั่นใจว่าเหตุการณ์ดังกล่าวจะกระทบเศรษฐกิจในระยะสั้นเท่านั้น และเมื่อใดก็ตามที่ทุกอย่างคลี่คลายลง เชื่อว่าสภาวะเศรษฐกิจของประเทศไทยจะกลับเข้าสู่ภาวะปกติ และเติบโตตามการฟื้นตัวของเศรษฐกิจโลก
“
บริษัทแม่ในประเทศเกาหลี มีความกังวลกับปัญหาการเมืองในประเทศไทยเช่นเดียวกัน ด้วยการรับข่าวสารความเคลื่อนไหวเป็นรายวัน แต่บริษัทซึ่งดำเนินการในประเทศไทยมาเป็นเวลา 20 ปี แล้วผ่านวิกฤตต่างๆ ที่เกิดขึ้นในประเทศไทยมาหลายครั้ง จึงมีความเชื่อว่าหากปัญหาดังกล่าวจบลงเมื่อใด สถานการณ์ต่างๆ ในประเทศไทยก็จะกลับเข้าสู่ภาวะปกติ สำหรับการปิดย่านราชประสงค์นั้นส่ง” นายอาณัติ กล่าวสำหรับผลกระทบต่อยอดขายของบริษัทและผู้ประกอบการอื่นที่อยู่ในพื้นที่การค้าขายในบริเวณดังกล่าว ในช่วงเวลากว่า 2 อาทิตย์นั้นยอดขายลดลงราว 35% แต่หากผู้ประกอบการใดที่มีเพียงร้านค้าเพียงร้านเดียวในย่านดังกล่าวจะประสบปัญหามากที่สุด
อย่างไรก็ตาม บริษัทยังคงเดินหน้าทำตลาดในสินค้าทุกๆ ผลิตภัณฑ์ของบริษัทอย่างต่อเนื่อง ตามแผนเดิมที่วางไว้ตั้งแต่ต้นปี และหากปัญหาการเมืองจบลงเมื่อใดก็จะเดินหน้าทำตลาดอย่างเต็มที่ คาดว่าภาพรวมรายได้ของบริษัทในปีนี้จะเติบโตได้ราว 40% ตามเป้าที่วางไว้
ทั้งนี้ ล่าสุดบริษัทได้เปิดตัวแอลอีดีทีวี 3 มิติ ภายใต้คอนเซปต์ 3 ประการ คือ สนุก สบาย และสะดวก อันเป็นแผนการดำเนินงานในอนาคตของบริษัทในอีก 10 ปีข้างหน้า หรือในปี 2563 ที่บริษัทจะจำหน่ายสินค้าเพื่อสุขภาพของมนุษย์และรักษาสิ่งแวดล้อมของโลก
ขณะที่ด้านภาพรวมตลาดทีวีและเครื่องใช้ไฟฟ้าในประเทศไทยในปีนี้ คาดว่ายังคงมีการเติบโตอย่างต่อเนื่อง หรืออย่างน้อย 1015% อันเนื่องมาจากการวางตลาดสินค้าใหม่ และผลิตภัณฑ์ที่มีนวัตกรรมใหม่ของผู้ผลิตรายต่างๆ
สำหรับเป้าหมายของตลาดแอลอีดีทีวี 3 มิติ ในปีนี้ของบริษัท คาดว่าจะช่วยกระตุ้นตลาดทีวีแอลอีดีให้เติบโตจากส่วนแบ่งตลาด 0.8% จากตลาดรวมทีวีทั้งหมดให้เพิ่มขึ้นเป็น 1.21.5% และเติบโตขึ้นเป็น 1516% ในอีก 5 ปีข้างหน้า และมีส่วนแบ่ง 20% ในปี 2563
นายอาณัติ กล่าวต่อว่า ภาพรวมตลาดทีวีในประเทศไทยปีนี้ คาดว่าสัดส่วนทีวีจอแก้วจะอยู่เหลือ 30% และทีวีจอแบนเพิ่มขึ้นที่ 70% โดยแบ่งเป็นจอแอลซีดี 35% จอแอลอีดีและพลาสมา 35% และมูลค่าตลาดทีวีในปีนี้จะอยู่ที่ 2 ล้านเครื่อง







