
อัตราภาษีเงินได้นิติบุคคล (ภ.ง.ด. 51) ปี 2556
รัฐบาลได้มีนโยบายเกี่ยวกับภาษีอากรหลายมาตรการด้วยกัน ในส่วนที่เกี่ยวข้องกับกรมสรรพากรได้มีการปรับปรุงอัตราภาษีเงินได้นิติบุคคลเมื่อเดือน ธ.ค. 2554 โดยได้มีพระราชกฤษฎีกาออกตามความในประมวลรัษฎากร ว่าด้วยการลดอัตราและยกเว้นรัษฎากร ฉบับที่ 530 พ.ศ. 2554 ซึ่งเป็นเรื่องเกี่ยวกับการยกเว้นภาษีและลดอัตราภาษีเงินได้นิติบุคคลสำหรับกำไรสุทธิของบริษัทหรือห้างหุ้นส่วนนิติบุคคล และในปี 2556 ได้มีพระราชกฤษฎีกาออกตามความในประมวลรัษฎากร ว่าด้วยการลดอัตราและยกเว้นรัษฎากร ฉบับที่ 564 พ.ศ. 2556 แก้ไขเพิ่มเติมพระราชกฤษฎีกา ฉบับที่ 530 พ.ศ. 2554
รัฐบาลได้มีนโยบายเกี่ยวกับภาษีอากรหลายมาตรการด้วยกัน ในส่วนที่เกี่ยวข้องกับกรมสรรพากรได้มีการปรับปรุงอัตราภาษีเงินได้นิติบุคคลเมื่อเดือน ธ.ค. 2554 โดยได้มีพระราชกฤษฎีกาออกตามความในประมวลรัษฎากร ว่าด้วยการลดอัตราและยกเว้นรัษฎากร ฉบับที่ 530 พ.ศ. 2554 ซึ่งเป็นเรื่องเกี่ยวกับการยกเว้นภาษีและลดอัตราภาษีเงินได้นิติบุคคลสำหรับกำไรสุทธิของบริษัทหรือห้างหุ้นส่วนนิติบุคคล และในปี 2556 ได้มีพระราชกฤษฎีกาออกตามความในประมวลรัษฎากร ว่าด้วยการลดอัตราและยกเว้นรัษฎากร ฉบับที่ 564 พ.ศ. 2556 แก้ไขเพิ่มเติมพระราชกฤษฎีกา ฉบับที่ 530 พ.ศ. 2554
เหตุผลในการออกกฎหมายปรับลดอัตราและยกเว้นภาษีเงินได้นิติบุคคล เพื่อเป็นการเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันของประเทศ และจูงใจการลงทุนในด้านต่างๆ โดยเฉพาะอย่างยิ่งการลงทุนจากต่างประเทศ อันเป็นการกระตุ้นเศรษฐกิจของประเทศ ตลอดจนให้มีอัตราภาษีเงินได้นิติบุคคลสำหรับกำไรสุทธิของบริษัทหรือห้างหุ้นส่วนนิติบุคคลที่สอดคล้องกัน ปัจจุบันประเทศเพื่อนบ้านต่างก็มีอัตราภาษีเงินได้ใกล้เคียงกับอัตราภาษีที่ปรับลด
บริษัทจำกัด บริษัทมหาชนจำกัด ห้างหุ้นส่วนนิติบุคคล หรือนิติบุคคลอื่นที่เสียภาษีเงินได้นิติบุคคลจากฐานกำไรสุทธิ โดยทั่วไปจะเสียภาษีในอัตราร้อยละ 20 ของกำไรสุทธิ สำหรับรอบระยะเวลาบัญชีที่เริ่มในหรือหลังวันที่ 1 ม.ค. 2556 เป็นต้นไป ส่วนบริษัทหรือห้างหุ้นส่วนนิติบุคคลที่มีทุนจดทะเบียนชำระแล้วในวันสุดท้ายของรอบระยะเวลาบัญชีไม่เกิน 5 ล้านบาท และมีรายได้จากการขายสินค้าและการให้บริการในรอบระยะเวลาบัญชีไม่เกิน 30 ล้านบาท กำไรสุทธิส่วนที่ไม่เกิน 1 ล้านบาท จะได้รับยกเว้นภาษีและเสียภาษีในอัตราต่ำกว่าร้อยละ 20
ภาษีเงินได้นิติบุคคลสำหรับครึ่งรอบระยะเวลาบัญชี 6 เดือนแรก (ภ.ง.ด. 51) สำหรับบริษัท หรือ ห้างหุ้นส่วนนิติบุคคลที่มีรอบระยะเวลาบัญชีเริ่มในหรือหลังวันที่ 1 ม.ค. 2556 สรุปได้ ดังนี้
l บริษัทหรือห้างหุ้นส่วนนิติบุคคลทั่วไป
จัดเก็บภาษีในอัตราร้อยละ 20 ของกำไรสุทธิ
l บริษัทหรือห้างหุ้นส่วนนิติบุคคลที่เป็นกิจการขนาดกลางและขนาดย่อม หรือ SMEs ที่มีทุนจดทะเบียนชำระแล้วในวันสุดท้ายของรอบระยะเวลาบัญชีไม่เกิน 5 ล้านบาท และมีรายได้จากการขายสินค้าและการให้บริการในรอบระยะเวลาบัญชีไม่เกิน 30 ล้านบาท (***ข้อสังเกต รายได้ในรอบระยะเวลาบัญชีไม่เกิน 30 ล้านบาท เป็นรายได้เฉพาะจากการขายสินค้าและการให้บริการของบริษัท ฯลฯ เท่านั้น)
กำไรสุทธิ 300,000 บาทแรก ยกเว้นภาษี
กำไรสุทธิส่วนที่เกิน 300,000 บาท แต่ไม่เกิน 1 ล้านบาท เสียภาษีอัตราร้อยละ 15
กำไรสุทธิ ส่วนที่เกิน 1 ล้านบาทขึ้นไป เสียภาษีอัตราร้อยละ 20
การยื่นแบบเสียภาษีเงินได้นิติบุคคลสำหรับครึ่งรอบระยะเวลาบัญชี 6 เดือนแรก (ภ.ง.ด. 51) บริษัทหรือห้างหุ้นส่วนนิติบุคคลส่วนใหญ่จะเสียภาษีเงินได้นิติบุคคลจากการประมาณการกำไรสุทธิ ดังนั้น การประมาณการกำไรสุทธิจึงเป็นเรื่องที่ผู้ประกอบการควรให้ความสำคัญ หากได้ประมาณการกำไรสุทธิขาดไปเกินกว่าร้อยละ 25 ของกำไรสุทธิที่เกิดขึ้นจริง โดยไม่มีเหตุอันสมควร ต้องเสียเงินเพิ่มอัตราร้อยละ 20 ของภาษีที่คำนวณจากประมาณการกำไรสุทธิที่ได้ประมาณการขาดไป
สำหรับบริษัท ฯลฯ ที่เป็นธนาคารพาณิชย์ บริษัทเงินทุน บริษัทหลักทรัพย์ บริษัทเครดิตฟองซิเอร์ และบริษัทที่จดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย ต้องยื่นแบบและเสียภาษีเงินได้นิติบุคคลครึ่งรอบระยะเวลาบัญชีแรกจากกำไรสุทธิที่เกิดขึ้นจริงในช่วง 6 เดือนแรกของรอบระยะเวลาบัญชี สวัสดีครับ







