posttoday
ลุ้น2ล้านล.ฉลุยเร่งรถไฟเร็วสูงควบรางคู่

ลุ้น2ล้านล.ฉลุยเร่งรถไฟเร็วสูงควบรางคู่

18 กรกฎาคม 2556

“ชัชชาติ” ยันเดินหน้าไฮสปีดเทรนควบรถไฟรางคู่ ย้ำต้องพัฒนาระบบราง ด้าน กมธ. 2 ล้านล้านส่อยืดเยื้อ

“ชัชชาติ” ยันเดินหน้าไฮสปีดเทรนควบรถไฟรางคู่ ย้ำต้องพัฒนาระบบราง ด้าน กมธ. 2 ล้านล้านส่อยืดเยื้อ

นายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ รมว.คมนาคม เปิดเผยว่า ขณะนี้ร่างพระราชบัญญัติให้อำนาจกระทรวงการคลังกู้เงิน เพื่อการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐาน ด้านคมนาคมขนส่งของประเทศ วงเงิน 2 ล้านล้านบาท อยู่ระหว่างการพิจารณาของคณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณา ในการปาฐกถาพิเศษ "Thailand investment for the new era of connectivity " ว่า วันที่ 17 ก.ค.เป็นวันสุดท้ายที่คณะกรรมาธิการพิจารณาร่างพ.ร.บ.เงินกู้ 2 ล้านล้านบาทได้สอบถามกระทรวงคมนาคมเพื่อและเตรียมเข้าสู่การพิจารณาวาระ 2 และวาระ 3 ของรัฐสภาในเดือน ส.ค. ซึ่งกระทรวงยืนยันที่จะดำเนินการก่อสร้างรถไฟความเร็วสูง 4 เส้นทาง และรถไฟรางคู่ 5 เส้น เนื่องจากเป็นโครงการเร่งด่วนและ หาก พ.ร.บ.ดังกล่าวผ่านสภาก็จะสามารถดำเนินการได้เลย

สำหรับโครงการรถไฟรางคู่ระยะเร่งด่วน 5 เส้นทาง ได้แก่ 1.สายมาบกะเบาชุมทางถนนจิระ 2.สายนครปฐมหนองปลาดุกหัวหิน 3.สายลพบุรีปากน้ำโพ 4.สายนครราชสีมาขอนแก่น และ 5.สายประจวบคีรีขันธ์ชุมพร

“โครงการรถไฟรางคู่กับโครงการรถไฟความเร็วสูงมีความจำเป็นที่ต้องดำเนินการทั้งคู่ โดยรถไฟรางคู่เจาะกลุ่มเป้าหมายผู้โดยสารที่ไม่ต้องการความเร็วมากนักกับกลุ่มผู้ใช้บริการขนส่งสินค้า ขณะที่รถไฟความเร็วสูงเจาะกลุ่มเป้าหมายที่ต้องการประหยัดเวลา อีกทั้งการพัฒนารถไฟความเร็วสูงยังช่วยพัฒนาเมืองใหม่ด้วย” นายชัชชาติ กล่าว

ทั้งนี้ นายชัชชาติ ย้ำว่า แม้การจัดเก็บค่าโดยสารรถไฟความเร็วสูงเพียงอย่างเดียวอาจจะไม่คุ้มทุน แต่โครงการดังกล่าวทำให้เกิดการพัฒนาเมืองในแต่ละพื้นที่ที่มีรถไฟความเร็วสูงผ่าน

“ผมเห็นว่าการพัฒนาเมืองใหม่ถือเป็นโกรทว์เอนจิ้น ผลักดันความเติบโตทางเศรษฐกิจของประเทศ ซึ่งที่ผ่านมาไทยลงทุนด้านโครงสร้างพื้นฐานน้อยมาก คือเพียง 0.8% ต่อปี ของสัดส่วนด้านการขนส่ง ขณะที่สิงคโปร์ลงทุนมากกว่า 1% จึงทำให้ไทยไม่สามารถเติบโตได้อย่างต่อเนื่อง” นายชัชชาติ กล่าว

นายชัชชาติ กล่าวว่าเมื่อเปรียบเทียบแผนพัฒนาไทยกับสิงคโปร์จะพบว่า ไทยเสียโอกาสในการพัฒนาโครงการ เพราะโครงการที่จะพัฒนาล้วนล่าช้า ขณะที่สิงคโปร์ เดินหน้าและมีโครงการอย่างต่อเนื่องชัดเจน และหากไทยไม่ทำต่อไป จะต้องเสียค่าเสียโอกาส อาจต้องเสียอัตราดอกเบี้ยเพิ่มขึ้น

นอกจากนี้ ยังยืนยันว่า หากมีประเด็นคำถามว่าโครงการเงินกู้ 2 ล้านล้านบาทโกงหรือไม่ ตนขอให้แยกส่วน เรื่องการจะโกงหรือไม่ กับความจำเป็นที่ต้องทำโครงการออกจากกัน ในส่วนของการโกงหรือไม่นั้นทุกโครงการจะต้องมีการตรวจสอบ และตนต้องรับผิดชอบ100% ละเมื่อถามว่าโครงการพัฒนาระบบรางและระบบขนส่งมวลชนทั้งหมดมีความจำเป็นอย่างยิ่ง หรือไม่ ทุกโครงการล้วนจำเป็น เพราะไทยขาดการลงทุนและขาดการพัฒนาระบบรางมานานมาก ทำให้เกิดอุบัติเหตุขึ้นบ่อยครั้ง นอกจากนั้นไทยจะสามารถยกระดับธุรกิจการบริการ กระตุ้นการท่องเที่ยว มีการกระจายความเติบโตไปสู่ภูมิภาคและเชื่อมโยงการค้าชายแดน สร้างโอกาสทางธุรกิจ

อย่างไรก็ตาม การประชุม กมธ. เรื่อง พ.ร.บ. 2 ล้านล้านบาท ส่อยืดเยื้อออกไปอีก เนื่องจากมีข้อสังเกตว่าการบริหารจัดการโครงการอาจมีช่องโหว่เอื้อทุจริต ที่ประชุมเห็นตรงกันว่าให้ตั้งคณะทำงานยกร่างข้อสังเกตทางกฎหมาย และนัดประชุมอีกครั้งในสัปดาห์หน้า

ข่าวล่าสุด

IE Fall Risk แอป HealthTech ช่วยลดความเสี่ยงการหกล้มในผู้สูงอายุ

IE Fall Risk แอป HealthTech ช่วยลดความเสี่ยงการหกล้มในผู้สูงอายุ