
ผู้อพยพมะกันแห่ทำธุรกิจไม่ง้อยักษ์ใหญ่เลือกปฏิบัติ
วิจัยเผยผู้อพยพเมืองลุงแซมแห่เปิดกิจการส่วนตัว เหตุบริษัทใหญ่กีดกัน
วิจัยเผยผู้อพยพเมืองลุงแซมแห่เปิดกิจการส่วนตัว เหตุบริษัทใหญ่กีดกัน
นักวิจัยจากมหาวิทยาลัยโอโน อคาเดมิค ในอิสราเอล เปิดเผยผลการวิจัยล่าสุด พบว่า ปัจจุบันผู้อพยพต่างชาติในสหรัฐมีแนวโน้มที่จะผันตัวไปเป็นผู้ประกอบการธุรกิจรายย่อยมากขึ้น เนื่องจากส่วนใหญ่ ได้รับการปฏิบัติอย่างไม่เป็นธรรมในหน้าที่การงาน ส่งผลให้ตัดสินใจลาออกเพื่อสร้างธุรกิจส่วนตัว
“คนส่วนใหญ่มักเชื่อว่า บรรดาผู้อพยพในสหรัฐที่มีธุรกิจขนาดเล็กเป็นของตัวเองนั้น เคยมีประสบการณ์การทำธุรกิจในประเทศบ้านเกิด ทว่า ในความเป็นจริงแล้ว สาเหตุที่คนเหล่านี้เลือกเปิดกิจการส่วนตัวก็เพราะไม่พอใจบรรยากาศการทำงานในบริษัทขนาดใหญ่ในเมืองลุงแซมต่างหาก” ฟอร์บส์ รายงานอ้างผลการศึกษา ดังกล่าว
นอกจากนี้ อีกปัจจัยสำคัญที่ผลักดันให้ผู้อพยพในสหรัฐหันมาเริ่มต้นธุรกิจส่วนตัว คือ ความต้องการที่จะไล่ล่าความฝันแบบอเมริกัน (อเมริกัน ดรีม)
ด้านกฤษณะ เพนปากูร์ นักเศรษฐศาสตร์ชาวแคนาดาเชื้อสายอินเดีย เปิดเผยว่า ผู้อพยพที่มีการศึกษาและทักษะการทำงานสูงมักต้องเผชิญการกีดกันจากสังคม จนไม่สามารถทำงานที่ชื่นชอบหรือสนใจได้ ส่งผลให้หลายคน ต้องยอมทำงานที่ได้ค่าจ้างต่ำ ขณะที่บางคนเลือกที่จะเป็นผู้ประกอบการ
ทั้งนี้ ผลการสำรวจของบาร์เคลย์ส พบว่า 21% ของชาวอเมริกันที่เข้าข่ายเป็นบุคคลที่มีรายได้สูงนั้น สร้างตัวจากการเป็นผู้ประกอบการธุรกิจ ซึ่งนับเป็นระดับที่สูงมากเมื่อเทียบกับภูมิภาคอื่นๆ ของโลก







